maTravel

ใต้ร่มเงาซากุระ ตอน ก่อนพิชิตภูเขาไฟฟูจิ

%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4

ข้าวหนม


อาหารแบบไคเซกิไม่มีรูปแบบในการจัดที่ตายตัว ขึ้นกับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ปรุง นักวิจารณ์ ว่าไว้ว่าเป็นอาหารศิลป์ขั้นสูงที่เทียบเคียงได้กับอาหารฝรั่งเศส (French Haute Cuisine) ใน ๑ ชุด จะประกอบไปด้วยอาหารจานเล็กประมาณ ๑๓ จาน

ชื่อเมืองที่ไม่มีภูเขา ไม่ได้หมายความว่าจะไร้ทิวทัศน์อื่นๆ ให้ได้ชม  เพราะเมืองยามานาชินั้นมีทะเลสาบถึง ๕ แห่ง ด้วยกัน โรงแรมที่ฉันพักนั้นอยู่ใกล้กับภูเขาฟูจิมาก เป็นโรงแรมแบบเรียวกัง มีบ่อออนเซ็นให้แช่ แต่ฉันเข็ดแล้วกับการโป๊หมู่ขอขัดสีฉวีวรรณในห้องส่วนตัวแล้วกัน

 

อาหารค่ำวันนี้เป็นปูทาราบะ (Tarabagani หรือ Red King Crab) ก้ามโตสมกับชื่อราชาปู หลายโต๊ะสั่งมันจานแล้วจานเล่า จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าอีกหน่อยอุตสาหกรรมประมงรัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกราชาปูรายใหญ่คงต้องได้มาดูงานโครงการธนาคารปูในบ้านเราไม่วันใดก็วันหนึ่งแน่ๆ

ฉันค่อยๆ บรรจงใช้กรรไกรตัดเปลือกแข็งของมันออกอย่างประณีตราวกับเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง เมื่อได้รอยผ่าที่เหมาะสมจึงค่อยๆ ใช้ตะเกียบคีบเนื้อสีแดงอมส้มนั้นออกมาอย่างเบามือ ก่อนจะส่งมันเข้าปากแบบเต็มคำ ความหวานกระจายไปทั่วลิ้น แม้พนักงานจะนำน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านจากประเทศแม่มาเสิร์ฟ แต่มันก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

 

ฉันอิ่มตื้อจนถึงรุ่งเช้า ราวกับว่าสงครามระหว่างกระเพาะกับอาหารยังไม่จบสิ้น ก่อนที่จะไปทักทายคุณฟูจิ ยังมีอาหารชุดไคเซกิ (Kaiseki) ให้ต้องรับผิดชอบเสียก่อน

 

อาหารแบบไคเซกิไม่มีรูปแบบในการจัดที่ตายตัว ขึ้นกับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ปรุง นักวิจารณ์ ว่าไว้ว่าเป็นอาหารศิลป์ขั้นสูงที่เทียบเคียงได้กับอาหารฝรั่งเศส (French Haute Cuisine)  แหม่!… เสียดายแทนนักวิจารณ์ตาถั่วเสียจริงที่ยังไม่ได้ลิ้มรสอาหารไทยก็ด่วนสรุปเสียแล้ว เพราะอาหารไทยนั้นไม่ได้มีดีแค่ที่รสชาติหรือศิลปะเท่านั้นนะ ที่สำคัญเป็นยาอีกด้วย…แต่เอาเถอะ…เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตามองญี่ปุ่น

 

กลับมาเข้าเรื่องของอาหารชุดไคเซกิกันต่อ อาหารชุดจักรพรรดิ์นี้ใน ๑ ชุด จะประกอบไปด้วยอาหารจานเล็กประมาณ ๑๓ จาน คือ

ซากิซุเคะ (Sakisuke) อาหารเรียกน้ำย่อย

ฮัสซุน (Hassun) ชุดที่สอง จะเป็นอาหารจานเล็กๆ ๒-๓ ชิ้น ที่มาในอรรถบทเดียวกัน

มุโคซุเคะ (Mukosuke) ซาซิมิประจำฤดูกาล

ทาคิอะวาเสะ (Takiawase) ผักที่เสิร์ฟมาพร้อมกับปลา เนื้อ หรือเต้าหู้

ฟุตาโมโนะ (Futamono) จานเล็กๆ ที่มีฝาปิดเพราะมีซุปเป็นส่วนประกอบ

ยากิโมโน (Yakimono) ปลาตามฤดูกาลย่าง

ซุซาคานะ (Suzakana)อาหารจานเล็กที่มีส่วนประกอบด้วยน้ำส้มสายชูหมักเพื่อล้างปาก

นาคาโชโกะ (Nakachoko) อาหารรสเปรี้ยวเพื่อล้างปากอีกจาน

ซิอิซาคานะ (Shiizakana) ส่วนใหญ่เป็นหม้อไฟ

โกฮัง (Gohan) ข้าวกับวัตถุดิบตามฤดูกาล

โกอูโนโมโนะ (Kounomono) ของดองตามฤดูกาล

โทเมวัง (Tomewan) โดยพื้นฐานแล้วเป็นข้าวกับมิโสะซุป ที่มาปิดรายการอาหารคาวเพื่อให้แน่ใจว่าอิ่มแล้วจริงๆ

มิซุโมโน (Mizumono) จานสุดท้าย เป็นของหวานพวกผลไม้ ลูกกวาด หรือเค้ก

เอาล่ะ ‘เมื่ออิ่มท้องสมองก็พร้อมจะเรียนรู้’ มุ่งหน้าสู่ภูเขาฟูจิกันเลย…

 

ก่อนที่จะขึ้นไปชมความงามบนภูเขาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้า เราต้องไปสักการะ‘ศาลเจ้าคิตากูชิ ฮงกุ ฟูจิ เซ็นเก็น จินจา’ (Komoguchi Hongu Fuji Sengen Jinja) เสียก่อน ชื่อยาวขนาดนี้จึงมีชื่อเล่นย่อๆ ที่นิยมเรียกกันว่า ‘ฟูจิเซ็นเก็น’ (Sengenjinja)

ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่ เทพเจ้าโคะโนฮะเนะ ฮิเมะ (Konohanehime) ทางเข้าสู่ศาลเจ้านั้นร่มครึ้มด้วยสนโบราณสูงใหญ่ มีโคมหินตั้งเรียงราย อากาศชื้นเย็นทำให้บางอันมีมอสขึ้นเขียว มองดูแล้วให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศที่ลี้ลับไม่หยอก สุดทางเดินมีเสาโทริอิ เป็นเสาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแดนอาทิตย์อุทัยทีเดียว เสาโทริอินี้เป็นสัญลักษณ์แบบคอนไก่ ทำนองว่าเป็นไก่ขันรับอรุณ แฝงนัยความหมายว่า ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน เป็นการสร้างพลังใจในการดำเนินชีวิต

 

ก่อนที่จะเข้าสู่ศาลเจ้าตามธรรมเนียมต้องล้างมือและบ้วนปากเสียก่อน ชำระกายชำระใจให้ปราศจากกิเลศอันเน่าเหม็นแล้วจึงพาจิตใจอันผ่องแผ้วเข้าไปสักการะเทพเจ้า ที่บริเวณศาลมีต้นสนที่เรียกว่า ‘สนคู่รัก’ เป็นต้นสน ๒ ต้นที่ขึ้นเบียดกัน ลำต้นของมันสูงใหญ่ท่าทางจะอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐๐-๓๐๐ ปี

 

ที่ศาลเจ้าสีแดงเพลิงน่าเกรงขามนี้ว่ากันว่า ตอนที่ภูเขาไฟฟูจิเกิดปะทุขึ้น ลาวาได้ไหลมาจนถึงบริเวณนี้ แต่กลับไม่ได้ทำอันตรายต่อศาลเจ้าฟูจิเซ็นเก็นเลยแม้แต่น้อย จึงทำให้ประชาชนเชื่อว่าศาลเจ้านี้ศักดิ์สิทธิ์ จึงนิยมมากราบไหว้ก่อนที่จะขึ้นไปยังภูเขาฟูจิ

 

หลังไหว้พระขอพรแล้วก็ต้องมีการเซียมซี คนที่ได้ใบไม่ดีต่างพากันทอดถอนใจแล้วนำไปผูกกับต้นไม้เพื่อฝากสิ่งไม่พึงประสงค์นั้นไว้ที่วัด ส่วนฉันได้คำทำนายระดับกลางๆ จึงพกกลับมาเป็นที่ระทึก เอ้ย! ระลึก อ้อ! สินค้ายอดนิยมอีกอย่างที่หากไม่ไปวัดหรือศาลเจ้าแล้วจะไม่สามารถหาซื้อได้ คือ เครื่องราง เครื่องรางหน้าตาน่ารักเหล่านี้ทำให้หลายคนอดใจไหวเหมามาจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัวเลยเชียว

 

ของพวกนี้เขามีเคล็ดอยู่ว่าพอใช้งานไปได้ ๑ ปีต้องเปลี่ยนเสียทีหนึ่งเพื่อให้มีความเข้มขลังอยู่เนืองๆ ฉันเองก็ได้มาฝากคนทางบ้านไม่น้อยเหมือนกันแทบล้มละลายกับสินค้าชินโตพาณิชย์ไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวท่านอื่น แต่แปลกที่แม้เป็นการเสียเงินแต่หน้าตากลับแช่มชื่นเบิกบานดี

 

เอาล่ะ! ได้เวลาไปเยือนคุณฟูจิซังกันแล้ว… (โปรดติดตามตอนจบในฉบับหน้า)

 


อ้างอิง

www.japan-talk.com/jt/new/kaiseki. 10/2/2560

www.shizuokagourmet.com/crab-species-2-red-king-crabtarabagani. 8/2/2560

www.th.japontravel.com/ยามานาชิ/ศาลเจ้า-Fuji-sengen/29765. 8/2/2560.

comments

0 Comments
Share

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

สำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยม นายอินอะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประเภทสารคดีเชิงศิลปวัฒนธรรม แต่อยากเขียนสารคดีเกี่ยวกับอาหารและแหล่งที่มาบ้าง