maSpecial

‘ไก่เบรส’ ราชินีไก่เนื้อแห่งโครงการเกษตรหลวงอ่างขาง

%e2%80%98%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e2%80%99-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%87

ข้าวหนม


‘ไปอ่างขางเป็นที่แรกแล้วกัน’

ฉันตัดสินใจกับตัวเองเมื่อพบว่า ‘สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ’คือโครงการหลวงแห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงริเริ่มขึ้น ในชื่อ ‘โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา’ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ชาวไทยภูเขาเลิกปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย

ในระยะเริ่มต้นได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากนั้นหน่วยงานราชการอื่นๆ จึงได้เข้ามาช่วยกันศึกษาวิจัยหาพืชที่เหมาะสมต่อการปลูกบนที่สูง ต่อมาก็ขยายการศึกษาทดลองในส่วนของการเลี้ยงสัตว์ โดยได้รับความร่วมมือจากนักวิจัยของกรมปศุสัตว์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากมูลนิธิโครงการหลวงได้รับการจดทะเบียนเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ การวิจัยเรื่องสัตว์อย่างจริงจังก็เริ่มต้นขึ้น

ภารกิจหลักของฉันในการเดินทางครั้งนี้คือ เก็บข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ที่โครงการหลวงและโครงการในพระราชดำริสนับสนุนให้เกษตรกรได้เลี้ยงเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนและรายได้เสริม ระหว่างเดินทางเจ้าหน้าที่ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้โทรมาย้ำเตือนเรื่องความปลอดภัยเป็นระยะๆ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีฝนหลงฤดูโปรยปรายและเส้นทางก็คดเคี้ยวลาดชัน

ในที่สุดฉันก็มาถึงที่หมายเวลาเย็นย่ำ ลมหนาวพัดกรูเกรียว จนต้องหลบเข้าไปสโมสรโครงการเกษตรหลวงอ่างขาง

“รับอะไรดีครับ” บริกรหนุ่มเข้ามาถามพร้อมส่งรายการอาหารให้เลือก

ฉันนิ่งอยู่หนึ่งอึดใจ ก่อนจะเลือกเมนูที่ชื่อของส่วนประกอบไม่คุ้นเคย ‘ต้มข่าไก่เบรส’ เพียงไม่กี่อึดใจต้มข่าไก่ชื่อแปลกก็มานำมาวางตรงหน้าพร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุยทีเดียว ฉันตักน้ำแกงต้มข่าขึ้นซดเป็นคำแรก

pic-01
‘อา…’ ความเปรี้ยว และความหวานมันของกะทิช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเดินทางได้ทันที ไหนลองชิมเนื้อไก่ชื่อแปลกดูบ้าง

ช่างน่าประหลาดใจกับเนื้อที่เนียนละมุน นุ่ม ฉ่ำหวาน มีกลิ่นหอม…หอมคล้ายกับสมุนไพร…อืม…ใบพาร์สลีย์! ใช่แล้วใบพาร์สลีย์ มาอยู่ในไก่ได้อย่างไรกันเนี่ย ไม่ได้มาจากการหมักแน่ๆ ฉันตักเข้าปากคำแล้วคำเล่าเพื่อหาคำตอบจนแทบจะลืมข้าวสวย กระเพาะของฉันยิ้มเสียจนตัวแทบปริ! มันเป็นไก่พิสดารอะไรนี่? พรุ่งนี้คงได้รู้กัน

……….

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังชาร์จพลังงานด้วยมื้อเช้าเสร็จก็ถึงเวลานัดหมายกับ ‘คุณพิทักษ์ รัตนะ’ นักวิชาการด้านปศุสัตว์ของสถานีเกษตรหลวงแห่งนี้พอดี หลังจากแนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินหน้าเยี่ยมชมสัตว์แต่ละชนิดในโครงการที่บริเวณแปลงสองพัน จนในที่สุดก็มาถึงคิวของพระเอกที่ฉันหมายใจไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเสียที ‘เจ้าไก่เบรส’ (bresse chicken)

ระหว่างที่เราเดินผ่านสวนพีชและกีวีไปยังโรงเรือนเลี้ยงไก่ คุณพิทักษ์เล่าความเป็นมาของเจ้าไก่เบรสให้ฟังว่า มันเป็นไก่ที่ชาวเมืองน้ำหอมเขาภาคภูมิใจมาก ยกย่องให้เป็นราชินีแห่งไก่เนื้อเลยทีเดียว เป็นที่นิยมมากถึงขนาดสร้างอนุสาวรีย์ให้ที่เมืองเบรส (Bresse) ประเทศฝรั่งเศส เนื้อขาวเนียนราวไข่มุก นุ่มและมีกลิ่นเฉพาะที่คล้ายใบพาร์สลีย์ จึงเป็นอาหารประเภทเนื้อชนิดเดียวที่สมาคม AOC (Appellation d’ Origine Controllee) ต้องยื่นมือเข้ามาควบคุมทั้งที่ปกติจะวุ่นวายแต่เฉพาะกับไวน์และผลไม้

pic-02

ส่วนหน้าตาของมันก็แบบสัญลักษณ์ของทีมฟุตบอลชาติฝรั่งเศส หงอนสีแดง ขนลำตัวสีขาว และขาสีน้ำเงิน เป็นที่มาของฉายาทีมตราไก่ เพิ่มความภูมิใจอีกคำรบว่าสีพ้องกับธงชาติของเขา

ช่วงปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ คุณนอร์ทเบิร์ท คอสเนอร์ ที่ปรึกษาโครงการหลวง พ่อครัวใหญ่ประจำโรงแรมโอเรียลเต็ล (Executive Chef) เล็งเห็นว่าภูมิประเทศและภูมิอากาศบนดอยอ่างขางน่าจะเลี้ยงไก่เบรสได้ จึงติดต่อขอรับการสนับสนุนไปยังสมาคมผู้เลี้ยงไก่เบรส แต่ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากเป็นสัตว์สงวนของชาติ ห้ามนำไก่เบรสที่มีชีวิตออกนอกประเทศ

กระนั้นพ่อครัวใหญ่แห่งโรงแรมโอเรียลเต็ลก็ไม่ได้ละความพยายาม ได้ส่งจดหมายบอกเล่าถึงจุดประสงค์ แนวความคิด และการปฎิบัติงานของโครงการหลวง พร้อมทั้งวิดีโอของโครงการเพื่อประกอบการพิจารณาจากทางสมาคมผู้เลี้ยงไก่เบรสอีกครั้ง

ในที่สุดทางฝรั่งเศสก็เข้าใจและยอมรับ จึงส่งไข่ที่ผ่านการปฏิสนธิมาให้ ๓๐๐ ฟอง แต่ไข่ไม่ยอมฟัก ทางสมาคมฯ จึงส่งลูกเจี๊ยบมาให้อีก ๔๐๐ ตัวแทน มูลนิธิโครงการหลวงจึงได้เริ่มต้นทดลองเลี้ยงไก่เบรสตั้งแต่บัดนั้น

“ตอนนี้ผมกำลังทำเรื่องของบประมาณอยู่ ว่าจะทำคอกแล้วปล่อยให้พวกเขาได้เดินคุ้ยเขี่ยกินหญ้ากินสมุนไพรอย่างอิสระ” คุณพิทักษ์เล่าความคิดของเขาซึ่งอิงจากสูตรการเลี้ยงของประเทศต้นตำรับ

โดยตามสูตรที่ว่าคือจะต้องเลี้ยงลูกเจี๊ยบในกรงเป็นเวลา ๕ สัปดาห์ หลังจากนั้นค่อยปล่อยให้กินหญ้ากินแมลงอย่างอิสระ และก่อนชำแหละ ๑ เดือน จะต้องให้อาหารหลักเป็นธัญพืช เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี และนมผง เพื่อให้เนื้อนุ่มและหอม  ด้วยกรรมวิธีการเลี้ยงที่พิเศษนี้ทำให้ไก่เบรสมีราคาสูงกว่าไก่ทั่วไป แต่ผู้บริโภคก็รู้สึกคุ้มค่าถึงขนาดตั้งชื่อเล่นให้มันว่า ‘เดย์ บั๊ด เลอ’ (des pattes bleues) ที่หมายถึง ยอมควักกระเป๋า

ฉันมองดูเจ้าพวกไก่ทำคอยึกยัก คุ้ยเขี่ยแล้วก็นึกขำว่า ‘นี่ถ้ามาปล่อยลงแปลงให้กินสมุนไพรแบบไทยๆ อย่างตะไคร้ คงจะให้รสชาติที่สนุกๆ ดีนะ’

จู่ๆ ท้องฟ้าก็ผันแปรอีกครั้งคราวนี้รวมพลังกันทั้งลมฝนและลมหนาวเลยทีเดียว เราหลบสภาพอากาศอันหฤโหดเข้าไปภายในสโมสรของโครงการ ชาอู่หลงเบอร์ ๑๒ อบอุ่นในอุ้งมือ  หากเมื่อเงยหน้าขึ้นมองบนผนัง ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ติดให้กำลังใจคนทำงานช่วยให้อุ่นซ่านในหัวใจว่า ‘ที่นี่คือผืนแผ่นดินไทยที่ร่มเย็นได้ด้วยพระบารมี’


ขอขอบคุณ

คุณพิทักษ์ รัตนะ นักวิชาการปศุสัตว์ประจำโครงการเกษตรหลวงอ่างขาง

คุณปลายฟ้า ธนิตเนตร และ เจ้าหน้าที่โครงการเกษตรหลวงอ่างขางทุกท่าน

อ้างอิง

http://www.aviculture-europe.nl/nummers/07e02a04.pdf

http://www.royalprojectthailand.com

https://web2012.hrdi.or.th/HighlandDevelop/detail/1623/

comments

0 Comments
Share

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

สำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยม นายอินอะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประเภทสารคดีเชิงศิลปวัฒนธรรม แต่อยากเขียนสารคดีเกี่ยวกับอาหารและแหล่งที่มาบ้าง