maTravel

ใต้ร่มเงาซากุระ ตอน มุ่งสู่ภูเขาทาเทยาม่า

%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2

ข้าวหนม


บนภูเขาหิมะทาเทยาม่านี้กินพื้นที่ถึง ๒ จังหวัดด้วยกันคือนาโงย่าและโทยาม่าเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ดาราของที่นี่เห็นจะเป็นเจ้านกสายฟ้า ‘มูโรโด’ และวิเซลหางสั้นญี่ปุ่น

ช่วงเวลาเดินทางหลายคนมีความชอบแตกต่างกันไป บางคนชอบหาเพื่อนใหม่ระหว่างทาง บางคนมีหนังสือเป็นเพื่อนก็พอแล้ว บางคนปิดกั้นตัวเองจากโลกรอบตัวด้วยเสียงเพลง หรือปิดตาหลับไปเลยก็มี แต่สำหรับฉันแล้วทิวทัศน์ข้างทางเป็นสิ่งที่ดึงดูดเสียมากกว่า และขณะนี้สีชมพูสะพรั่งของซากุระป่าเดือนเมษายน ก็เป็นสิ่งที่ยวนตาไปตลอดทาง

 

ฉันมาถึงเมืองโทยาม่า (Toyama) ราวๆ ๔ โมงเย็น ลมหนาวพัดกรูเกรียว จนแทบไม่น่าเชื่อว่า ภายในเดือนเดียวกันนี้ที่บ้านเราร้อนจนแทบไหม้เป็นจุณ อากาศหนาวๆ อย่างนี้ปั่นจักรยานต้านลมคงไม่ไหวแน่ เดินชมเมืองเอาแล้วกัน น่าเสียดายที่เป็นเวลาปิดทำการของปราสาทโทยาม่า ฉันจึงได้แต่เก็บความสงสัยใคร่รู้เอาไว้ก่อน โอกาสหน้าไม่พลาดแน่ๆ

 

พวกเด็กๆ กำลังกลับจากโรงเรียน บ้างเดินเดี่ยว บ้างเดินเป็นกลุ่ม เห็นแล้วนึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่นที่ซื้ออ่านเสมอ คิดในใจว่า ‘นี่เรามาถึงถิ่นเลยนะ’ อดไม่ได้ที่ต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

 

“อาริงาโตโกไซมัส” ฉันกล่าวคำขอบคุณเด็กชายสวมแว่นท่าทางคงแก่เรียนซึ่งดูงงๆ ว่าตื่นเต้นอะไรนักหนากับชุดนักเรียนมัธยมปลายนี่

 

“โดอิทาชิมะชิเต” มิเป็นไรมิได้เด็กชายตอบกลับอย่างมีมารยาท

 

ที่เมืองโทยาม่านี้มีห้องสมุดประจำเมืองที่ใหญ่มากทีเดียว จำได้ว่าเคยดูรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับนิสัยรักการอ่านของชาวแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมได้อธิบายว่าเกิดจากการปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กด้วยเทคนิคง่ายๆ คือการ ‘ชม’ เป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจเด็กน้อยพองโตอย่างง่ายดายและอยากที่จะทำซ้ำๆ พ่อแม่ผู้ปกครองควรพิจารณานะ

 

สองข้างทางในต่างแดนมีสิ่งแปลกตาที่น่าสนใจไม่น้อย กว่าจะรู้สึกตัวว่าเดินมาไกลก็เมื่อยจนขาแทบลาก ฉันจึงตัดสินใจนั่งรถเคเบิ้ลคาร์กลับที่พัก ซึ่งที่ป้ายรถนั้นมีอักษรเบลบอกทั้งเส้นทางและรถแต่ละสายที่ผ่านป้ายนี้ ไม่เพียงเท่านั้นระบบไฮดรอลิกของรถยังเอื้อต่อหัวเข่าของคนสูงวัยและคนพิการที่ไม่สะดวกก้าวขาสูงโดยการเอียงตัวรถลงมาจนบุคคลเหล่านั้นก้าวขึ้นได้อย่างสะดวก เป็นเมืองที่สร้างขึ้นเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง

 

ฉันกลับมาถึงที่พักเอาตอนฟ้าเริ่มมืด อาหารค่ำได้จัดไว้พร้อมแล้วเป็นหมึกตัวเล็กดองในน้ำส้มสายชูเจ้าหมึกตัวเล็กๆ นี้เป็นหมึกเรืองแสงขึ้นชื่อของเมืองโทยาม่า (Firefly Squid) มาถึงถิ่นแล้วไม่ชิมไม่ได้นะ

pic 01

หมึกสดที่ผ่านกรรมวิธีถนอมอาหารแบบพื้นบ้านยังคงรสหวาน ในขณะที่ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูก็ไม่ได้ได้ทำให้เสียอรรถรสแต่อย่างใด มีรสเค็มปะแล่มของเกลือสมุทรมาตัด ทำให้อดคิดถึงกลิ่นอายของท้องทะเลไม่ได้ คีบหมึกดองคำหนึ่ง พุ้ยข้าวสวยร้อนๆ ตามอีกคำหนึ่ง…สุขใดไหนจะมาเทียม ค่ำคืนนั้นฉันฝันเห็นดินแดนหิมะในเทพนิยาย

 

……….

วันนี้ฉันออกเดินทางแต่เช้าตรู่ จุดเริ่มต้นในการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่สถานีรถไฟเดนเทตสึ โทยาม่า (dentetsu Toyama) ไปยังยังสถานีรถไฟโทยาม่า (Toyama Station) และต่อรถเคเบิ้ลคาร์ไปยังที่ราบสูงบิโจไดระ (Bijodira) ดินแดนหิมะแห่งนี้มีตำนานด้วยนะ เรื่องมีอยู่ว่า…

 

ในสมัยก่อนมีเจ้าหญิงกับเจ้าชายกำลังจะแต่งงานกัน แต่มีเหตุให้เจ้าชายต้องไปราชการยังต่างเมือง โดยต้องข้ามภูเขาทาเทยาม่าไป ด้วยความเป็นห่วง เจ้าหญิงจึงแอบตามไปด้วย แต่ถูกพวกข้าราชบริพารพบเข้าและเชิญให้กลับลงไป ระหว่างทางกลับได้พบกับต้นสนใหญ่ต้นหนึ่ง จึงอธิษฐานกับต้นสนนั้นว่า ขอให้เธอได้แต่งงานกับว่าที่สามีในอนาคต โชคดีที่เรื่องราวจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง และหลังจากที่เจ้าหญิงได้แต่งงานกับเจ้าชายแล้ว ทั้งสองได้พากันกลับมาไหว้ต้นสนนั้นอีกครั้ง สนต้นนั้นจึงได้ชื่อว่า ‘ต้นสนบิโจ’ แปลว่า ‘ต้นสนหญิงงาม’

 

หลังจากนั้นใครที่ผ่านไปล้วนต้องแวะมาขอพรกับสนโบราณต้นนี้เพื่อให้ชีวิตได้มีความหวานกับเขาบ้าง…แน่นอน ฉันไม่มีทางพลาด… ขอให้ลูกช้างตัวน้อยๆ สมหวังกับเขาบ้างเถิ้ด สาธุ…

 

ระหว่างทางไปยังจุดบริการนักท่องเที่ยวที่ที่ราบสูงมูโรโด (Murodo) เป็นทางที่ค่อนข้างแคบขนาบข้างด้วยหิมะที่ทับถมกันจนหนาราว ๔ เมตรทำให้รถสวนกันค่อนข้างลำบากแต่ในที่สุดฉันก็มาถึงโดยสวัสดิภาพ

pic 02

บนภูเขาหิมะทาเทยาม่านี้กินพื้นที่ถึง ๒ จังหวัดด้วยกันคือนาโงย่าและโทยาม่าเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ดาราของที่นี่เห็นจะเป็นเจ้านกสายฟ้า ‘มูโรโด’ และวิเซลหางสั้นญี่ปุ่น

 

เจ้านกสายฟ้านี้ ชาวบ้านบนภูเขาเชื่อกันว่าเป็นเป็นผู้ส่งสารจากเทพเจ้าเลยเชียว จะพบได้เฉพาะบนเขาลูกนี้เท่านั้น นักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่เดินสวนมาเล่าว่าเขาพบนกมูโรโดห่างจากบริเวณศูนย์บริการฯไปราว ๕๐ เมตร ความสนใจในเรื่องสัตว์บวกกับเลือดนักผจญภัยทำให้ฉันออกเดินลุยหิมะออกไปตามหามันบ้าง

pic 03

ฉันเดินตามทางที่ปักลำไผ่ไว้เป็นจุดสังเกตขึ้นไปบนยอดเขา คืบก็หิมะศอกก็หิมะมองไปทางไหนก็มีแต่ความขาวโพลน หิมะเริ่มตกหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวที่เดินร่วมทางกันมาเหลือเพียงไม่กี่คนความงามเริ่มกลายเป็นความน่ากลัวฉันเหลียวกลับไปมองข้างหลังลำไม้ไผ่ที่เป็นจุดสังเกตหายไปและฉันมาจากไหน…หลงทาง! เป็นคำที่น่ากลัวในเวลานี้ (โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

comments

0 Comments
Share

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

สำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยม นายอินอะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประเภทสารคดีเชิงศิลปวัฒนธรรม แต่อยากเขียนสารคดีเกี่ยวกับอาหารและแหล่งที่มาบ้าง