move

แต่งหน้าลุคเดินพรมแดง ร้อนแรงจนพรมไหม้

%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89

ใครว่าพรมแดงมีไว้สำหรับซูเปอร์สตาร์เท่านั้น คนธรรมดาอย่างเราก็มีสิทธิ์ที่จะเดินพรมแดงได้ ด้วยเคล็ดลับการแต่งหน้า Red Carpet Looks จากขุ่นแม่ป้อม-วินิจ ช่างแต่งหน้าระดับประเทศ ที่มาเผยทุกเคล็ดลับสวย แซ่บ ปัง เปลี่ยนทุกวันให้ของคุณให้เหมือนกับเดินพรมแดง

สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงในการแต่งหน้าออกงาน คือ หน้าจะต้องโดดเด่น ดึงดูดความสนใจได้มาก หลังจากนั้นพิจารณาใบหน้าของตัวเองว่าสวยในแบบไหน สวยหวาน สวยเผ็ด สวยเปรี้ยวซ่า แล้วก็แต่งไปตามคอนเซปต์ของงานในวันนั้น โดยดูจากธีมการแต่งตัวเป็นหลัก

 

สำหรับลุคที่ขุ่นแม่ป้อม-วินิจ จะมานำเสนอในวันนี้เป็นการแต่งหน้าแบบสวยหรู เซ็กซี่ ร้อนแรง เพราะเป็นสไตล์การแต่งหน้าที่ใช้ได้ง่าย ออกงานได้หลากหลายและเป็นที่นิยมของสาวๆ เหนือสิ่งอื่นใด ต้องแต่งตัวให้เข้ากับการแต่งหน้าด้วยนะจ๊ะ ขุ่นแม่ป้อมเผยมาอีกว่า ลุคนี้เหมาะกับการแต่งตัวที่เรียบหรู แต่เซ็กซี่ เช่น ชุดรัดรูปโทนขาว ดำ แดง ม่วง สีที่ค่อนข้างเข้มและลึกหน่อย ไม่ควรเป็นโทนพาสเทลที่หวานจนเกินไป

 

ว่าแล้วก็มาลองแต่งหน้าตามขุ่นแม่ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

 

1.เนื่องจากลุคนี้เราจะแต่งหน้าค่อนข้างหนัก จึงต้องบำรุงผิวก่อนแต่งหน้าให้เต็มที่ และลงไพร์เมอร์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูฉ่ำวาว

 

2.ลงรองพื้นที่ติดแน่นทนนาน และเนียนเด้งเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความมั่นใจ โดยเกลี่ยให้เนียนบางทั่วหน้าและเน้นตามจุดที่สีผิวไม่เรียบ แล้วใช้นิ้วตบเบาๆ เพื่อให้รองพื้นเนียนสนิทกับผิวหน้า

 

3.ลงไฮไลท์ตามจุดที่ต้องการให้เด่นขึ้นมาเมื่อแสงตกกระทบ โดยลงเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งแต่ช่วงหน้าผาก ทีโซน เปลือกตา ใต้ตา หน้าแก้ม ถึงปลายคาง เพื่อให้หน้าดูมีมิติและพุ่งเข้าหาแสงเมื่ออยู่บนพรมแดง แล้วใช้นิ้วตบเบาๆ ให้เนียนเรียบ จากนั้นค่อยนำส่วนที่เหลือติดนิ้วเบลนด์ให้กระจายกลืนออกไปทั่วกรอบหน้า

 

4.เพิ่มมิติบนใบหน้าด้วยรองพื้นเนื้อแมตต์สีเข้มที่ติดแน่นทนนาน โดยใช้พู่กันปัดรอบกรอบหน้าจากโหนกแก้มถึงปลายคางเป็นรูปตัว V และโคนผม ซึ่งทำให้เฉพาะกรณีที่เราลงรองพื้นไว้เนียนบางดีแล้วเท่านั้น พราะถ้าลงรองพื้นไว้หน้าแบบโบกเป็นชั้นๆ หรือที่วงการแต่งหน้าเรียกว่าลงรองพื้นแบบ ขนมชั้น” จะไม่สามารถใช้พู่กันปัดคอนทัวร์ไล่น้ำหนักได้อีก หลังจากนั้นใช้นิ้ววอร์มรองพื้นที่หลังมือเล็กน้อย แล้วทาบริเวณข้างสันจมูกเพื่อให้จมูกดูเป็นสันมากขึ้น

 

5.แต้มบลัชออนแบบฝุ่นสีพีชลงบนเนื้อรองพื้นเบาๆ ทีละน้อยตามแนวโหนกแก้มเพื่อเชื่อมจุดที่ลงไฮไลท์กับเฉดดิ้งเข้าหากัน โดยหลีกเลี่ยงการปาดหรือปัด เพราะจะทำให้เนื้อบลัชออนติดรองพื้นเป็นก้อน

 

6.ปัดแป้งฝุ่นเนื้อโปร่งแสงเพื่อเก็บรายละเอียดการรองพื้นไว้ให้ครบถ้วนโดยไม่ต้องใช้เนื้อแป้งเพื่อให้ยังเหลือความชุ่มชื้นอยู่บนใบหน้า ซึ่งความชุ่มชื้นนี้จะกลายเป็นไฮไลท์ธรรมชาติไปในตัว

 

7.เฉดดิ้งโครงหน้าตั้งแต่ใต้โหนกแก้ม โดยเริ่มปัดสูงกว่าการเฉดดิ้งปกติเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าดูเรียวมากยิ่งขึ้น แล้วปัดเฉียงลงไปหาปลายคางเป็นรูปตัว V

 

8.ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีส้มเป็นแนวเฉียงตามโหนกแก้ม แล้วค่อยๆ กลืนหายไป

 

9.ทาอายแชโดว์ทูโทนแบบครีมชนิดที่มีชิมเมอร์ทั่วเปลือกตาเพื่อเป็นเบสให้อายแชโดว์ฝุ่น โดยให้สีอ่อนอยู่ด้านบน ป้ายตามขวางแล้วค่อยๆ ขยับขึ้นทีละน้อยให้สีทูโทนผสมกันจนลงตัว และใช้นิ้วกดให้เม็ดสีเนียนทั่วเปลือกตา จากนั้นใช้เฉพาะสีอ่อนทาตลอดแนวขอบตาล่าง

 

10.ลงแป้งฝุ่นกันเปื้อนใต้ตา เนื่องจากการแต่งตาลุคนี้ต้องใช้สีค่อนข้างเข้ม จึงควรลงแป้งฝุ่นหนาๆ ไว้ที่โหนกแก้มเพื่อรองรับฝุ่นอายแชโดว์ที่จะร่วงหล่นระหว่างการแต่งหน้า และเมื่อปัดออกแป้งส่วนนี้จะช่วยไฮไลท์โหนกแก้มไปด้วยในตัว

 

11.แต้มอายแชโดว์ฝุ่นสีทองแดงลงที่เปลือกตา โดยแต้มแล้วลูบลงในทิศทางเดียวกันจนเป็นรูปครึ่งวงกลม แล้วใช้พู่กันเกลี่ยให้ขอบฟุ้งกระจายออกไปเหมือนการแต่งตาแบบสโมกกี้อาย คือการปล่อยให้ขอบฟุ้งออกเหมือนกลุ่มควันที่กระจายหายไปในอากาศ การแต่งตาแบบสโมกกี้ที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องเป็นสีดำหรือสีเข้มเสมอไป แต่คือเทคนิคการแต่งตาด้วยสีอะไรก็ได้ที่ขอบฟุ้งกระจายหายไปกับผิว

 

12.ใช้อายแชโดว์ฝุ่นสีน้ำตาลแดงไล่น้ำหนักจากหางตาให้กลืนมาทางกึ่งกลางเปลือกตา แล้วใช้พู่กันเกลี่ยขอบให้กระจายไปทั่วเปลือกตา ฟุ้งไปทางหัวคิ้วจนถึงสันจมูก

 

13.ใช้สีเดียวกันไล้หางตาล่างให้เชื่อมกับหางตาบน แล้วปัดเข้ามาจนถึงหัวตา จากนั้นใช้พู่กันเกลี่ยให้ฟุ้งและเก็บรอยเชื่อมที่หางตาให้กลมกลืน

 

14.ใช้อายแชโดว์ฝุ่นสีชมพูตุ่นๆ เบลนด์ขอบให้ฟุ้งกระจายกลืนไปกับผิวอย่างนุ่มนวล แล้วไล้บริเวณหัวคิ้วและสันจมูกให้มีมิติเพื่อให้เห็นโครงตาชัดเจน ทำให้ดวงตามีพลัง เมื่อมองจากระยะไกลตาจะดูลึกและมีมิติชัดมากขึ้น

15.ใช้ลิปเนื้อครีมสีทองอ่อนๆ แต้มบางๆ ตรงหัวตา แล้วแต้มทับด้วยอายแชโดว์ฝุ่นสีทอง เกลี่ยให้กลมกลืนเข้ามาจนถึงกึ่งกลางขอบตาล่าง ไม่ต้องลงน้ำหนักเข้มมากจนดูแข่งกันเอง

 

16.ใช้ดินสอสีดำเขียนขอบตาด้านในตลอดแนวทั้งบนและล่าง แล้วเชื่อมหัวตาและหางตาบน-ล่างเข้าหากันให้รอบ จะได้ดวงตาที่ดูคมโตมีพลังมากขึ้น เทคนิคคือเขียนขอบตาบนให้เล็กและขอบตาล่างให้หนาเลยมาจนถึงโคนขนตา ตาจะดูโตขึ้นไม่ดูลึกลงไปเหมือนการเขียนแค่เส้นขอบตาด้านในเท่านั้น

 

17.ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลไหม้ไล้เส้นดินสอให้ฟุ้งออกมาอีกเล็กน้อย จนดูกลมกลืนกับสีน้ำตาลแดงที่ลงไปตั้งแต่แรก จากนั้นใช้สีน้ำตาลแดงเกลี่ยทับบนสีน้ำตาลไหม้อีกครั้งเพื่อให้ดูนุ่มนวล

 

18.เก็บรูปตาให้เป๊ะด้วยแป้งผสมรองพื้นโดยใช้พู่กันปลายมนเพื่อให้เส้นดูไม่คมจนเกินไป ยังคงความเป็นสโมกกี้อายฟุ้งๆ อยู่

 

19.เขียนฐานคิ้สด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลแดงโทนเดียวกับสีเปลือกตา เพื่อให้ดวงตาดูทรงพลัง แล้วใช้สีน้ำตาลอ่อนสร้างรูปคิ้วให้ชัดเจน หางคิ้วปล่อยให้ฟุ้งหายไป ไม่ต้องเขียนให้คมมาก

 

20.ปัดขนคิ้วด้วยมาสคาราสีแดงม่วงให้ขนคิ้วดูตั้งขึ้น

 

21.ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีกะปิเพื่อคุมโทนสีให้ดูร้อนแรงทั้งใบหน้า

 

22.ดัดแล้วปัดขนตาให้ตั้งขึ้นเพื่อเบิกเนตรให้ดวงตาดูโตและสว่างขึ้น

 

23.ติดขนตาปลอมเบาๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด เพื่อไม่ให้ขนตาปลอมบังอายแชโดว์ที่ลงไว้

 

24.ปัดมาสคาราเชื่อมขนตาจริงกับขนตาปลอม โดยเน้นน้ำหนักไปที่โคนขนตาและหางตา

 

25.ปัดไฮไลท์แบบมีชิมเมอร์สีทองบางๆ ให้ทั่วใบหน้า โดยเน้นไปที่บริเวณโหนกแก้มและทีโซน

 

26.เฉดดิ้งกรอบหน้าและจมูกด้วยบรอนเซอร์สองสีผสมกันให้พอดีกับสีผิว โดยปัดเข้าไปใต้โหนกแก้มให้แก้มดูตอบ แต่ไม่บุบและปัดปลายคางให้ดูเรียว แล้วใช้พู่กันปลายตัดที่มาในตลับปัดสันจมูกด้วยสีเดียวกัน

 

27.ทาปากด้วยลิปสติกสีแดงม่วง เพื่อเบรกความร้อนของซีกหน้าด้านบนและสีผิวทั่วใบหน้า

**ตามหลักองค์ประกอบสีในงานศิลปะที่เมื่อเราใช้สีโทนร้อนไป 90% ก็ควรใช้สีโทนเย็นมาเบรกสัก 5-10% เพื่อให้งานออกมาดูลงตัว

 

ลุคนี้สามารถใช้ได้กับการออกงานทุกงาน หรือแต่งหน้าในชีวิตประจำวันก็ยังได้ หากคุณเป็นสาวเปรี้ยวที่มีความมั่นใจ เดินไปที่ไหนมีแต่คนเหลียวหลังมอง ตกตะลึงในความเผ็ดแน่นอน!


ขอบคุณเคล็ดลับการแต่งหน้าจากหนังสือ The Magic of Make up

สำนักพิมพ์ Amarin Health

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ