move

5 สิ่งประหลาดรอบตัว ที่เกิดจากเศรษฐศาสตร์ล้วนๆ!

5-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%86

รู้หรือไม่ว่า บางสิ่งที่แฝงอยู่ในพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน รวมถึงธรรมเนียมปฏิบัติที่เราทำตามต่อๆ กันมา เกิดขึ้นจากหลักหลักเศรษฐศาสตร์ ที่เราคิดไม่ถึง!


ยกตัวอย่าง 5 เรื่องต่อไปนี้ ที่คุณแทบเดาไม่ออกเลยว่าเศรษฐศาสตร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้อย่างไรบ้าง

 

1.ทำไมชุดแต่งงานถึงเป็นสีขาว

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมไปงานแต่งงานทีไร เจ้าสาวจะต้องใส่ชุดสีขาวทุกที บางงานเจ้าบ่าวจะใส่สีน้ำเงินบ้าง น้ำตาลบ้างตามความชอบของเจ้าบ่าว แต่เจ้าสาวก็ยังใส่ชุดสีขาวเหมือนเดิม

ชุดแต่งงานสีขาวมีต้นตอมาจากงานแต่งงานของพระราชินีนาถวิกตอเรีย ผู้ปกครองอังกฤษ พระองค์ทรงเลือกใส่ชุดแต่งงานสีขาวปลอดตั้งแต่พระเศียรจรดปลายพระบาท ของตกแต่งในพิธีก็ใช้สีขาวเป็นหลัก และโปรดให้เพื่อนเจ้าสาวซึ่งเป็นเจ้าหญิงจากประเทศต่างๆ ทั้ง 12 พระองค์ฉลองพระองค์สีขาวด้วย

รายงานจาก เดอะไทม์’ ของอังกฤษได้บรรยายว่า ไม่เคยมีครั้งไหนในประวัติศาสตร์อังกฤษที่ผู้คนมารวมตัวกันเนืองแน่นเท่าวันนี้” ภาพงานอภิเษกสมรสของพระองค์ได้รับการถ่ายทอดเป็นรูปวาด ภาพถ่าย คอลัมน์ในข่าว เรียกได้ว่าสาวๆ ทั่วโลกได้รับข่าวสารกันแบบเกาะติด

สาวๆ ทั่วโลกต่างร่วมรู้ว่าหญิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกได้เลือกสวมชุดแต่งงานสีขาว และนั่นทำให้พวกเธอใฝ่ฝันจะมีงานแต่งงานท่ามกลางสีขาวบริสุทธิ์บ้างนั่นเอง!

 

2.ทำไมต้องให้แหวนเพชรเวลาแต่งงาน

การนำเพชรมาใช้กับแหวนแต่งงานเริ่มขึ้นเมื่ออาร์ชดุ๊กแมกซิมิเลียนแห่งออสเตรีย ได้ขอแมรีแห่งเบอร์กันดีแต่งงานเมื่อปี ค.ศ. 1477 ต่อมาการใช้แหวนเพชรเป็นแหวนแต่งงานก็มีมากขึ้น แต่ยังเป็นสิ่งจำกัดเฉพาะในกลุ่มราชวงศ์หรือชนชั้นสูงเท่านั้น

ปัจจุบันผู้หญิงอยากได้แหวนเพชรเวลาแต่งงาน เพราะเพชรเป็นอัญมณีราคาแพง ผู้ชายที่ซื้ออัญมณีราคาแพงเพื่อขอผู้หญิงแต่งงานจึงต้องเป็นคนที่จริงจังกับการขอแต่งงานไปโดยปริยาย ผู้หญิงจึงใช้โครงสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์คือแหวนเพชร เป็นตัวสร้างความแน่วแน่มั่นคงยามผู้ชายคิดขอแต่งงาน

เหมือนที่เรามักจะเห็นภาพตัวละครหญิงในละครอวดน้ำหนักกะรัตบนแหวนเพชรแต่งงาน หรือวาดหวังว่าแฟนหนุ่มจะซื้อแหวนเพชรเม็ดใหญ่มาขอตนแต่งงาน ความคิดนี้ยังมีอยู่เยอะในชีวิตจริงด้วย เพราะผู้หญิงใช้ขนาดของแหวนเพชรเป็นตัวชี้วัดความรักของว่าที่สามี พวกเธอใช้มันคะเนว่าเขาเทิดทูนบูชาตัวเธอมากแค่ไหน!

 

3.ทำไมถึงลดน้ำหนักล้มเหลวทุกครั้ง

 ปัญหาเรื่องการลดน้ำหนักอยู่คู่กับผู้หญิงไปตลอดชีวิต พวกเธอใช้ความพยายามกับมันแทบจะตลอดเวลา แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง

นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ไว้ว่า ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำมีแนวโน้มจะกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากกว่าคนที่มีรายได้สูง  เพราะคนที่มีรายได้สูงสามารถเลือกของกินที่ดีต่อสุขภาพและแคลอรีน้อยได้ตามใจตนเองมากกว่าคนที่มีรายได้ต่ำ

รวมไปถึงคนส่วนใหญ่ที่นั่งทำงานในออฟฟิศมากกว่าจะทำงานออกแรง ถ้าอยากจะเผาผลาญแคลอรีก็ต้องลงทุนทั้งเวลาและเงินอีกต่างหาก เราต้องจ่ายเงินเพื่อจะได้ใช้พลังงานออกกำลังกาย อัตราประชากรที่เป็นโรคอ้วนจึงสูงขึ้น

เหมือนการเปรียบเทียบต้นทุนกับผลประโยชน์ แม้เรารู้ดีว่าแฮมเบอร์เกอร์เป็นอาหารแคลอรีสูง ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่เพราะเรามองว่าแฮมเบอร์เกอร์รสชาติอร่อยและมอบผลประโยชน์ตรงความอร่อยให้เรามาก เราจึงซื้อกิน มอบความสุขให้เรามากกว่าการออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งริมแม่น้ำตั้งเยอะ

เพราะผลประโยชน์ที่ได้จากการกินทำให้เรามีความสุขมากกว่าออกกำลังกาย เราถึงยอมจ่ายเงินซื้อของกิน(ที่แคลอรีสูง) มากกว่าการจ่ายเงินซื้อคอร์สออกกำลังกายยังไงละ

 

4.ทำไมซูเปอร์สโตร์ต่างจังหวัดถึงมีขนาดใหญ่

 เราจะสังเกตได้ว่า ซูเปอร์สโตร์ในต่างจังหวัด เช่น เทสโก้โลตัส บิ๊กซี ฯลฯ จะมีขนาดใหญ่กว่าในเมืองมาก สาเหตุที่ต้องสร้างให้ใหญ่เพราะเป็นกลยุทธ์สร้างผลกำไรให้สม่ำเสมอ เพราะจะช่วยป้องกันการแทรกแซงจากบริษัทคู่แข่งอื่นได้

ถ้าเปิดซูเปอร์สโตร์ขนาดเล็ก เป็นไปได้ว่าอาจเกิดคู่แข่งรายใหม่ในตลาดเดียวกันอย่างล้นหลาม เนื่องจากต่างคนต่างคิดว่าซูเปอร์สโตร์ที่มีอยู่เป็นเพียงขนาดเล็ก ถึงจะเปิดซูเปอร์สโตร์ใหม่บ้างก็น่าจะอยู่ร่วมกันได้ แต่เมื่อเกิดซูเปอร์สโตร์ใหม่ในพื้นที่เดียวกัน ทั้งคู่ก็ต้องแข่งขันกันด้านราคา ส่งผลให้กำไรลดลง

และถ้าคู่แข่งเปิดซูเปอร์สโตร์ที่ใหญ่กว่า มีของเยอะกว่าจนเราเทียบไม่ติด เราก็จะถูกบีบให้ออกไปจากพื้นที่นั้นทันที!

5.ต้นกำเนิดของแฟนต้ามาจากฮิตเลอร์จริงหรือ

เครื่องดื่มโคคา-โคลาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในเยอรมนี ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมนีเป็นประเทศที่บริโภคโคคา-โคลามากเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา

จนกระทั่งปี ค.ศ.1941 ที่สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงคราม จึงมีคำสั่งระงับการส่งหัวน้ำเชื่อมโคลาแก่เยอรมนี จึงทำให้ชาวเยอรมันอดดื่มโคคา-โคลา แมกซ์ ไคธ์จึงได้คิดค้นเครื่องดื่มใหม่ มาทดแทนโคลาได้สำเร็จ และตั้งชื่อมันว่า Fanta มาจากคำว่า Fantasie โดยสื่อว่าเครื่องดื่มนี้ เมื่อดื่มแล้วจะเกิดความคิดดีๆ”

นาซีได้ใช้เครื่องดื่มแฟนต้าเพื่อปลุกปั่นขวัญกำลังใจแก่ทหารเยอรมัน โดยมีบรรจุภัณฑ์เป็นภาพชาวยิวถูกข่มเหง และส่งแฟนต้าให้เป็นเครื่องดื่มแก่ทหารกลางสนามรบ เนื่องจากสงครามกินระยะเวลานาน ของกินของใช้หายากมากขึ้น ชาวเยอรมันจำนวนมากจึงใช้แฟนต้าปรุงอาหารแทนน้ำตาล จึงทำให้แฟนต้าเป็นที่นิยมของชาวเยอรมันอย่างรวดเร็ว

และอาจเป็นเพราะโคคา-โคลา มองเห็นความเสี่ยงที่จะโดนครองความนิยมจึงดักทางด้วยการซื้อกิจการสินค้ามาผลิตเองเสียเลย ทุกวันนี้แฟนต้าติด 1 ใน 5 เครื่องดื่มยอดนิยมทั่วโลก ส่วนใหญ่ต้องยกความดีความชอบให้กลยุทธ์การขายและการตลาดอันแยบคายของโคคา-โคลา

แต่ถ้าฮิตเลอร์ไม่ก่อสงครามโลกขึ้นมา ชาวเยอรมันคงยังนิยมดื่มโคลาเหมือนเดิม สุดท้ายแฟนต้าอาจไม่ถือกำเนิดขึ้น เราคงกล่าวได้ว่า ฮิตเลอร์คือผู้ให้กำเนิดการคิดค้นแฟนต้าโดยตรง!’


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ เศรษฐศาสตร์ เปลี่ยนสิ่งประหลาดให้เป็นเรื่องปกติ”

สำนักพิมพ์อมรินทร์

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ