move

จากคิมรันโดถึงคนรุ่นหลัง เพราะกว่าจะเป็นผู้ใหญ่…ต้องหวั่นไหวนับพันครั้ง

kim-rando-words-for-teenagers

แด่คุณที่กำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคในชีวิต ยินดีต้อนรับสู่ชีวิตจริง และขอให้สู้ต่อไป

ต้นฤดูร้อน ปี 2555 หนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด ออกวางตลาดอย่างเงียบเชียบไม่ต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆ

ทว่าด้วยการบอกต่อของคนหนุ่มสาวและผู้ใหญ่หลายคน

ก็ทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่เงียบเหงาเหมือนในตอนแรก

แม้คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือก็ยังสะดุดตากับปกหรือคำคม

ผ่านทางเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และทวิตเตอร์

เพราะมีการโพสต์ แชร์ และรีทวีตกันอย่างต่อเนื่อง

ไม่นานหนังสือก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา

สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หนังสือหมดแผงลงอย่างรวดเร็ว

ได้รับการพิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 10 ภายในเวลาแค่ 5 เดือน

ยืนยันถึงคุณภาพและการตอบรับที่เกินความคาดหมาย

ทำให้เราอยากเชิญอาจารย์คิมรันโดมาพบนักอ่านสักครั้ง

โชคดีที่อาจารย์อยู่ระหว่างทำวิจัยพอดี

จึงสามารถแบ่งเวลามาเยือนประเทศไทยได้

กลางเดือนตุลาคม ปี 2555 พวกเราได้พบอาจารย์คิมรันโดครั้งแรกที่สนามบินสุวรรณภูมิ

อาจารย์ร่างสูงโปร่งและดูหนุ่มกว่าที่เราคาดไว้

เขาดูกระฉับกระเฉง กระตือรือร้นไม่เหมือนคนวัย 50

ถ้าบอกว่าผู้ใหญ่ตรงหน้าอายุ 40 ปีก็คงจะเชื่อได้ไม่ยาก

แววตาของอาจารย์บ่งบอกถึงความมั่นใจในชีวิต

เป็นแววตาของคนไล่ล่าความฝันได้สำเร็จ

และเป็นแววตาของคนที่เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ

บนรถตู้ระหว่างพาอาจารย์ไปยังที่พัก

อาจารย์บอกว่าได้รับอีเมลจากนักศึกษาไทยหลายคน

ล่าสุดเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่เพิ่งอ่านจบ จึงมาขอคำปรึกษา

เธอบอกว่าเพิ่งเลิกกับแฟนหนุ่มและกำลังจะเรียนจบ

พ่อแม่อยากให้เธอทำงานที่มั่นคง แต่เธออยากทำงานที่ชอบ

จึงไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงดี

ซึ่งเราไม่ได้ถามอาจารย์ต่อว่าคำตอบเป็นเช่นไร

เพราะอาจารย์ได้เคยสรุปไว้ให้แล้วในหนังสือ

เมื่อมาถึงโรงแรม อาจารย์มีช่วงพักเพียงสั้นๆ

ทว่าพวกเราก็ระดมคำถามมากมายที่อยากรู้

ก่อนอาจารย์จะเริ่มให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ที่นัดไว้

ขณะที่พรุ่งนี้ยังมีนิตยสารอีกเกือบ 10 ฉบับที่รอสัมภาษณ์

รวมถึงพูดคุยและแจกลายเซ็นในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

มีกิจกรรมมากมายอัดแน่นใน 4 วันที่อาจารย์มาที่นี่

แต่อาจารย์ก็ให้สัมภาษณ์และแจกลายเซ็นอย่างกระตือรือร้น

ไม่มีสีหน้าเบื่อหน่ายเลย แม้ว่าจะมีอาการปวดหลังเหมือนเคย

การสัมภาษณ์ซึ่งเราประทับใจมากที่สุดอยู่ในนิตยสาร GM

(ตีพิมพ์ในนิตยสาร GM ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2555)

มือสัมภาษณ์ให้อาจารย์ฝากถึงคนหนุ่มสาว

และอาจารย์ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า

เงื่อนไขทางสังคมมันเป็นอะไรที่ไม่เคยง่ายลงเลย

ถ้าคุณไม่เคยลำบากยากเข็ญในชีวิต คุณก็ต้องยอมรับแรงกดดันที่มาจากความคาดหวัง

พวกเราทุกคน ทุกรุ่น ทุกยุคสมัย ต้องอยู่ในเกมของโลกสมัยใหม่ ที่มีความบีบคั้นกันคนละแบบ

จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ทั้งการแข่งกัน ในระบบการศึกษา การหาเงิน และหางาน

ดังนั้น ผมคิดว่าทุกเจเนอเรชั่นจะต้องส่งมอบอุดมคติให้กับอีกเจเนอเรชั่นหนึ่งต่อมา นั่นคือ จงเป็นคนที่ดีกว่า จงเป็นรุ่นที่ดีกว่า”

น่าเสียดายสำหรับสังคมไทย

ที่การแบ่งปันความรู้ดีๆ จากรุ่นสู่รุ่นยังมีไม่มากนัก

ถ้าหากมีก็มักจะมาในรูปคำสั่งเสียงแข็งกร้าว

มากกว่าคำสอนที่แฝงด้วยความอ่อนโยน

แต่ว่าเราก็ยังพออุ่นใจที่มีอาจารย์ท่านหนึ่งจากเกาหลีใต้

ผู้พร้อมจะแบ่งปันทุกสิ่งให้คนรุ่นใหม่รู้โดยไม่บังคับ

คอยปลุกปลอบ ผลักดันเมื่อเราท้อแท้ ไม่อยากมีชีวิตอยู่

โดยคอยย้ำเตือนเสมอว่า

เป็นเราที่ต้องเลือกทางเดินและวิถีชีวิตของตัวเอง

ต้องหัดสร้างคุณค่าให้ตัวเอง

เพราะว่าชีวิตเป็นของเรา ไม่ใช่ของใคร

ส่วนหนึ่งจากคำนำสำนักพิมพ์ในหนังสือ พันครั้งที่หวั่นไหวกว่าจะเป็นผู้ใหญ่ สำนักพิมพ์ Springbooks

comments

0 Comments
Share
ป้ายกำกับ:

bscmplx

หนึ่งในทีมงาน maSCOOPS