maThink

ใครๆ ก็อยากเป็นคอลัมนิสต์?

%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%86-%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8c

วันอาทิตย์สีอะไร


ในยุคที่ใครๆ ก็สามารถสร้างคอนเทนต์เผยแพร่สู่สาธารณะได้ตามใจชอบ อาชีพหนึ่งที่ลดบทบาทลงเรื่อยๆ ก็คือคอลัมนิสต์

ก่อนที่กระแสฟรีแลนซ์ในนิยามปัจจุบันจะได้รับความนิยมแพร่หลายในหมู่คนรุ่นใหม่อย่างเข้มข้นเฉกเช่นทุกวันนี้ ครั้งหนึ่ง วัยรุ่นยุคอัลเทอร์เนทิฟเฟื่องฟูเคยหลงไหลอยากได้อยากเป็นคอลัมนิสต์กันถ้วนทั่ว นี่น่าจะเป็นจุดหมายหนึ่งที่มีคนพุ่งเข้าหาเป็นอันดับต้นๆ หากเอาสรรพอาชีพแห่งความเท่ในยุคนั้นมากางวาง ด้วยเหตุและผลนานัปการอันหอมหวล อาชีพคอลัมนิสต์ติดอันดับตัวเลือก 1 ใน 4 อาชีพในฝันของคนหนุ่มสาววันนั้นอย่างแทบจะไร้ข้อกังขา

 

จะว่าไปแล้วคอลัมนิสต์ก็คือสับเซตหนึ่งของฟรีแลนซ์ มันคืออาชีพอิสระ (เหมือนจะ) เป็นนายตัวเอง ทำงานที่ไหนก็ได้ กรอบที่วางไว้ก็อย่างกว้าง เสร็จงาน ส่ง รับเงิน หากงานที่ทำมาตรฐานเด็ดขาดก็ได้รับการจ้างต่อ เด็ดดวงมากเข้าก็มีคนวิ่งใส่ส่งงานให้ทำ ทั้งยังได้แสดงความคิด ตัวตน วิสัยทัศน์ ประสบการณ์หลากหลายนานา เป็นอาชีพแห่งการอวดอัตลักษณ์ก่อนกาล มีมาก่อนยุคที่โซเชียลมีเดียจะเฟื่องฟูในแบบที่ใครๆ ก็สามารถอวดได้รายวันโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

pic-01

คอลัมนิสต์ คือ ผู้เขียนเรื่องประจำคอลัมน์ของหนังสือพิมพ์ หมายรวมถึงนิตยสาร วารสาร จุลสารต่างๆ ครอบคลุมไปถึงเว็บไซต์ และอีกหลายๆ สื่อ หน้าที่สำคัญคือการเขียนเรื่องราวทั้งตามโจทย์และนอกโจทย์ลงตามสื่อต่างๆ การจะเขียนตามหรือนอกโจทย์นั้นอาจขึ้นอยู่กับความโตของชื่อผู้เขียนด้วย หากมีชื่อเสียงหน่อยก็อาจวางกรอบคอลัมน์ไว้หลวมๆ จะเติมจะใส่อะไรลงไปในแต่ละวันก็ตามสะดวกเลย หากชื่อน้อยนิดก็เน้นทำงานตามโจทย์ไป อาจหมายรวมถึงคอยเติมความพร่องให้แก่เนื้อหาหลักของสื่อนั้นๆ ด้วย ส่วนมากแล้วการเป็นนักเขียนกับคอลัมนิสต์จะถูกแยกจากกัน (ถึงแม้จะเป็นคนเดียวกันก็ตาม) ด้วยกรอบเวลา คอลัมนิสต์ต้องเขียน เป็นนิจ มีสัมปทานพื้นที่ของตัวเองชัดเจนและสม่ำเสมอ ขณะที่นักเขียนก็เขียนตามปกติของตัวเองไป เสร็จเมื่อไหร่ก็ส่งเมื่อนั้น เส้นนี้อาจพร่าอาจเลือนขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะสร้างความสมดุลทั้งสองฝั่งได้อย่างไร กระนั้นนิยามข้างต้นก็ไม่ได้จำกัดรัดตัวในความหมายมากนัก โดยสรุปแล้วคอลัมนิสต์หมายถึง ผู้ที่เขียนเรื่องราวลงสื่อที่ตนมีสัมปทานพื้นที่รับผิดชอบตามที่ต่างๆ ชัดเจนสม่ำเสมอนั่นเอง

pic-02

ตัวผู้เขียนเองก็เคยสนใจอาชีพนี้เหมือนๆ กับคนอื่นในวันวัยใกล้ๆ กัน เคยแม้กระทั่งเดินตรงไปยังที่ทำการนิตยสารแห่งหนึ่งโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวเพื่อขอฝึกงานในตำแหน่งคอลัมนิสต์ ไม่ต้องเดา โดนตอกหน้าหงายหาทางกลับบ้านแทบไม่ถูก ตอนนั้นคิดง่ายๆ แค่ว่าอาชีพนี้มันเท่ การออกปากบอกเล่าให้คนอื่นฟังว่าเราเป็นคอลัมนิสต์นี่ช่างเท่เหลือเกิน ได้เขียน ได้ฟุ้ง ได้อวดเรื่องตัวเองแล้วมีคนอ่าน มันเท่มาก สหายที่มักคุ้นรักใคร่กันทราบความนี้เข้าก็มีทั้งสนับสนุนและเบ้ปาก พวกเบ้ปากขอข้าม มาพูดถึงพวกสนับสนุนจะจรรโลงใจกว่า หนึ่งในฝ่ายสนับสนุนเห็นท่าเอาจริงก็ขวนขวายซื้อหนังสือหนังหาเกี่ยวกับอาชีพนี้มาให้เพื่อหวังให้ผมไปถูกทางกับเขาบ้าง หนังสือเล่มนั้นชื่อ the ballad of the columnist ผลงานของ วิรัตน์ โตอารีย์มิตร หรือที่ใครๆ รู้จักเขาในอีกหลายนามปากกา ทั้ง ปลาอ้วน ,ญามิลา, วนาโศก ฯลฯ บนปกวางโปรยตัวใหญ่ไว้หราว่า “คู่มือแหกคอกสำหรับการใช้ชีวิตเป็นคอลัมนิสต์” แค่เห็นก็หัวใจพองโต การมีหนังสือสรุปเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกมาสู่สังคมเป็นหนึ่งในปัจจัยชี้ให้เห็นว่าเรื่องนั้นได้รับการยอมรับและพูดถึงพอสมควร

 

วิรัตน์ โตอารีย์มิตร เป็นคนทำหนังสือและเขียนหนังสือมาโดยตลอด เคยมีคนขนานนามเขาว่า “คอลัมนิสต์ที่เขียนงานเยอะที่สุดของเมืองไทย” เขาเขียนงานทุกวันวันละหลายบรรทัด 7 วันใน 1 สัปดาห์ 4 สัปดาห์ใน 1 เดือน 12 เดือนใน 1 ปี มีแผ่นกระดาษที่บรรจุข้อเขียนของเขาถูกส่งไปยังนิตยสารต่างๆ นับ 10 ฉบับ เขาบอกว่า การเขียนเป็นอาชีพ ขณะเดียวกันก็เป็นความรัก และเป็นความรักที่น่าอัศจรรย์มาก เพราะสามารถเลี้ยงได้ทั้งชีวิตและความฝัน เหตุนี้ทำให้หนังสือที่เขาเขียนเกี่ยวกับอาชีพนี้จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ยังมีคอลัมนิสต์อีกหลายคนที่เป็นเหมือนหมุดประจำยุคสมัยที่มีคนตามอ่านยาวนาน บางคนแม้เวลาจะผ่านสักเท่าไหร่ กระนั้นคอลัมน์ของเขาก็ยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ยกตัวอย่างเช่น คอลัมน์ ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ของ หนุ่มเมืองจันท์ เป็นต้น

pic-03

แต่กับปัจจุบันแล้ว ยากยิ่งนักจะหาคอลัมนิสต์ที่เขียนงานดุอย่างสม่ำเสมอเหมือนก่อน จะโทษอะไรถ้าไม่ใช่โลกที่หมุนเร็วเกินกว่าการปรับตัวของสื่อในรูปแบบเดิมจะตามทัน มนุษย์มีพื้นที่ในการพูดถึงเรื่องที่อยากจะพูดเป็นของตัวเอง เราสามารถประกอบสร้างเรื่องราวของเราออกมาเป็นทั้งภาพจริงและภาพสมมติให้คนจดจำและจับต้องได้ง่ายกว่าเก่า อีกทั้งพื้นที่ในรูปแบบเดิมเหลือน้อยยิ่งกว่าน้อย ค่าใช้จ่ายส่วนสร้างคอนเทนต์อันมาจากคอลัมนิสต์ไม่ใช่สิ่งดึงดูดลูกค้าอีกต่อไป ประกอบกับการที่คนคอลัมนิสต์เดิมก็มีพื้นที่ถ่ายทอดและสื่อสารกับกลุ่มแฟนคลับคนอ่านเดิมเป็นของตัวเองอีก เปรียบไปก็เหมือนกับดาราที่ไม่ต้องใช้พื้นที่หน้าปกนิตยสารในการแอ๊คถ่ายรูปแฟชั่นล่าสุดจากปารีสแล้วรอวางแผงในอีกเดือนข้างหน้าต่อไปในเมื่อมีอินสตาแกรมให้ถ่ายลงอวดแฟนคลับตัวเองเห็นวันละหลายสิบรอบ

 

การลดน้อยลงจนแทบไม่เหลือของอาชีพคอลัมนิสต์จะว่าน่าใจหายก็ไม่ขนาดนั้น ในเมื่อเรายังสามารถสร้างเนื้อหาอันเป็นประโยชน์ได้ไม่ต่างจากเดิมมากนักบนพื้นที่ที่เราเป็นเจ้าของเกือบจะสมบูรณ์ ทั้งยังได้ตอบโต้กับคนอ่านแบบทันท่วงที สามารถตรวจสอบความนิยมของบทความชิ้นนั้นได้จากระบบที่เอื้อให้ทำกว่าเดิมมาก แต่หากปรับตัวทัน ก็ใช่ว่าคอลัมนิสต์จะไม่มีที่ยืนที่อยู่ต่อไปเสียเมื่อไหร่ สิ่งสำคัญกว่าพื้นที่อยู่ที่เนื้อหา ต่อให้พื้นที่เปลี่ยนไปอย่างไร แต่เนื้อหาหรือคอนเทนต์ยังแข็งและมีคนอยากอ่าน จะปรากฏบนอะไรก็มีคนอ่าน

 

ส่วนตัวที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยเหตุเพียงแค่ตั้งใจบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพหนึ่งที่เคยได้รับความนิยมมากในหมู่คนรุ่นใหม่เป็นลายลักษณ์อักษรก็เท่านั้น เพราะพื้นที่เซคชัน Think ใน maSCOOPS เปิดสนามให้คอลัมนิสต์ทั้งเก่าใหม่มาสำแดงของบนพื้นที่นี้อย่างอิสระ คณะบรรณาธิการผู้จัดทำตั้งใจให้ส่วนนี้เป็นศูนย์รวมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ในทีท่าสบายๆ เป็นมิตร ตามแต่ตัวคอลัมนิสต์จะสรรหาเรื่องราวมาแบ่งปัน ผู้เขียนเลยได้มีโอกาสทำความฝันในวัยเด็กที่อยากมีคอลัมน์เป็นของตัวเองเป็นจริงเข้าให้ในที่สุด ใช้ชื่อคอลัมน์ว่า วันอาทิตย์สีอะไร เหตุผลที่มาของชื่อคอลัมน์ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าอยากเขียนอะไรและคิดว่ามีคนสนใจก็จะเขียน หากไม่ผิดพลาดอุบัติเหตุก็หมายใจไว้ว่าจะมาเจอผู้อ่านทุกวันอาทิตย์ ในวันอื่นๆ ก็จะมาคอลัมนิสต์มากหน้าหลายตาสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาพบปะผู้อ่านเรื่อยๆ

 

เจอกันวันอาทิตย์หน้าครับ

วันอาทิตย์สีอะไร


ภาพประกอบ

http://www.indiforce.com/blog/wp-content/uploads/2014/10/hipster-and-keyboard.jpg

http://www.vogue.com/wp-content/uploads/2016/07/07/00-holding-advice-columnist.jpg

http://s1199.photobucket.com/user/book12345/media/abooktheballad2.jpg.html

comments

0 Comments
Share

อาทิตย์ ธรรมชาติ

บรรณาธิการหนุ่มแห่งแพรวสำนักพิมพ์ สนใจหนังสือ คน ชีวิต และการบิดขี้เกียจ มีศาสดาเป็น ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ใฝ่ฝันอยากไปดูอาร์เซน่อลเตะสักครั้งที่อังกฤษ ครุ่นคิดและเพ้อเจ้อเป็นงานอดิเรก