move

“ให้ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และให้เร็วกว่าที่อื่น” แนวคิดสำคัญที่ทำให้ Zara เป็นที่ 1 ในใจลูกค้า

meets-zara-founder-amancio-ortega

เปิดชีวิตผู้นำแห่ง fast fashion ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้จัก

ถ้าเอ่ยชื่อ “บิลล์ เกตส์” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกประจำปี 2016 จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes คิดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก

แต่ถ้าเอ่ยชื่อมหาเศรษฐีอันดับ 2 อย่าง “อมันซิโอ ออร์เตกา” คนส่วนใหญ่คงส่ายหน้า แม้จะบอกว่าเขาคือเจ้าของแบรนด์แฟชั่นที่มีสาขาทั่วโลกอย่าง Zara ก็ใช่ว่าจะมีใครรู้จักตัวตน ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่หน้าตาของเขาเองก็แทบไม่ได้ปรากฏตามสื่อใดเลย

จะเรียกว่าเป็น “มหาเศรษฐีที่ low profile ที่สุด” ก็คงไม่เกินความจริงนัก

และก็เป็นความตั้งใจของเขาเองที่ต้องการให้ชีวิตส่วนตัวถูกจับจ้องน้อยที่สุด

zara-3
ครอบครัวของออร์เตกามีฐานะยากจน พ่อเป็นพนักงานการรถไฟ แม่ทำงานแม่บ้าน อาศัยอยู่ในห้องแถวเล็กๆ เลียบทางรถไฟในเมืองลาโกรูญา ทางเหนือของสเปน เขาเป็นลูกชายคนเล็กในจำนวนพี่น้อง 4 คน ชีวิตในวัยเด็กเป็นไปอย่างขัดสน ลำพังแค่ปัจจัยจำเป็นในชีวิตยังไม่ค่อยเพียงพอ ไม่ต้องพูดถึงวงการแฟชั่นที่ห่างไกลจากวิถีชีวิตเหลือเกิน

เมื่ออายุ 13 ออร์เตกาเลิกเรียนหนังสือ เขาได้งานเป็นลูกจ้างในห้องเสื้อชื่อ Gala ทำจนอายุ 16 ออร์เตกาก็ได้เรียนรู้หัวใจสำคัญของการทำเงินให้ได้เป็นกอบเป็นกำ นั่นคือ “ให้ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และให้เร็วกว่าที่อื่น” จึงออกมาผลิตเสื้อคลุมอาบน้ำสตรีขายร่วมกับพี่ชายพี่สาวและภรรยาคนแรก

ทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์ ออร์เตกาควบคุมสายการผลิตทั้งหมด โดยตัวเองรับหน้าที่ออกแบบ พี่ชายดูเรื่องธุรกิจ ส่วนพี่สาวทำบัญชี ถึงขั้นลงทุนไปขนผ้ามาจากบาร์เซโลนาด้วยตนเองจะได้ไม่ต้องมีพ่อค้าคนกลาง กิจการไปได้สวยจนสามารถเปิด Zara สาขาแรกเมื่อปี 1975

zara-4
Zara สาขาแรก

หลังจากวันนั้น ไม่มีใครไม่รู้จัก Zara และโลกของ fast fashion ก็ตกอยู่ในกำมือของชายชาวสเปนผู้นี้ เป็นกำแพงตระหง่านท้าทายให้แบรนด์อื่นๆ อาทิ Uniqlo พยายามก้าวข้าม-เอาชนะไปให้ได้

หลักการที่ทำให้ Zara ขยายสาขาไปเกือบ 90 ประเทศทั่วโลก มีลูกค้าขาประจำอย่าง เคท มิดเดิลตัน หรือดัสเชสแห่งเคมบริดจ์, อเล็กซ่า ชัง, โอลิเวีย พาเลอร์โม, มิเชลล์ โอบามา, เคที โฮล์มส์ และเซเลบริตี้อีกหลายคน แถมยังต่อยอดแบรนด์อีกหลายแบรนด์ อาทิ Pull & Bear, Massimo Dutti, Bershka, Stradivarius, Zara Home ยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

zara-5

zara-7

zara-6

นอกจากจะไม่ไปร่วมงานแฟชั่นวีค ออร์เตกาก็ไม่อนุญาตให้สื่อสัมภาษณ์หรือถ่ายภาพง่ายๆ และแม้จะเป็นผู้ออกแบบเสื้อผ้าที่อินเทรนด์ทันกระแสอยู่ตลอด เขากลับแต่งตัวเรียบๆ เหมือนเดิมทุกวัน คือสวมเบลเซอร์สีน้ำเงิน เสื้อเชิ้ตขาว และกางเกงขายาวสีเทา (ซึ่งไม่ใช่แบรนด์ Zara เลยแม้แต่ชิ้นเดียว) ความเรียบง่ายเช่นนี้แฝงอยู่ในไลฟ์สไตล์และการทำงาน เขากินอาหารเช้าที่สโมสรนักธุรกิจ กินมื้อเที่ยงในโรงอาหารร่วมกับพนักงาน ไม่มีโต๊ะทำงานประจำตำแหน่ง แต่จะนั่งอยู่กับช่างในส่วนผลิต ดังนั้นถ้าพนักงานคนไหนต้องการความเห็นจากเขาก็สามารถเข้าไปถามได้ทันที เวลาพักผ่อนก็ปลีกตัวไปใช้ชีวิตที่บ้านชนบท เลี้ยงไก่เลี้ยงแพะ อยู่กับหลานๆ ไปตามเรื่อง ไร้ซึ่งภาพลักษณ์ “มหาเศรษฐีอันดับสองของโลก” โดยสิ้นเชิง

 

Marta Ortega and Amancio Ortega at the Equestrian Federation of Principality of Monaco 's Price during the Monte Carlo International Jumping 2012, at Port Hercule in Monte-Carlo, Principality of Monaco on June 28, 2012.
ออร์เตกากับลูกสาวคนเล็ก

ครั้งหนึ่งออร์เตกาไปร่วมงานเปิดสาขาแรกที่แมนแฮตตัน พอได้เห็นลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาในร้าน เขาก็ตื้นตันจนต้องหลบไปร้องไห้ในห้องน้ำ ภายหลังเขาเผยกับเพื่อนสนิท (ผู้เขียนหนังสือชีวประวัติให้ออร์เตกา) ว่า “รู้ไหมว่าตอนนั้นผมคิดถึงพ่อแม่อย่างไร ท่านจะภูมิใจแค่ไหนที่ลูกชายของท่านมาถึงอเมริกาอย่างแท้จริงแล้ว ทั้งที่เริ่มต้นจากเมืองเล็กๆ ไกลปืนเที่ยงทางตอนเหนือของสเปนเท่านั้น”

 

แม้จะกลายเป็นมหาเศรษฐีที่เคยเอาชนะบิลล์ เกตส์ ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่จิตวิญญาณที่คอยผลักดันอาณาจักรแฟชั่นของออร์เตกายังคงเดิมเหมือนเมื่อครั้งเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ไม่เปลี่ยนแปลง… นั่นคือ “ให้ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และให้เร็วกว่าที่อื่น”

 

Sources: telegraphfortuneforbesexecutivestyle,businessinsider

Cover Photo: fashionbombdaily

comments

0 Comments
Share

bscmplx

หนึ่งในทีมงาน maSCOOPS