Featured Scoops, maLife

5วิธี รับมือคนไร้เหตุผลและคนขี้เหวี่ยงวีน

5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%99

การคุยกับคนไร้เหตุผลและขี้เหวี่ยงวีนไม่ใช่เรื่องง่าย  มันก็เหมือนกับการที่คุณหันหน้าคุยกับกำแพงนั่นแหละ  บางครั้งมันก็เหมือนกับคุณหันหน้าคุยกับระเบิดที่คุณเดาไม่ออกว่ามันจะเบิดตูมใส่เมื่อไร

ฟังดูน่ากลัวจนอยากเบือนหน้าหนีใช่ไหม  แต่การเบือนหน้าหนีและถอยห่างไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด  เพราะการกระทำนั้นอาจกลายเป็นระเบิดปรมาณูทำลายความสัมพันธ์ของคุณจนสิ้นซาก

 

แล้วจะทำอย่างไรในเมื่อหลบหน้าก็ไม่ได้ คุยด้วยดีๆ ก็ไม่ฟัง 

 

ลองมาดูคำแนะนำจาก มาร์ก กูลสตัน เจ้าของผลงานหนังสือเงียบให้ถูกจังหวะ คนชนะไม่พูดมาก และพูดให้ถูกจังหวะ คนชนะไม่พูดเยอะ  เขาคือจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารที่มีประสบการณ์รับมือคนไร้สติมากว่า 30 ปี

 

ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ผู้เอาแต่ใจ ลูกวัยรุ่นที่อารมณ์ขุ่นมั่วเสมอ  คู่รักเจ้าน้ำตา  เพื่อนร่วมงานผู้ดราม่า ลูกค้าและเจ้านายผู้ไร้สติ   5 วิธีรับมือคนไร้เหตุผลต่อไปนี้กอบกู้ชีวิตคุณจากอาการสติแตกในการรับมือคนเหล่านั้นได้แน่นอน

 

 

 

กลยุทธ์ที่ 1  ชนะสงครามด้วยการยอมแพ้

การทำให้ตัวเองดูอ่อนแอเป็นคนขี้แพ้สามารถช่วยให้คุณกลายเป็นคนชนะในสงครามกับคนไร้เหตุผลได้

เทคนิคการชนะด้วยการยอมแพ้ หรือเรียกว่า เทคนิคหงายท้อง เป็นเทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้กับคนไร้เหตุผลแบบพบหน้าค่าตา ผ่านโทรศัพท์ หรืออีเมลก็ยังได้

เทคนิคหงายท้องมีหลักง่ายๆ คือ  เมื่อคุณผิดจริงๆ ให้ยอมรับความผิด  โดยพูดไปตรงๆ ว่า “ฉันเป็นคนผิด แล้วคุณอยากให้ฉันทำอะไรต่อไปเพื่อลบล้างความผิดนี้”   เมื่อคุณไม่รู้ว่าตัวเองผิดหรือไม่  แต่อยากสงบศึก ให้พูดว่า “ถ้าฉันพูดหรือทำอะไร มันจะทำให้เรื่องแย่เข้าไปใหญ่ ถ้าฉันไม่พูดหรือไม่ทำ ก็จะทำให้แย่ได้เหมือนกัน  ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ  ฉันอยากให้คุณช่วยบอกว่าฉันควรพูดหรือทำอะไรเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นสำหรับคุณ หรือจะต้องทำอะไรเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ให้ถูกต้อง”

 

 

กลยุทธ์ที่ 2 แต่งงานกับอนาคต

อย่าเริ่มบทสนทนาแบบพายเรือในอ่างกับคนไร้เหตุผล เช่น “คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก” “คุณประเมินผมต่ำเกินไปเสมอ” “เธอไม่เคยรับผิดชอบเลย” “คุณทำให้ฉันผิดหวังตลอด” แบบนี้เรียกว่า แต่งงานกับอดีต

กลยุทธ์แต่งงานกับอนาคต คือ การนึกภาพวันพรุ่งนี้หรือปีหน้า และชีวิตคุณในอีกสิบปีจากนี้ และทำให้คนโกรธนั้นมองเห็นภาพเดียวกับคุณ  ซึ่งเป็นเทคนิคอันทรงพลังในการรับมือเพื่อน คู่สมรส ลูก ๆและคนอื่น ๆ ที่คุณรัก

สิ่งหนึ่งที่ผมโปรดปรานในเทคนิคมองไปข้างหน้าก็คือ คุณนำไปใช้ได้กับความไร้สติทุกรูปแบบ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ออกจะเป็นเทคนิคครอบจักรวาล” – มาร์ก กูลสตัน

ขั้นตอนการนำไปใช้

  1. ถ้าเป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งสองฝ่ายรักกันดี แต่ทั้งคู่ต่างทำตัวบ้า ๆ เป็นบางครั้ง ขอให้นั่งคุยกันโดยมองไปข้างหน้า ให้คุณถามตัวเองก่อนว่า จากนี้ไป คุณจะทำอะไรเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น จากนั้นลองฟังดูว่าอีกฝ่ายจะพัฒนาความสัมพันธ์อย่างไรนับจากนี้ไป
  2. ถ้าคุณเจอพฤติกรรมเหลือรับที่ทำงานหรือที่บ้าน ใช้เทคนิคมองไปข้างหน้าแบบฉบับรุนแรง จดผลที่จะเกิดตามมาจากพฤติกรรมในอนาคตของคนนั้น (ถ้าเป็นไปได้ ให้คนนั้นร่วมกำหนดผลที่เกิดตามมาด้วย หรือกำหนดผลที่ยอมรับร่วมกัน) จากนั้นทำตามให้ครบถ้วน
  3. ถ้าคุณเป็นเจ้านายที่รับมือลูกน้องไร้เหตุผล ใช้เทคนิคมองไปข้างหน้าขณะสอนงาน ดูให้แน่ใจว่าคุณบันทึกการสนทนาทั้งหมดไว้เพื่อใช้ติดตามผลและเสริมกำลังใจ

 

 

กลยุทธ์ที่ 3 มุ่งสู่ใจกลางพายุ

ไม่มีใครไร้สติโดยสิ้นเชิง พายุทุกลูกล้วนมีพื้นที่สงบอยู่ตรงไหนสักแห่ง เวลาคุยกับคนที่พายุอารมณ์พลุ่งพล่านเกินปกติ หนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการพุ่งเป้าไปที่ใจกลางของพายุ

กลยุทธ์นี้นิยมใช้กับคนที่มักร้องไห้ กรีดร้อง ตะโกน ปิดประตูปึงปังหรือชอบระเบิดอารมณ์

เมื่อคนๆ นั้นนอตหลุด ให้ทำต่อไปนี้

ปล่อยให้เขาระบายอารมณ์ออกมา

  • รับฟังอย่างสงบโดยไม่ทำอะไร
  • ถ้าคุยโทรศัพท์พยายามไม่วางสายใส่เขา
  • ถ้าคุยกันตัวต่อตัว ให้จ้องตาซ้ายของอีกฝ่ายเพื่อสื่อสารกับสมองซีกขวาที่ควบคุมอารมณ์ของบุคคลนั้น

เมื่อการระบายอารมณ์สิ้นสุด นำทางบุคคลนั้นสู่ใจกลางพายุ  ด้วยการถามคำถามต่อไปนี้

  • อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เขาจำเป็นต้องทำในระยะยาว
  • อะไรคือสิ่งสำคัญที่เขาจำเป็นต้องทำในระยะสั้น
  • อะไรคือสิ่งที่เขาจะต้องทำตอนนี้

 

มีเคล็ดลับข้อหนึ่ง นั่นคือ คุณต้องเชื่ออย่างเต็มที่ว่าบุคคลที่คุณรับมือนั้นมีสติอยู่บ้าง ไม่ว่าเขาจะทำหรือพูดอะไรขณะที่อาละวาด ถ้าไม่เชื่อ คุณจะทำไม่สำเร็จ

 

 

กลยุทธ์ที่ 4 ยื่นความผิดหวัง

การระเบิดอารมณ์ไม่ใช่ความเกลียดชังหรือความรังเกียจ แต่เป็นความผิดหวัง แต่คนแทบไม่ใช้คำนั้น แต่จะใช้ถ้อยคำเลวร้ายที่ไม่ได้หมายความตามนั้น

เมื่อคุณยื่นความผิดหวังเป็นทางเลือกให้กับพวกเขา และพวกเขายอมรับว่าตนผิดหวังมากกว่าเกลียดชัง ความโกรธมักสลายตัวอย่างรวดเร็ว และคุณเองก็ไม่ต้องเหนื่อยกับการแก้ตัวด้วย เพราะความผิดหวังเกิดจากสิ่งที่คุณทำ ไม่ใช่ตัวตนที่คุณเป็นจริง ๆ

ถ้าคนไร้เหตุผลเห็นด้วยว่า “ใช่ ฉันผิดหวังในตัวคุณ” ให้ถามอย่างใจเย็นและเข้าอกเข้าใจว่า “ผิดหวังยังไงหรือ” จากนั้นก็ให้อีกฝ่ายพูด แล้วขุดให้ลึกลงอีกด้วยการถามว่า “มีอะไรที่ผมทำหรือไม่ได้ทำที่ทำให้คุณผิดหวังที่สุดตั้งแต่เรารู้จักกันมา” จากนั้นก็ขอโทษที่ทำแบบนั้น

ถึงคุณจะรู้สึกว่าทำได้ยากสักแค่ไหน แต่คุณจะเห็นได้ว่ามันทำให้บุคคลนั้นมองคุณในทางที่ต่างไปและใจอ่อนลง และสิ่งน่าสนใจอีกประการที่มีแนวโน้มจะเกิดก็คือ เขาหรือเธอจะหันมาหาคุณและอาจบอกว่า “ฉันรู้ว่าฉันเองก็ทำหลายอย่างให้คุณผิดหวังเหมือนกัน” และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาบทใหม่ก็เป็นได้

 

 

กลยุทธ์ที่ 5  3 น. โน้ม-แนะ-นำ

คนที่ติดกับดักความกลัวก็เหมือนหนูถีบจักร ความคิดของคนๆ นั้นจะปั่นวนไปเรื่อย ๆ และขณะที่คิดหมุนวน การควบคุมตัวเองก็จะลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ

“ผลการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจต้องเจอมะเร็งแน่ ๆ โอย ทำยังไงดีฉันกำลังจะตาย ใครจะดูแลลูก ๆ ให้ล่ะนี่ ฉันกำลังจะตายจะทำยังไงดีนะ”

 

ไม่มีประโยชน์อะไรถ้าคุณพยายามช่วยคนไร้สติเพื่อตัดขาดความกลัวด้วยการบอกว่า “ใจเย็น ๆ รับรองว่าทุกอย่างจะคลี่คลายด้วยดีแน่ ๆ” เพราะคนที่กลัวจับจิต ไม่พร้อมฟังคำพูดแบบนี้และคำพูดของคุณนอกจากจะไม่เข้าหูแล้วยังอาจทำให้คนๆ นั้นโมโหคุณอีก

 

หากอยากช่วยหนูถีบจักเหล่านี้ คุณต้องยอมรับความกลัวของอีกฝ่าย จากนั้นค่อย ๆ หาทางนำทางเขาออกมาด้วยเทคนิคสาม น. โน้ม-แนะ-นำ

  1. โน้มตัวเข้าไป รับรู้ว่าปฏิกิริยาของเขาคนนั้นเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลในมุมมองของเขา
  2. แนะให้เห็นความจริง ช่วยให้คนนั้นเข้าใจสถานการณ์ตามความเป็นจริง  คุณจะพูดในลักษณะนี้ก็ได้ ผลการตรวจชิ้นเนื้อของคุณอาจออกมาแย่ได้ก็จริงนะ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เราก็จะรับมือได้แหละ เหมือนตอนที่ผมป่วยไง แต่ผมจำที่หมอบอกได้นะว่ามีความเป็นไปได้มากกว่าว่าผลตรวจอาจไม่เจออะไร แล้วหมอก็บอกอีกด้วยนะว่าต่อให้เจอ มะเร็งชนิดนี้ก็มีโอกาสรักษาได้สูง
  1. นำเขาไปสู่อนาคต ช่วยกันคิดแผนที่ทำได้จริง แล้วลงมือทำเพื่อก้าวไปข้างหน้า  ลองพูดแบบนี้ดูสิ  “ตอนนี้มีอะไรที่พอจะช่วยคลายเครียดให้คุณระหว่างรอผลตรวจบ้าง ไปดูหนังหรือไปวิ่งกันไหม”

 

 

 

รับมือกับคนไร้เหตุผลและเหวี่ยงวีนอีกหลากหลายรูปแบบด้วยคำแนะนำจากมาร์ก กูลสตัน

 

 

 

 

comments

0 Comments
Share

ตาต้า แมวอ่านหนังสือ

แมวตัวหนึ่งที่ชอบนอนทับหนังสือ ฝันเป็นเรื่องหนังสือ พกหนังสือไปด้วยทุกที่แม้ไม่มีเวลาอ่าน . . ความสามารถพิเศษ : หอบหนังสือได้ถึง 10 กิโลกรัม