move

5 เพจเลี้ยงลูก ที่พ่อแม่ควรกดติดตาม

5-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1

คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกวันนี้พวกเราทุกคนรับรู้ข่าวสารต่างๆผ่านสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กมากกว่าอ่านหนังสือหรือนิตยสารกันแล้ว มวลหมู่ข้อมูลมหาศาลถาโถมใส่เราเสียจนตั้งการ์ดไม่ทัน ข่าวดราม่าสักข่าวที่แม้ไม่มีคุณประโยชน์ใดต่อชีวิตเรา ก็ยังเล็ดรอดเข้าโสตประสาทของเราอยู่ดี แต่จะอย่างไรประโยชน์ก็ยังหาได้ เพราะเราหาข้อมูลทุกอย่างผ่านสื่อออนไลน์ จะกินอะไร ไปเที่ยวที่ไหน หรือกระทั่งจะเลี้ยงลูกอย่างไรดี!

เพจเลี้ยงลูกในเฟซบุ๊กมีอยู่เท่าไรไม่รู้มีใครเคยนับไหม แต่เราอยากแนะนำเพจเลี้ยงลูกที่ควรค่าแก่การกด follow ไม่เสียเวลาเสพข่าวดราม่าสัก 5 เพจ ที่เราเองก็ตามอยู่ด้วย (ไม่นะ ไม่ได้มีลูก แค่รักเด็ก และคิดว่าการเลี้ยงดูเด็กให้เติบโตมาอย่างดีเป็นคำตอบเดียวของประเทศชาติเราตอนนี้)

เพจแรก ขอเรียงตามตัวอักษรไปเลยนะ เข็นเด็กขึ้นภูเขา

เพจนี้ขับเคลื่อนโดย “หมอมินบานเย็น” หรือ แพทย์หญิงเบญจพร ตันตสูติ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ตั้งชื่อเพจน่ารัก ล้อไปกับสำนวนไทยเข็นครกขึ้นภูเขา โดยมีแนวคิดว่า การเลี้ยงลูกเหมือนการเข็นเด็กขึ้นภูเขาไปทีละลูกๆ จบลูกนั้นขึ้นต่อลูกนี้”

ที่มาของเพจเข็นเด็กขึ้นภูเขานี้เริ่มมาจากหมอมินและเพื่อนๆ ผุดไอเดียการทำเพจขึ้นในโครงการฝึกความเป็นผู้นำของจิตแพทย์ที่อายุน้อยของกรมสุขภาพจิต เพื่อให้ความรู้แก่สังคมเกี่ยวกับสุขภาพจิตเด็ก สร้างความเข้าใจเรื่องเด็กและวัยรุ่นให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู หรือคนที่อยู่กับเด็กมากๆ เพื่อให้หลักบางอย่างในการเลี้ยงดูเด็ก และก็ทำต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

ปัจจุบันเพจนี้มี followers เข้าใกล้ 3 แสนคน เนื้อหาในเพจมีการรวบรวมไปตีพิมพ์เป็นหนังสือแล้ว 3 เล่ม คือ เข็นเด็กขึ้นภูเขา, บาดแผลของวัยว้าวุ่น และล่าสุด บางสิ่งที่พ่อแม่น่าจะรู้นานแล้ว ใครสนใจลองไปหาดูกันนะ

เพจต่อมา ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย เป็นเพจอย่างเป็นทางการของชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย

ข้อดีคือเพจนี้มีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นหลายท่านหมุนเวียนกันมาให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กและวัยรุ่น คุณพ่อคุณแม่ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก เข้าไปถามได้เลย มีจิตแพทย์รอตอบคำถามอยู่ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อกลางประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่น่าสนใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตอื่นๆ ด้วย

เพจที่ 3 คือเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน ตั้งต้นจากคุณแม่ 3 บ้านที่อยากจะแบ่งปันประสบการณ์การ “เลี้ยงลูกนอกบ้าน” เพราะเชื่อว่าสมองของเด็กเติบโตด้วยประสบการณ์จริง จึงอยากจะพาลูกๆ ออกไปพบเจอสิ่งต่างๆ นอกบ้านให้มากที่สุด ปัจจุบันแอดมินหลักคือ หมอโอ๋ พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร ส่วนคุณแม่อีกสองบ้านขยับขยายออกไปเปิดเพจเลี้ยงลูกรอบโลก (ไว้จะมารีวิวโอกาสหน้านะ)

นอกจากข้อเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์แม่-ลูก ที่พบเจอระหว่างออกไปนอกบ้านแล้ว เพจนี้ยังมีการจัดกิจกรรม เลี้ยงลูกนอกบ้าน On tour โดยรับสมัครครอบครัวที่สนใจไปออกทริปด้วยกัน หากใครอยากหากิจกรรมทำร่วมกันในครอบครัวก็คอยติดตามดูนะ แต่บอกเลยว่าเต็มเร็วมาก ก็ลูกเพจปาเข้าไป 4 แสนกว่าๆ เท่านั้นเอง

เพจที่ 4 เพจนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์ที่ตอบคำถามได้อินดี้แหวกแนวถูกใจพ่อแม่ยุคใหม่ จนกลายเป็นเพจที่กำลังมาแรงตอนนี้ แนวคิดของเพจนี้ที่คุณหมอกล่าวไว้คือ “เพจนี้มีความตั้งใจพูดคุยเรื่องเลี้ยงลูกบนโลกแห่งความเป็นจริง นั่นคือครอบครัวส่วนใหญ่ต้องทำงาน หาเงิน… หากต้องไปทำงาน กลับมาปุ๊บโยนงานทิ้งให้หมด อยู่กับเขาจนกว่าเขาจะหลับ เมื่อนั้นคุณสองคนค่อยเป็นอิสระ… 3 ขวบปีแรกสำคัญที่สุด ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องส่งลูกไปโรงเรียนก่อน 7 ขวบก็เลือกโรงเรียนที่เอาแต่เล่น สอนน้อย” และคุณหมอย้ำเสมอว่า  “เล่น อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน สามอย่างนี้ต่างหากที่สำคัญสำหรับเด็กก่อน 7 ขวบ” ทุกวันเสาร์คุณหมอจะแนะนำหนังสือภาพสำหรับเด็ก และวิเคราะห์แยกแยะฟังก์ชันของนิทานให้คุณพ่อคุณแม่ดูว่า มีอะไรซ่อนอยู่ในหนังสือภาพที่มีคำอยู่ไม่กี่คำ และส่งผลต่อเด็กๆอย่างมากมายอย่างไร

นอกจากจะเป็นจิตแพทย์แล้วคุณหมอยังมีความสนใจหลงใหลในภาพยนตร์และการ์ตูนอย่างมาก มีหนังสือเกี่ยวกับการ์ตูนออกมาหลายเล่ม เนื้อหาในเพจจึงมักมีการอ้างถึงเรื่องราวจากการ์ตูนหรือภาพยนตร์นำมาอธิบายเคสเพิ่มเติมด้วย

คุณหมอประจำอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เขียนคอลัมน์ให้นิตยสารหลายเล่ม มีผลงานรวมเล่มเกือบ 50 เล่ม เช่น สุดยอดเคล็ดลับพัฒนาลูก, เลี้ยงลูกให้เป็นคนเก่ง, บำบัดเครียด, 43 ไม้ตายลบลายเจ้าตัวยุ่ง, เลี้ยงลูกให้ได้ดี และเลี้ยงลูกด้วยนิทาน เป็นต้น

เพจสุดท้าย เลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ เพจชื่อแปลกที่หมอตั้ม-หมอก้อย จิตแพทย์เด็กสองสามีภรรยาตั้งใจให้คนสะดุดกับคำว่า “คนปกติ” เพราะทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า เด็กๆ ถูกเร่ง ถูกอัดฉีดมากล้นตามปริมาณความคาดหวังของพ่อแม่ ให้กลายเป็นคนเก่ง ฉลาด อัจฉริยะ เป็นยอดมนุษย์ คุณหมอทั้งสองกลับชวนคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายว่า มาเลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติกันเถอะ คนปกติก็คือคนที่เป็นปกติสุข สุขภาพจิตดี มีความพร้อมที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่มั่นคงในจิตใจ

ปัจจุบันคุณหมอทั้งสองมีผลงานรวมเล่มชื่อเดียวกับเพจออกมาแล้ว 1 เล่ม คือ เลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ และยังคงเขียนบทความลงในเพจ แนะนำวิธีการรับมือกับลูกหรือให้แนวคิดเชิงบวกในการมองปัญหาเรื่องการเลี้ยงลูกอย่างสม่ำเสมอ

บทบาทของจิตแพทย์ในรูปแบบใหม่

เนื่องจากจิตแพทย์เด็กในบ้านเรายังขาดแคลน แต่ละปีมีจิตแพทย์เด็กจบใหม่แค่ 8-10 คน แต่ปัญหาเด็กและครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน อีกทั้งสังคมไทยก็ยังไม่คุ้นเคยกับการไปหาจิตแพทย์ เพจที่ให้พ่อแม่เข้ามาขอคำปรึกษาได้จึงเป็นคำตอบที่เหมาะเจาะลงตัว หมอๆ แอดมินจากทั้ง 5 เพจนี้ล้วนตั้งเพจขึ้นมาด้วยเจตนาอยากให้ความรู้ช่วยเหลือพ่อแม่และครอบครัวที่เลี้ยงดูเด็กเพื่อที่เด็กๆ จะได้รับการดูแลและพัฒนาไปได้ดีอย่างมีความสุขทุกฝ่าย คนเลี้ยงเด็กอย่างเราทั้งหลายหากยังเขินๆที่จะไปหาจิตแพทย์ก็รีบ follow เพจเหล่านี้ไปพลางเถิด

comments

0 Comments
Share

2minute