Featured Scoops, maLife

4 นิสัยที่ทำให้ไม่มีความสุข 

4-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%c2%a0

เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมช่วงนี้รู้สึกไม่ค่อยมีความสุขเลย ในแต่ละวันหัวเราะแทบจะไม่เกิน 5 ครั้ง เบื่อๆ เซ็งๆ ทำยังไงก็ไม่หาย

 

การที่เรามีความสุขส่วนหนึ่งมาจาก 4 นิสัยมหันตภัยตัวร้ายทำลายความสุขเหล่านี้นี่ละ

 

มาดูกันว่ามีนิสัยแบบไหนบ้างที่ควรปรับปรุงแบบด่วนจี๋!

 

 

1.ตะเกียกตะกายเพื่ออยู่เหนือคนอื่น

เราถูกสังคมวางเงื่อนไขให้ต้องได้ดีกว่าคนอื่นๆ ทั้งพ่อแม่ ครู สื่อต่างๆ ที่ตั้งเป้าหมายให้เราไว้ว่าต้องทำทุกอย่างได้ดีที่สุด หรือดีกว่าทุกคน เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะการอยู่เหนือคนอื่นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอดของเรา เช่น คนที่รวยกว่ามักจะมีชีวิตรอด กินอยู่สบายมากกว่า เมื่อมีกลุ่มโจรมาปล้นหมู่บ้าน คนที่วิ่งเร็วที่สุดก็มีโอกาสรอดมากกว่า เป็นต้น

 

พ่อแม่จึงพยายามผลักดันให้เราขึ้นไปเป็นที่หนึ่ง เพราะปรารถนาดีที่จะให้เรามีโอกาสที่ดีที่สุดในการมีชีวิตรอด แต่ในอีกมุมหนึ่งมันก็ทำให้ความสุขลดน้อยลงเหมือนกัน

 

เหตุผลที่การตะเกียกตะกายที่จะอยู่เหนือคนอื่นลดทอนความสุขของเราเพราะ เราเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกไว้กับสิ่งที่จะต้องได้ต้องดี และต้องมีมากกว่าคนอื่นๆ ทำให้เราหมกมุ่นอยู่กับการไปสู่เป้าหมาย ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนั้นเรายังเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น ทำไมเขาถึงเก่งกว่าฉัน” “ทำไมเขามีบ้านหลังใหญ่กว่าฉัน” ที่เป็นการลดทอนความสุขอย่างชัดเจนที่สุด

 

2.โหยหาความรัก

ลักษณะสำคัญของการดำรงอยู่ของมนุษย์คือการสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับคนอื่นๆ ความต้องการสร้างความผูกพันมักถูกแสดงออกมาหลากหลายรูปแบบ ความผูกพันแบบเพื่อนสนิท หรือแบบคนรัก ดูจากการที่ความต้องการความรักอยู่ทุกหนทุกแห่ง จึงทำให้เราอยากมีความรักและโหยหาซะเหลือเกิน

 

ถึงแม้ว่าการถูกรักจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีความสุข แต่การไขว่คว้าความรักก็ทำให้เกิดความเศร้าและความทุกข์มากมาย เช่น การเรียกร้องความสนใจ อยากให้มีคนมารักเยอะๆ และเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวัง (หรือที่เรียกว่าอกหัก) ก็จะรู้สึกแย่ที่ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง จนทำให้ความสุขในชีวิตลดน้อยลง

 

3.ไม่เชื่อใจคนอื่น

คนส่วนใหญ่เข้าใจได้ว่าการไว้วางใจคนอื่น จะก่อให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน แต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจที่จะเริ่มไว้ใจคนอื่นก่อนอยู่ดี

 

เหตุผลที่ทำให้เกิดความลังเลที่จะไว้ใจคนอื่น ก็คือนิสัยที่ชอบมองไปในทางที่ไม่ดี ลังเลที่จะบอกความลับให้เพื่อนรู้เพราะกลัวเพื่อนไปบอกคนอื่น และอีกหลายๆ เรื่อง นั่นไม่ต้องกังวลอะไรมาก เพราะการไม่ไว้ใจเป็นไปอย่างอัตโนมัติ และคนที่ไม่ไว้ใจคนอื่นก่อนมีโอกาสที่จะอยู่รอดในสังคมสมัยนี้มากกว่า

 

แต่การที่ไม่ยอมไว้ใจคนอื่นก็ทำให้เกิดความทุกข์ได้เหมือนกัน เกิดความกังวล และเป็นการตัดโอกาสที่จะเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ ไป รวมถึงความสุขด้วย

 

4.เสพติดการคิด

รู้ไหมว่าการตัดสินใจส่วนมากของเราเกิดจากอารมณ์ ถึงแม้บางครั้งเราจะอ้างว่าฉันมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ และสาธยายมาเสียยาวถึงเหตุผลที่ว่านั้น ฉันไม่อยากกินอาหารร้านนี้ เพราะมันเลี่ยน ไขมันเยอะด้วย เดี๋ยวน้ำหนักตัวขึ้น ฯลฯ”

 

แต่จริงๆ แล้วเกิดจากไม่อยากกิน ไม่อยากกินร้านนี้ เลยต้องหาเหตุผลมารองรับต่างหาก ความคิดเยอะของคนเราไม่ได้มีแค่เรื่องกินเท่านั้น ยังรวมไปถึงเรื่องการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ เช่น อยากซื้อรถ ชอบรถรุ่นนี้ แต่ถ้ารุ่นใหม่ออกมาก็ต้องดีกว่ารุ่นนี้แน่ๆ งั้นรอรุ่นใหม่ดีกว่า

 

บทสรุปสุดท้ายคือ ไม่ได้ซื้อรถ…

 

จะเห็นได้ว่าการเสพติดการคิดเยอะเกินไป จะทำให้เราไม่ได้ทำ ไม่ได้ลงมือ หรือตัดสินใจอะไรสักอย่าง ความสุขที่จะได้รับหลังจากที่ได้ทำก็ไม่มี มีแต่เรื่องอยู่ในหัวสมองเต็มไปหมด จนทำให้หมกมุ่นและเกิดความทุกข์ได้

 


 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ ไหนว่าเก่งไง ทำไมไม่มีความสุข

สำนักพิมพ์ Amarin How-to

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ