move

คุยเรื่องการตลาดยุคดิจิทัลกับ โค้ชเอมมี่ – ณัฐวีร์ ตันติสัจจธรรม

digital-strategies-by-emmie-inspire

 

 

ย้อนกลับไปหลายปีในยุคที่ดิจิทัลเริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมนุษย์

 

เราต่างรู้ดีว่าเจ้าสิ่งนี้จะทำให้การใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปแน่นอน และเมื่อเวลาผ่านไปมันก็เกิดขึ้นจริง  เราอาจกล่าวได้ว่า ดิจิทัลได้มอบโลกใบใหม่ให้เรากับ นั่นก็คือ โลกดิจิทัล

 

เมื่อโลกเปลี่ยนไป เราจึงต้องเปลี่ยนตาม  โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจหรือคนที่ต้องการเริ่มธุรกิจของตน รวมถึงนักการตลาดและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

 

คุณเอ็มมี่ – ณัฐวีร์ ตันติสัจธรรม จึงใช้ประสบการณ์ตรงจากการทำงานด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง และที่ปรึกษาเจ้าของธุรกิจบริษัทมากมาย มาถ่ายทอดเป็นกลยุทธ์ให้กับผู้อ่านทุกคนผ่านหนังสือเล่มแรกในชีวิตของเธอ ติดอาวุธให้แบรนด์ พุ่งแรงในโลกดิจิทัล (สำนักพิมพ์ Amarin How-to) โดยเธอกล่าวถึงการตลาดในโลกยุคดิจิทัลไว้ ดังนี้

  

โค้ชเอ็มมี่ – ณัฐวีร์ ตันติสัจธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง  และเจ้าของผลงานหนังสือ ติดอาวุธให้แบรนด์ พุ่งแรงในโลกดิจิทัล

 

“ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง (digital marketing) หรือการตลาดดิจิทัลค่อย ๆ เข้ามาอยู่ในชีวิตของคนทั่วโลก ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 เริ่มต้นจากบริษัทแชแนลเน็ต (ChannelNet)ที่ทำการตลาดโปรโมทรถยนต์ด้วยการแจกใบปลิว แต่คนส่วนใหญ่ทิ้งใบปลิวไว้ที่โรงอาหารบ้าง พื้นถนนบ้าง

“เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่คิดและวิธีเดิมๆ ไม่เวิร์ก จึงเกิดวิธีใหม่ๆ ช่วงนั้นแผ่นบันทึกข้อมูลทรงสี่เหลี่ยมที่มีวงกลมสีเงินตรงกลางเรียกว่าฟลอปปี้ดิสก์ กำลังเป็นที่จับตามอง แชแนลเน็ตจึงนำสื่อทั้งหมดที่มีไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ โบรชัวร์ และรายละเอียดสินค้าใส่ในฟลอปปี้ดิสก์ แล้วแจกให้ลูกค้า ผลปรากฎว่าไม่มีลูกค้าคนไหนทิ้งฟลอปปี้ดิสก์เลย แต่กลับเก็บไปเปิดดูข้อมูลและเก็บฟลอปปี้ดิสก์ไว้ใช้ในอนาคต  โดยข้อมูลรถยนต์ที่ทางแชแนลเน็ตใส่ในฟลอปปี้ดิสก์ก็คือ บีเอ็มดับเบิลยูฟอร์ด และเจนเนอรัล มอเตอร์ส การโปรโมทสินค้าผ่านฟลอปปี้ดิสก์ครั้งนั้น ทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นยุครุ่งโรจน์ของแบรนด์ทั้งสามและทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จมาก”

 

ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับยุคนั้นคือการเปลี่ยนเครื่องมือสื่อสาร จากเครื่องมือเก่าไปสู่เครื่องมือใหม่ ทำให้หลายต่อหลายคนเริ่มสนใจวิวัฒนาการของสื่อต่างๆที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จากฟลอปปี้ดิสก์กลายเป็นซีดี ดีวีดี ทัมบ์ไดรฟ์ และปัจจุบันคือการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย (social media) อีเมลมาร์เก็ตติ้ง (email marketing) แอดเน็ตเวิร์ก (ad network) และคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง (content marketing) ล้วนแต่เป็นหมวดหมู่ของสิ่งที่เรียกว่าดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งทั้งหมด

 

 

“สำหรับคนรุ่นพ่อแม่หรือเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) ก็อาจเข้าใจว่าเป็นการใช้ไลน์ (Line)ไว้พูดคุยส่งสติ๊กเกอร์น่ารักๆ เอาไว้คุยกับลูกหลาน หรือโพสต์เรื่องราวต่างๆบนเฟซบุ๊กที่คนอื่นๆส่งต่อมาสำหรับเอเจน ซี่โฆษณา นี่คือการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่  เพราะเครื่องมือบนโลกออนไลน์เปลี่ยนได้เกือบทุกนาที หากใครปรับตัวตามไม่ทัน ก็จะกลายเป็นคนอ่อนแอในตลาดทันใด”

 

สำหรับนักการตลาดในบริษัทใหญ่ๆ ก็มีข่าวออกมาให้ได้ยินว่า ผู้บริหารให้โอกาสพนักงานออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ซึ่งก็คือให้ออกจากบริษัทนั่นเอง เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในองค์กร ไม่ยอมปรับตัวเองให้เข้ากับเครื่องมือการตลาดในยุคดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการขนาดเอสเอ็มอีบางคนมองว่าเป็นโอกาสที่จะสร้างสะพานความมั่งคั่งทางการตลาดของตัวเองให้แข็งแรง บางคนมองว่าเป็นเรื่องยากเกินกว่าจะเข้าใจ จึงไม่ทำความเข้าใจและปล่อยให้โอกาสทำการตลาดดิจิทัลหลุดลอยไป

 

 

การเริ่มธุรกิจไม่ว่ายุคใด ทุกอย่างมีขั้นตอนและมีเวลาของมันเสมอ

 

“การเริ่มต้นสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จบนโลกดิจิทัลนั้น ทุกอย่างมีขั้นตอนและมีเวลาของมันเสมอ ฟังดูแล้วเป็นประโยคที่บอกให้เราใจเย็นกับโลกดิจิทัล ทั้งที่จริงความเปลี่ยนแปลงของการตลาดในยุคดิจิทัลรวดเร็วพอๆ กับความไวแสงนักการตลาด ผู้ประกอบการ หรือแม้แต่บุคคลทั่วไปที่ต้องการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์จึงใจร้อน แทนที่จะมองขั้นตอนให้ออกและจัดลำดับความสำคัญ กลับข้ามขั้น ข้ามตอนไปเริ่มทำโฆษณาพร้อมเทความสนใจไปที่การใช้งบประมาณมหาศาล แล้วสุดท้ายจบลงที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย

 

“ขั้นตอนในการเริ่มต้นสร้างธุรกิจบนโลกดิจิทัลนั้น สามารถค้นหาข้อมูลจากบนโลกออนไลน์ได้ง่าย ซึ่งในมุมมองส่วนตัวจากประสบการณ์มีอยู่ 6 ขั้นตอนด้วยกัน เริ่มจาก

  1. สร้างแบรนด์
  2. สร้างคอนเทนต์
  3. สร้างช่องทาง
  4. สร้างโฆษณา
  5. สร้างระบบวัดผล
  6. สร้างระบบอัตโนมัติ

 

“แต่กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเริ่มสร้างช่องทางเป็นอย่างแรก เพราะคิดว่าเป็นขั้นตอนที่ประหยัดเงินที่สุดหรือเรียกว่าไม่ต้องเสียเงินเลย เช่น เปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจ เปิดอินสตาแกรม แล้วค่อยกระโดดกลับมาสร้างคอนเทนต์ แล้วก็ผลิตคอนเทนต์แบบคนอื่นทั่วไป โดยไม่เคยศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเลยว่า ทุกวันนี้มีคอนเทนต์มากมายมหาศาลผ่านตาผู้บริโภค แต่จะมีเพียงไม่กี่คอนเทนต์ที่พวกเขาสละเวลาอันมีค่าเข้าไปอ่านและศึกษาหาข้อมูลด้วยตัวเอง

 

ถ้าเอาจริงๆ เลยก็มีเพียงวันละ 0-1 คอนเทนต์ที่ผู้บริโภคทั่วไปอ่านจนครบ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเจ้าของแฟนเพจทั้งหลายกำลังผลิตคอนเทนต์ที่เปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ ดังนั้น การผลิตคอนเทนต์ตามกระแสโดยไม่พิจารณาความต้องการของลูกค้าจึงทำให้คอนเทนต์ของคุณลอยอยู่บนอากาศและไม่ได้ถูกใช้งาน และเมื่อทำยอดขายไม่ได้ เมื่อนั้นผู้ประกอบการจึงเริ่มตระหนักได้ว่าพวกเขาขาดอะไรไปบ้าง เช่น แบรนด์ เนื้อหาที่แสดงความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ส่วนใหญ่สิ่งที่ขาดคือความแข็งแรงของแบรนด์นั่นเอง

 

“จะขอยกตัวอย่างง่ายๆ เพื่อให้เห็นภาพจากประสบการณ์จริง กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจที่เข้าหลักสูตรดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่เอ็มมี่เคยถ่ายทอดนั้นเริ่มต้นธุรกิจกันหมดแล้วมีสินค้าที่ดีเยี่ยมกันหมด แต่พอทำได้สักพักและเริ่มต้นทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์สัก 1-2 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นคือคู่แข่งที่เกิดขึ้นใหม่ลอกเลียนแบบสินค้าและตัดราคาซึ่งๆหน้า ลูกค้าที่เคยเป็นลูกค้าดันเปลี่ยนใจกะทันหัน

“ทำให้ยอดขายหายไปในชั่วพริบตา  เมื่อกลับมานั่งวิเคราะห์สิ่งที่ขาดคือ แบรนด์ไม่เป็นที่จดจำลูกค้าไม่ผูกพัน ไม่สนิท ลูกค้ามองเห็นว่าร้านค้าของพวกเขาเป็นเพียงร้านโชห่วยทั่วๆไป ที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรนอกจากเป็นร้านที่ลูกค้าเดินผ่านมาซื้อของในโลกออนไลน์เท่านั้นเอง

 

“สรุปง่ายๆ คือธุรกิจส่วนใหญ่ลืมตั้งต้นจากขั้นที่ 1แต่ดันข้ามไปขั้นตอนที่ 3 บ้าง 2 บ้าง บางคนกระโดดมาขั้นตอนที่ 4 หรือ 6 เลยก็มี เหล่านี้ทำให้เกิดภาวะเกิดง่ายตายเร็วในหมู่ธุรกิจบนโลกออนไลน์   โค้ชเอ็มมี่กล่าวปิดท้าย 

 

 

ติดอาวุธให้แบรนด์ พุ่งแรงในโลกดิจิทัล – ครบทุกกลยุทธ์ออนไลน์ที่จะทำให้คุณครองตลาดดิจิทัล

“การตลาดยุคดิจิทัล มีหลายคนมองข้าม หลายคนพยายามจะเข้าใจ หลายคนปรับเปลี่ยนและหลายคนประสบความสำเร็จ  หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณมองดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งยิ่งใหญ่กว่าที่คุณเคยคิด คุณจะใกล้ชิดดิจิทัลมากขึ้นและเข้าใจว่าดิจิทัลเป็นประโยชน์ต่อชีวิตมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว โดยภายในเล่มบอกเล่าเนื้อหาเทรนด์ในปัจจุบันและเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้คนที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งได้รู้และปรับตัวทันก่อนใคร โดยเฉพาะคนที่มีธุรกิจบนโลกออนไลน์จะได้ทำการตลาดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและใช้ช่องทางออนไลน์ให้เกิดประโยชน์และประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน”  –  โค้ชเอ็มมี่ – ณัฐวีร์ ตันติสัจธรรม ผู้เขียน

 

 

 

 

comments

0 Comments
Share

maSCOOPS