maTravel

ใต้ร่มเงาซากุระ ตอน เที่ยวทาคายาม่า

%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2

ข้าวหนม


อากาศหนาวบรรยากาศริมน้ำแบบได้กินเนื้อย่างร้อนๆ รสชาติกลมกล่อม แบบที่ติดมันก็ราวกับจะละลายไปในปาก แบบเนื้อเน้นๆ ก็นุ่มแน่นเคี้ยวเพลิน  ถ้าได้ข้าวเหนียวสักปั้นใหญ่ๆ ละก็… สุขใดไหนจะปาน

โอฮาโย…อรุณสวัสดิ์วันใหม่ วันนี้ยังมีศึก (ชิมและช็อป) อันหนักหน่วงรออยู่ ฉันรีบจัดแจงแช่ออนเซ็นเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อมราวกับนักรบเข้าสู่สมรภูมิ

 

ในการแช่ออนเซ็น ทุกคนต้องเปลือยเปล่าทั้งหมดเป็นระเบียบที่แฝงเรื่องความเท่าเทียมเอาไว้ โดยก่อนจะแช่ต้องชำระร่างกายให้สะอาดเสียก่อน โดยเริ่มจากศีรษะแล้วไล่ลงสู่อวัยวะเบื้องล่าง ภายในห้องออนเซ็นนั้นเราควรใช้บริการด้วยอาการสำรวม เมื่อจะแช่ให้เริ่มจากเอาส้นเท้าจุ่มลงในน้ำก่อนเพื่อปรับอุณหภูมิให้ร่างกายชินกับอุณหภูมิของน้ำ และควรแช่ครั้งละไม่เกิน ๓๐ นาที

 

เม็ดฝนที่หยดผ่านใบไผ่ ต่อเนื่องเป็นสายราวกับสายสร้อยคริสตัล อากาศหนาวๆ แช่น้ำอุ่นๆ มันช่างมีความสุขจนฉันต้องระบายเสียง ‘อา…’ ออกมาเบาๆ หลังแช่น้ำแร่ดูเหมือนผิวจะเนียนลื่นขึ้นอย่างน่าประหลาด

 

อาหารเช้าวันนี้เป็นไข่ลวกออนเซ็น ทีแรกนึกว่าจะออกมาเป็นไข่ลวกเละเทะแบบที่สภากาแฟเสียอีก แต่พอตัดออกมาแล้วดูแข็งแบบเยลลี ตรงไข่แดงเป็นสีส้มแวววามเชิญชวนให้ชิมเป็นที่สุด

pic 01

อิตาดากิมัส…ทานละนะคะ รสชาติมันๆ ของไข่แดงเข้ากันได้ดีกับรสเค็มๆหวานๆ ของโชยุที่ผสมมาในไข่ออนเซ็นจนอยากจะบอกว่าขอข้าวอีกถ้วยเถอะ…กายพร้อมใจพร้อม ฉันจึงมุ่งหน้าสู่ตลาดเช้าริมฝั่งแม่น้ำมิยากาวา (Miyagawa)

 

ฝนตกปรอยๆ ทำให้อุณหภูมิที่เข้าขั้นหนาวอยู่แล้วยิ่งยะเยือกขึ้นไปอีก การเดินดูบ้านโบราณในเขตเมืองเก่า‘ซันมาชิซูจิ’ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาก ฉันได้ยินมาว่าที่ประเทศจีนจะทำลายบ้านลักษณะโบราณทิ้งเพื่อสร้างเป็นคอนโด โดยจะเหลือให้คนรุ่นใหม่ดูเพียงไม่กี่หลังใกล้ๆ กับพระราชวังต้องห้าม ทำให้ฉันอดเศร้าเสียดายไม่ได้

 

ตลาดริมฝั่งแม่น้ำมิยากาวาอุดมไปด้วยผลิตภัณฑ์จากวัวฮิดะซึ่งเป็นของมีชื่ออย่างหนึ่งของทาคายามา ถ้าอยากรู้ว่าร้านไหนอร่อย วิธีพิสูจน์ที่ดีที่สุดคือ ชิม’ แบบเก็บรายละเอียดทุกร้าน กลิ่นหอมของเนื้อย่าง เสียงฉ่าๆ ของมันเปลวที่หยดลงในเตา มันช่างทำให้ฉันอยากลัดคิวเสียจริง

pic 02

อากาศหนาวบรรยากาศริมน้ำแบบได้กินเนื้อย่างร้อนๆ รสชาติกลมกล่อม แบบที่ติดมันก็ราวกับจะละลายไปในปาก แบบเนื้อเน้นๆ ก็นุ่มแน่นเคี้ยวเพลิน  ถ้าได้ข้าวเหนียวสักปั้นใหญ่ๆละก็… สุขใดไหนจะปาน

 

เนื้อฮิดะเป็นชื่อเฉพาะที่ได้มาจากวัวพันธุ์ญี่ปุ่นขนดำที่เลี้ยงในจังหวัดกิฟุ ฟองไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อ เรียกว่า “ชิโม ฟูริ” (Shimofuri) ซึ่งมีความหมายว่าโปรยน้ำค้างแข็ง ลองนึกภาพตามสิว่าไขมันที่แทรกแบบโปรยน้ำค้างแข็งน่ะ มันจะทำให้เนื้อนั้นทั้งนุ่มทั้งหวานขนาดไหน ไม่แปลกใจเลยที่แบบติดมันจะราคาสูงกว่าแบบเนื้อๆ เล็กน้อย

pic 03

ของอร่อยจากวัวฮิดะไม่ได้มีแค่เนื้อย่างเท่านั้น ยังมีคัสตาร์ดอุ่นร้อนๆ ที่บรรจุมาในขวดแก้วน่ารัก ถ้าใครคืนขวดก็จะได้คืนค่ามัดจำ แต่แหมตามประสาคนช่างสะสมฉันละไม่อยากคืนเลย เห็นเขาโชว์ประกาศนียบัตรและรางวัลเหรียญทองจากงานแสดงสินค้าโอท็อปเลยต้องขอชิมสัก ๒ ขวด อืม รสชาติไม่หวานจัดมีทั้งความหอมและความมันจากไขมันนม…แบบนี้ดาวให้ทั้งฟ้าไปเลย

 

เห็นร้านข้างหน้ามีคนต่อแถวยาวแสดงว่าอร่อยแน่ๆ ด้วยความที่ฉันอ่านป้ายภาษาญี่ปุ่นไม่ออกจึงไม่รู้ว่าเขาขายอะไร แต่ดูจากรูปภาพสี่เหลี่ยมลูกบาศก์สีเหลืองเกรียมๆ นี่น่าจะเป็นไข่ปิ้งนะ สุดแสนดีใจของอร่อยที่คุ้นเคย ไม่รู้ว่าไข่ปิ้งแดนอาทิตย์อุทัยกับไข่ปิ้งที่อีสานบ้านเฮานี่จะอร่อยเหมือนกันหรือเปล่าต้องลองชิมดูแต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้น…หวานเลย  นี่มันครีมชัดๆ แต่ไม่รู้ว่าเขาทำอย่างไรตอนปิ้งถึงไม่ละลาย

 

เดินชิมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมแล้ว ลองมาชิมผลิตภัณฑ์แบบออริจินัลจากนมพาสเจอร์ไรซ์

ดูบ้าง รสชาติหวานติดปลายลิ้นคงมาจากน้ำตาลแลคโตสแต่ความข้นและมันอย่างน่าประหลาดใจนี่สิ อดคิดไม่ได้ว่าโฮลสไตล์ฟรีเชี่ยนที่ให้น้ำนม ๖,๐๐๐ กิโลกรัมต่อวงรอบการให้นมของบ้านเรานี่แพ้หลุดลุ่ย ไขมันนมอันอุดมนี่น่าจะมาจากการขุนอาหารข้น เดี๋ยวกลับเมืองไทยเมื่อไรจะลองแนะนำเกษตรกรให้ลองทำ

 

ในเขตเมืองเก่าซันมาชิซูจิ ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงต่างออกมาเดินเล่น ทุกชีวิตผ่อนคลายอารมณ์ด้วยเสียงน้ำที่ไหลผ่านหน้าบ้านร้านรวงตลอดสายสมกับเป็นเมืองแห่งสายน้ำ ซึ่งสายน้ำนี้ได้ก่อกำเนิดจินตนาการและสร้างชีวิตให้กับตุ๊กตาคาราคูริ (karakuri) ซึ่งถือได้ว่าเป็นหุ่นยนต์ในสมัยเอโดะ (ศตวรรษที่ ๑๗-๑๙)

pic 04

ชายหนุ่มท่วงท่าสง่างามค่อยๆ เอียงคอมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาก่อนจะขยับตัวมาข้างหน้าเพื่อเปิดฝากล่องเผยให้เห็นขนมเซมเบ้น่ารับประทาน ก่อนจะปิดฝาแล้วค่อยๆ ถอยกลับไปที่เดิม เขาทำแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้จะอายุมากกว่า ๒๐๐ปี แล้วแต่ยังดูแข็งแรง มีชีวิตที่ถูกชักนำด้วยระหัดวิดน้ำ ฉันอยากรู้นักว่าเขาจะเบื่อ จะเมื่อยบ้างหรือไม่

 

หิมะกลางเดือนเมษาเริ่มโปรยลงมา ถึงคราวจำเป็นที่จะต้องหาถุงมือมาเตรียมรับมือแต่ไม่มีเบอร์ไหนที่ฉันพอจะใส่ได้ คุณป้าเจ้าของร้านจึงไปเอาถุงมือคู่ใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้ของลูกสาวแกมาให้ จะจ่ายเงินคุณป้าก็ไม่ยอม ฉันจึงใช้วิธีอุดหนุนตุ๊กตาซารุโบโบจากร้านคุณป้ามาฝากคนที่บ้านอีกหลายตัว ถ้าหากประเทศมหาอำนาจจัดมาตรฐานดัชนีความสุขจากเรื่อง ความมีน้ำใจ แทนการมีรถยนต์ คอนโด หรือโทรศัพท์มือถือ ฉันคิดว่าหลายประเทศในแถบเอเชียน่าจะมีคะแนนนำลิ่วนะ

 

เวลานี้ภายใต้โค้งครอบฟ้าเหนือซันมาชูจิมีพร่างพราวไปด้วยดอกดวงหนาตาของหิมะ การหลบความหนาวเย็นไปหาเครื่องทำความร้อนในอาคารสำนักงานว่าการเมืองโบราณน่าจะเป็นความคิดที่ดี

 

ที่ว่าการโบราณนี้เรียกว่า ‘ทาคายาม่า จินยะ’ (takayamajinya) เดิมเป็นที่ทำงานและที่พักอาศัยของเจ้าเมือง ‘คานาโมริ นางาจิกะ’ แห่งปราสาททาคายาม่า ภายหลังจากหมดยุคของคานาโมริคฤหาสน์นี้จึงตกอยู่ภายใต้การปกครองของโชกุนตระกูลโทกุกาวา

 

ในสมัยเอโดะทาคายามาจินยะเป็นที่ออกประกาศทางราชการและเก็บภาษีต่างๆ เมื่อเข้าสู่ยุคเมจิจึงถูกเปลี่ยนมาเป็นสำนักงานประจำพื้นที่ของจังหวัดและเขต

 

ภายในอันโอ่โถงของอาคารอายุ ๑๗๖ ปี ปูด้วยเสื่อตาตามินุ่มและอุ่น แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนด้วยประตูบานเลื่อนแบบที่เราเคยดูในละครญี่ปุ่นย้อนยุค มีห้องสำหรับว่าราชการตัดสินคดี ห้องอ่านหนังสือ และห้องทรมานนักโทษที่ยังไม่อุปกรณ์อยู่ครบ ทำให้รู้สึกขยาดหน่อยๆ

 

สำหรับห้องที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวได้แก่ ห้องนอน ห้องชงชา ห้องรับประทานอาหาร ห้องน้ำ งานก่อสร้างยังคงเป็นแบบตอกลิ่มลงสลัก แต่ถ้าบริเวณไหนที่จำเป็นต้องตอกตะปู ช่างในสมัยนั้นจะเอาตราโลหะมาปิดไว้เพื่อไม่ให้เกิดความระคายสายตา ไม่ให้เสียชื่อว่าสืบทอดฝีมือช่างมาจากวังหลวง ตราโลหะที่นำมาปิดหัวตะปูเอาไว้ เป็นรูปกระต่ายตัวกลมหูยาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลของท่านเจ้าเมือง โดยหูยาวของกระต่ายนั้นสื่อความหมายถึงการรับฟังเสียงเดือดร้อนจากทั่วสารทิศของประชาชน ดูไปดูมาออกจะน่ารักมากกว่าน่าเกรงขามนะ

 

ถัดเข้าไปอีกส่วน จัดแสดงยุทโธปกรณ์ ภาพอธิบายกลศึก อุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้ และภาพถ่ายเก่าๆ เมื่อครั้งที่เราดูการ์ตูนเรื่องอิ๊กคิวซังด้วยกันแล้วสงสัยว่าเขาเอาก้อนหินขึ้นไปเรียงบนหลังคาทำไม วันนี้ฉันได้คำตอบแล้ว

 

เจ้าหน้าที่ของทาคายามา จินยะ ได้แสดงขั้นตอนการทำหลังคาบ้านในสมัยโบราณให้ผู้ที่มาเข้าชมดู เริ่มตั้งแต่ต้นไม้ที่ถูกตัดมา ทำให้เป็นท่อน แล้วค่อยๆย่อยจนกลายเป็นแผ่น เวลาเรียงจะต้องวางให้เหลื่อมล้ำกันเอาไว้ ด้วยความเบาของมันจึงต้องอาศัยน้ำหนักของก้อนหินทับเอาไว้ แหมถ้าหากหลังคาผุขึ้นมาวันไหน ฉันละไม่อยากคิดสงสารคนที่นั่งอยู่ชั้นล่างเลยเชียว

 

คิดไม่ผิดจริงๆที่อพยพหนีหนาวเข้าไปในที่ว่าการโบราณ มิน่าผู้ชำนาญการท่องเที่ยวทั้งหลายจึงแนะนำว่าถ้าจะเที่ยวท้องถิ่นไหนให้สนุกต้องไปเยือนพิพิธภัณฑ์ของเขาเสียก่อน

pic 05

ที่ด้านนอกมีการตั้งแผงขายของตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ตอนนี้รู้แต่ว่าตุ๊กตาซารุโบโบของแผงนี้น่ารักจนอดใจไม่อยู่อีกแล้ว แต่อย่าเพิ่งถอนหายใจ ทุกการจับจ่ายย่อมมีเหตุผล เจ้าตุ๊กตาไม่มีหน้านี่เขาเป็นเหมือนเครื่องลางที่ช่วยปกป้องคุ้มครอง ถ้าไม่รีบซื้อที่นี่ ไปที่อื่นก็จะไม่มีขายแล้ว เพราะเขาเป็นหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นอยากบอกคนทางบ้านว่าแปลกใจเลยนะถ้าใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วจะกลับไปบ้านด้วยสภาวะล้มละลาย

 

pic 06

อ้าวกระดาษหมดเสียแล้วเดี๋ยวไปนั่งพักขาต่อที่ร้านเรเมนข้างพิพิธภัณฑ์ฑ์รถแห่ ค่อยชิมต่อ เอ้ย ! วางแผนไปเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นรอติดตามอ่านบันทึกตอนหน้ากันนะ

comments

0 Comments
Share

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

สำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยม นายอินอะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประเภทสารคดีเชิงศิลปวัฒนธรรม แต่อยากเขียนสารคดีเกี่ยวกับอาหารและแหล่งที่มาบ้าง