move

5 คำถามที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคมะเร็ง

5-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87

มะเร็งเป็นโรคที่รักษาได้ยากที่สุดและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประเทศด้วยค่าเฉลี่ยการเสียชีวิตมหาโหดถึง 60,000 คนต่อไป หรือทุกๆ หนึ่งชั่วโมงจะมีคนเสียชีวิต 6-7 คนเลยทีเดียว

และนี่คือ 5 คำถามยอดฮิตที่คนที่เป็นโรคมะเร็งและไม่เป็นต่างสงสัย

 

1.เป็นมะเร็งแล้วทำไมน้ำหนักลด

ผู้ป่วยที่ผอมมากจนหนังติดกระดูก เกิดจากการเสียสมดุลของไนโตรเจนในร่างกาย เพราะมีการสลายโปรตีนและไขมันมากกว่าการสร้างขึ้นใหม่ ภาวะดังกล่าวเกิดจากการที่เซลล์มะเร็งหลั่งสารก่อการอักเสบ ไปกระตุ้นให้เซลล์กล้ามเนื้อและเซลล์ไขมันเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันตามมา ด้วยการสลายตัวของโปรตีนและไขมันออกมาให้ได้กรดแอมิโนและกรดไขมัน ซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นกลูโคสเพื่อให้เซลล์มะเร็งนำไปใช้สลายสารอาหารให้ได้พลังงานมาเลี้ยงตัวเอง

 

โดยปกติร่างกายจะใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานหลัง แต่เมื่อเราอดอาหารมากกว่า 6 ชั่วโมง ร่างกายจะเริ่มนำโปรตีนมาใช้สร้างพลังงาน ซึ่งกล้ามเนื้อเป็นแหล่งสะสมโปรตีนที่สำคัญ

 

ดังนั้นถ้าผู้ป่วยมะเร็งกินอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการ ก็จะทำให้อาการผอมแห้งรุนแรงขึ้นจนอาจถึงขั้นติดหนังกระดูก ซึ่งระยะเวลาที่เกิดแต่ละคนจะเร็วช้าไม่เท่ากัน ขึ้นกับว่าโรคมะเร็งรุนแรงแค่ไหน ยิ่งรุนแรงมาก และกินอาหารได้น้อย อาการผอมแห้งก็จะรุนแรงขึ้น ซึ่งการผอมจนถึงขั้นหนังติดกระดูกเป็นสัญญาณว่า ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิต’ แล้ว โดยภาวะผอมแห้งมักพบในผู้ป่วยมะเร็งปอด ลำไส้ ตับ ศีรษะ และคอ

 

2.ควรอดอาหารเพื่อให้มะเร็งเติบโตช้าลงจริงไหม

ผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะอยู่ระหว่างการบำบัด ห้ามอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะแม้จะเป็นมะเร็งแล้วก็ยังต้องรับประทานอาหารเพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หลายคนเข้าใจว่าเป็นมะเร็งแล้วควรอดอาหารทุกอย่าง ไม่ควรบำรุงมาก เพราะจะทำให้มะเร็งโตไว แต่ในทางวิทยาศาสตร์พบว่า เซลล์มะเร็งดูดอาหารไปใช้ได้ไวกว่าเซลล์ปกติอยู่แล้ว

 

ดังนั้นถ้ากินอาหารไม่เพียงพอ ก็จะมีแต่เซลล์มะเร็งได้รับสารอาหารไป เซลล์ปกติจะขาดอาหาร ทำให้ร่างกายส่วนอื่นที่ไม่ได้เป็นมะเร็งอ่อนแอลง ทำให้เซลล์มะเร็งรุกรานอวัยวะส่วนอื่นได้ในที่สุด

 

3.เป็นมะเร็งแล้วควรงดกินเนื้อสัตว์เด็ดขาดจริงหรือไม่

มีมะเร็งน้อยชนิดที่ชอบใช้กรดแอมิโนเป็นแหล่งพลังงาน เช่น มะเร็งรังไข่ ส่วนมะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งสมอง มะเร็งผิวหนังหลักฐานยังคลุมเครืออยู่

 

การงดกินเนื้อสัตว์โดยเด็ดขาดจะส่งผลกระทบหลายอย่าง เพราะวิตามินบี 12 มีมากในเนื้อสัตว์ ที่พืชไม่สามารถทดแทนได้ สารอาหารเหล่านี้มีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดง จึงมักพบภาวะโลหิตจางได้บ่อยในผู้ป่วย ซึ่งถ้าเลือดจางมากๆ อาจทำให้ต้องหยุดการรักษาโรคมะเร็งไปก่อน

 

4.ผู้ป่วยมะเร็งควรกินวิตามินหรือแร่ธาตุเสริมหรือไม่

สถาบันวิจัยโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ไม่แนะนำกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อป้องกันมะเร็ง แต่ถ้าระหว่างบำบัดรักษาแล้วผู้ป่วยกินอาหารได้น้อยลง อาจะเกิดภาวะขาดสารอาหารรองอย่างวิตามิน เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี ฯลฯ และแร่ธาตุจำเป็น เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม ฯลฯ

 

ดังนั้นจึงอาจมีความจำเป็นต้องให้วิตามินและแร่ธาตุเสริม โดยแนะนำว่าไม่ให้เกินร้อยละ 100 ของปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของวิตามินรวม ทั้งนี้แพทยต้องเป็นผู้สั่งจ่ายยาให้เท่านั้น ผู้ป่วยและญาติไม่ควรซื้อมาให้รับประทานเอง

 

5.ระหว่างการรักษามะเร็ง มีอาหารอะไรที่ควรหลีกเลี่ยงหรือเปล่า

สิ่งที่ผู้ป่วยมะเร็งกลัวที่สุดคือ กินอะไรเข้าไปแล้วจะเร่งบำรุงมะเร็งให้เติบโตมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยหลายคนไม่กล้ากินอะไรเพราะกังวลไปหมด

 

ความจริงแล้วไม่ได้มีข้อกำหนดว่าอาหารอะไรเป็นของแสลงต่อโรค แต่โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง ได้แก่

 

ของหมักดอง เช่น ไข่เค็ม ปลาเค็ม มะม่วงดอง ที่มีโซเดียมและฟอสฟอรัสสูง

ของปิ้งย่างแบบเกรียม เช่น เนื้อย่าง หมูปิ้ง เพราะอาจมีสารก่อมะเร็ง ยิ่งไหม้เกรียมเท่าไหร่ก็ยิ่งมีสารก่อมะเร็งมาก

ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น กุนเชียง ไส้กรอก ลูกชิ้น อาจมีสารเร่งเนื้อแดง หรือบอแร็กซ์ปนเปื้อนอยู่

ของทอด เช่น เบคอนทอด มันฝรั่งทอด กล้วยแขก อาจมีสารก่อมะเร็งพวกอะคริลาไมด์ปะปนอยู่ ยิ่งถ้าใช้น้ำมันทอดซ้ำแล้วซ้ำอีก ปริมาณสารก่อมะเร็งก็จะสูงขึ้น           

 

 


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ กินเป็นมะเร็งขยาด กินฉลาดมะเร็งไม่มา

สำนักพิมพ์ Amarin Health

                                                                                          

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ