Featured Scoops, maBooks

Why do we read? ประโยชน์ 15 ข้อที่ได้จากการอ่านหนังสือ

why-do-we-read-15-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad

                ลบคำว่า “คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด’’ ออกไป เพราะคนไทยจะอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น เมื่อรู้ว่า การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาชีวิตได้อย่างไร  

                ประโยชน์ของการอ่านหนังสือ 15 ข้อต่อไปนี้ จะทำให้คุณอยากอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นวันละ 15 นาที

 

                สมองเป็นอวัยวะหนึ่งเหมือนกับแขนขา หากเราปล่อยทิ้งไว้ ไม่สนใจดูแล สักวันสมองก็จะอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ไม่เติบโต ลองนึกภาพแขนขาที่เหี่ยวลีบเพราะไม่ได้ใช้งานสิ!

            แต่ถ้าหากสมองของเราได้ออกกำลังกายบ่อยๆ สมองก็จะแข็งแรง แจ่มใส ส่งผลดีต่อการทำงานของระบบอวัยวะอื่นๆ ในร่างการที่มีสมองควบคุม โดยวิธีการบริหารสมองที่ดีที่สุดและทำได้ง่ายๆ ก็คือ การอ่านหนังสือ

            นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย  

            เห็นไหมว่า หนังสือคือเพื่อนที่ดีสุดสำหรับสมองจริงๆ

 

 

 

                Mindlab International แห่งมหาวิทยาลัยซัสเซ็กส์ ประเทศอังกฤษ ( University of Sussex)  เปิดเผยว่า หลังจากกลุ่มทดลอง อ่านหนังสือเพียงแค่ 6 นาที อัตรการเต้นของหัวใจก็ลดช้าลง และกล้ามเนื้อผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนอ่าน โดย ดร.เดวิด ลูอิส (Dr. David Lewis) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประสาทวิทยาศาสตร์การรับรู้ (cognitive neuropsychologist) กล่าวว่า การอ่านช่วยลดความเครียดได้สูงถึง 68%  ในขณะที่การฟังเพลงทำได้เพียง 61%  การดื่มชากาแฟลดความเครียดได้เพียง 54% และไม่น่าเชื่อว่าการเดินเล่นช่วยได้เพียง 42%เท่านั้น”

                คุณหมอลูอิสกล่าวต่อว่า ไม่สำคัญว่าหนังสือที่หยิบมาอ่านนั้นจะเป็นแนวไหน เรื่องใด ขอแค่ให้เป็นเล่มที่คุณชอบและอยากเปิดอ่าน สิ่งสำคัญคือคุณต้องอ่านมันจริงๆ”

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : Telegraph

 

 

 

การอ่านผ่านหน้าจออาจทำให้คุณได้รับข้อมูลรวดเร็ว แต่มันอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณกลายเป็นคนสมาธิสั้น

                จากการศึกษากลุ่มทดลองชาวแคนาดากว่า 2,000 คน ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง ได้ผลที่น่าตกใจว่า ค่าเฉลี่ยของการจดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นลดลงจาก 12 วินาที เหลือเพียง 8 วินาที   ซึ่งค่อยๆ ลดลงในช่วงที่อินเตอร์เน็ตเติบโตขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นไป 

            ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ มนุษย์ทำได้น้อยกว่าปลาทองที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 9 วินาที                  

            เราไม่ได้กล่าวหาว่าเทคโนโลยีให้โทษ เพราะทุกอย่างย่อมมีเหรียญสองด้าน ดังนั้น การเดินทางสายกลาง ใช้เทคโนโลยีอย่างพอดีควบคู่ไปกับการอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มสมาธิ น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับโลกยุค 4.0

            แม้มันจะดูยากในช่วงเริ่มต้น สำหรับการตั้งสมาธิ ไม่วอกแวกเพื่ออ่านหนังสือสักหนึ่งหน้า  แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณทำได้หนึ่งเล่มแล้ว เล่มต่อไปจะไม่ใช่เรื่องยากเลย 

            เริ่มตั้งแต่วันนี้ อนาคตเราจะไม่แพ้ปลาทองอีกต่อไป 

อ่านเพิ่มเติม : Telegraph

อ่านต่อหน้า: 1 2 3 4 5

comments

0 Comments
Share

ตาต้า แมวอ่านหนังสือ

แมวตัวหนึ่งที่ชอบนอนทับหนังสือ ฝันเป็นเรื่องหนังสือ พกหนังสือไปด้วยทุกที่แม้ไม่มีเวลาอ่าน . . ความสามารถพิเศษ : หอบหนังสือได้ถึง 10 กิโลกรัม