move

ผมไม่มีเงินซื้อรถเบนซ์มาขี่ แต่ทำไมผมรู้จักคนขายรถเบนซ์ที่ชื่อ วสันต์

benz-thonglor-book

ทำอะไรแล้วต้องทุ่มเทให้สุดๆ เป็นเหตุผลที่ชื่อวสันต์ เบนซ์ทองหล่อ ไม่ได้เป็นแค่ฉายาที่ได้มาเพราะโชคช่วย

วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ

แปลกนะ ทั้งที่นามสกุลจริงของเขาคือ โพธิพิมพานนท์  แต่คนทั่วไปกลับคุ้นเคยในชื่อนี้ ชื่อที่เป็นเหมือนกับฉายาของจอมยุทธ์ในนิยายจีน และฉายานั้นมิใช่ได้มาเพราะโชคช่วยเสียด้วย

ถึงวันนี้ คำว่า เบนซ์ทองหล่อ ไม่ใช่เป็นแค่ฉายาอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นนามสกุลจริงๆ ของเขาไปเสียแล้ว และเหตุผลมีเพียงข้อเดียวที่ว่า

ทำอะไรแล้วต้องทุ่มเทให้สุดๆ”

อันที่จริงทุ่มเทในการทำงานแบบสุดๆ นั้นเข้าใจ เคยทำ แต่สุดแบบขนาดถึงกับเปลี่ยนนามสกุลนี่ โลกทั้งใบคงมีแต่คุณวสันต์เท่านั้น

จนมาได้อ่านหนังสือ ขายดี เพราะไม่ได้ดีแต่ขาย” ที่เจ้าตัวเขียน ก็เข้าใจ พร้อมกับทึ่งและนับถือในวิธีคิดวิธีทำงานจริงๆ

 

ถึงผมจะไม่มีรถเบนซ์ขี่ แต่เพื่อนหลายคนก็มีรถเบนซ์ขับ และที่น่าแปลกก็คือ พอถามว่าซื้อที่ไหน เกือบทั้งหมดพูดเหมือนกัน

“ซื้อที่เบนซ์ทองหล่อ”

มันเป็นคำตอบที่ทำให้แปลกใจตะหงิดๆ เพราะในความเป็นจริง เบนซ์มีขายตั้งหลายที่ แต่ทำไมต้องมาซื้อที่นี่ ที่ซึ่งจะว่าไป เคยนั่งรถผ่านโชว์รูมก็ไม่เห็นจะมีรถจอดโชว์ลูกค้าสักคัน หรือขายหมดไปแล้ว

“ต้องจอง” เพื่อนเคยบอกผมอย่างนี้

แปลกนะที่อื่นซื้อปุ๊บได้ปั๊บไม่ซื้อ แต่ที่นี่ต้องจองกลับแย่งกันซื้อ หรือต้องรอให้ผมมีเงินจนสามารถซื้อเบนซ์มาขับเสียก่อนถึงจะเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนพูด

แต่วันนี้ผมมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นด้วยเงินเพียง 195 บาท และทำให้ผมได้มากกว่ารถเบนซ์ทั้งคันเสียอีก

 

คนอื่นซื้อเบนซ์จากคุณวสันต์ อาจจะได้ไม่เท่ากับผมที่ซื้อหนังสือที่คุณวสันต์เขียน

หรือเพราะผมยังเชื่อในประโยคที่ว่า

อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร จงดูว่าเขาคิดอะไร

อยากรู้ว่าเขาคิดอะไร จงดูว่าเขาทำอย่างไร

บางอย่างที่ได้จากการอ่านหนังสือของ วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ ที่ชื่อ

ขายดี เพราะไม่ได้ดีแต่ขาย

benz-tonglor-2

ถึงวันนี้ ผมก็ยังสองจิตสองใจกับหนังสือ “ขายดี เพราะไม่ได้ดีแต่ขาย” เล่มนี้ว่า จริงๆ แล้วมันคือหนังสือฮาว-ทู หรือหนังสือประวัติชีวิตของคุณวสันต์ ลองมาดูบทแรกกัน

 

เพราะเคยจน ผมถึงรวย

และเพราะถ้าคิดว่ารวยถึงจน”

 

คอหนังสือฮาว-ทู เจอประโยคนี้เข้าก็ปิ๊ง แต่จะเอาไปใช้อย่างไร

โดยทั่วไป ในหนังสือฮาว-ทู ถ้ามีประโยคอย่างนี้ก็มักจะขยายความว่า คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตเขาทำอย่างนี้ พร้อมกับตัวอย่างคนนั้นคนนี้ สั้นๆ

แต่ของคุณวสันต์ไม่สั้น เพราะนี่คือสิ่งที่เขาทำจริงเจ็บจริง เรียกว่าที่มีวันนี้ได้เพราะจน แต่ความจนไม่ใช่ชะตากรรม และทำอย่างไรมันจึงกลายเป็นแรงผลัก

 

“เพราะจน…ถึงได้เรียนหนังสือ”

“เพราะจน…ถึงต้องทำงาน”

“เพราะจน…ถึงเรียนจบปริญญาโทจากอเมริกา”

 

อันที่จริง เกิดมาไม่จนยังไงก็ได้เรียนหนังสือ ได้ทำงาน แต่ต่อจากนั้นเล่า….

บ้านเรา คนจนมีมาก ตั้งแต่เกิดมาจน จนถาวร จนชั่วคราว จนซ้ำซาก ก็เพราะยอมรับว่าเป็นชะตากรรมหรือเปล่า

ทำอย่างไรจะจะเปลี่ยนชะตากรรมเป็นแรงผลักแบบที่คุณวสันต์ทำจนสามารถเปลี่ยนตัวเองจากชีวิตบ้านๆ มาเป็นคนมีเงินร้อยล้านพันล้าน ที่วันนี้ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองรวย

ไปอ่านกันเองนะ

benz-tonglor-3

 

หลายคนคงคุ้นเคยกับประโยคที่ว่า เป้าหมายมีไว้พุ่งชน

แต่ชนแล้วเป็นอย่างไร ชนแล้วได้อะไร ชนแล้วเสียอะไร เราเคยเรียนรู้บ้างไหม

แต่กับคุณวสันต์ เขาเลือกที่จะเดินชน

เดินชนดูก่อน ไม่ลองไม่รู้” เขาว่าไว้อย่างนี้

ชนของเขาไม่ใช่เพื่อเอาชนะหรือเพื่อความสะใจ แต่เป็นการแสวงหาหนทางเพื่อเดินเข้าไปขอโอกาส เพื่อแสดงเจตจำนงที่ชัดเจน

ชัดเจนว่า คุณได้อะไร ผมได้อะไร

เพราะโอกาสเป็นของทุกคน แต่คนที่ได้โอกาสคือคนที่กล้าลงมือทำ

กล้าลงมือทำ ก็คือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา เพราะปัญหาทำให้เราเรียนรู้ที่จะหาทางออก

ทุกปัญหามีทางออก หรือไม่ก็ออกตรงทางเข้า”

benz-tonglor-4

วันเวลาในชีวิตของคนเราดูเหมือนจะมีอยู่สองอย่างคือวันทำงาน และวันหยุด

แต่มีอีกหลายคนในโลกที่ไม่มีวันทำงานและไม่มีวันหยุด เพราะวันหยุดคือวันทำงาน และวันทำงานคือวันหยุด

วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ คือคนประเภทนั้น

ถ้าได้เจอเขา เราจะไม่รู้เลยว่าเขากำลังทำงานหรือไม่ทำ เพราะดูท่าทางเขามีความสุขตลอดเวลา นี่หรือเปล่าคือสิ่งที่เขาบอกกับทุกคนเสมอว่า

“ผมทำงานโดยที่ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังทำงาน จึงไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ ..ที่ทำงานคือส่วนหนึ่งของบ้าน การนั่งทำงานก็คือการพักผ่อนอย่างหนึ่ง”

งานของคุณวสันต์จึงไม่อาจนิยามด้วยความหมายของคำว่า ภาระ หรือ หน้าที่

แต่มันคือ ความรัก

หรือนี่คือคำอธิบายของประโยคที่ว่า

ทำแบบไม่มีวันพัก เพราะพักอยู่ในงานที่ทำ”

benz-tonglor-5
เราจ่ายเงินเพื่อซื้อของ เรามักไม่เคยคิดว่าเราเสีย

ทั้งที่ความจริงเราเสียเพื่อจะได้

ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่เราได้มา ล้วนเป็นผลจากการที่เราจ่ายออกไปก่อนทั้งสิ้น

จ่ายด้วยคุณค่าที่ทัดเทียมเสมอกัน

แต่กับบางอย่าง การเสีย ก็ไม่ใช่เพื่อให้ได้ แต่เป็นการเสียเพื่อให้จบ

 

เพื่อให้ปัญหาจบ เราอาจจะต้องยอมเจ็บหรือยอมเสียอะไรไปบ้าง ไม่ว่าจะเสียประโยชน์ เสียเงิน เสียหน้า เสียเปรียบฯไม่ไปยึดมั่นศักดิ์ศรีอะไรมากมาย ไม่อย่างนั้นคุณก็จะครุ่นคิดอยู่นั่น จิตใจก็จะขุ่นมัว วุ่นวายไม่สบายใจอยู่อย่างนั้นการเสียแบบนี้เป็นการเสียที่คุ้มค่า บางครั้งก็ต้องแกล้งเสียรู้หรือแกล้งโง่ เพราะเป็นการเสียเพื่อให้ได้ ซึ่งสิ่งที่ได้ก็คือความสบายใจของทุกฝ่ายนั่นเอง”  

comments

0 Comments
Share

maSCOOPS