move

แค่ปรับปรุงบ้าน ชีวิตทุกด้านก็สำเร็จ

%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88

แค่ปรับปรุงบ้าน ชีวิตทุกด้านก็สำเร็จความจริงของสิ่งแวดล้อม

 

บางทีระหว่างวิทยาศาสตร์กับไสยศาสตร์ มันต่างกันเพียงแค่วิธีการเล่าเท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็เป็นเรื่องเดียวกัน

อย่างเรื่อง ฮวงจุ้ย ก็เหมือนกัน เราเองมักจะเลือกเชื่อในมุมของความเป็นไสยศาสตร์มากกว่า  ซินแสว่าอย่างไรก็ตามนั้น ไม่ต้องคิดมาก  ให้เอานั่นมาตั้ง เอานี่มาวาง ก็ทำตาม ครั้นถามว่าวางทำไม ก็มักได้คำตอบว่า ตำราบอกอย่างนี้ แต่ถ้าเกิดมีอีกซินแสมาบอกว่า ที่ต้องปรับต้องเปลี่ยนเพราะห้องมันรก อากาศถ่ายเทไม่สะดวก แสงไม่เข้า พาให้เจ็บป่วย นี่มันเป็นคำอธิบายแบบวิทยาศาสตร์ล้วนๆ  เราเองอาจแค่พยักหน้า แล้วก็ลืม

มันไม่อิน ว่างั้นเถอะ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคนเราจะเป็นอย่างไรมันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม หรือมีสภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่รอบข้าง หรือสถานที่ทั้งบ้านและที่ทำงาน

หนังสือเรื่อง “แค่ปรับปรุงบ้าน ชีวิตทุกด้านก็สำเร็จ” ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ฮาว-ทู  ที่เขียนโดย เคโซ ยะโน ชาวญี่ปุ่น ได้หยิบเอาเรื่องนี้มาเล่าได้อย่างสนุกชนิดที่อ่านจบก็ลงมือจัดแจงกับบ้านทันที

 

เคโซ ยะโน แกเป็นสถาปนิก ซึ่งจากการทำงานมานานกว่ายี่สิบปี ซึ่งไม่ใช่แค่บ้านเท่านั้นทีเขาต้องเจอ แต่ยังหมายถึงผู้คนที่เป็นเจ้าของด้วย สิ่งที่พบเจอมาตลอดชีวิตการทำงานนันจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ให้คำตอบได้ว่า คนที่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว มีความสุขหรืออมทุกข์นั้น ล้วนมีผลมาจากที่อยู่อาศัยทั้งสิ้น

ถ้าความจริงของประโยคที่ว่า สภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ ยังไม่เปลี่ยน หนังสือเล่มนี้ก็บอกเล่าถึงสิ่งที่ว่าอย่างเป็นรูปธรรมล้วนๆว่ามันส่งผลต่อเราอย่างไร ทำไมถึงเบื่อ และทำอย่างไรเราจะกระตือรือร้น

 

หลายตัวอย่างที่ถูกยกมาล้วนสะกิดใจซึ่งไม่ใช่แค่บ้านเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงที่ทำงานอีกด้วย เพราะทันทีที่เราขยับปรับนั่นเปลี่ยนนี่ในบ้านหรือที่ทำงาน มันก็ส่งผลให้เราขยับปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างไม่รู้ตัวไปพร้อมๆกันด้วย

 

ถ้าจะมองอีกมุมหนึ่ง หนังสือเล่มนี้ก็เหมือนกับหนังสือฮวงจุ้ยกลายๆ เพียงแต่ผู้เขียนบอกว่า เราต้องใช้ศาสตร์ของฮวงจุ้ยในแง่ข้อมูล ซึ่งก็คือเรื่องของสถิตินั่นเอง โดยทั่วไป เมื่อพูดถึงฮวงจุ้ย ก็มักจะหมายถึงฮวงจุ้ยแบบจีน แต่ญี่ปุ่นก็มีหลักฮวงจุ้ยแบบญี่ปุ่น ตรงนี้เองที่ทำให้เราต้องหันมามองว่า ไทยเองก็มีฮวงจุ้ยแบบไทยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นกาวรางทิศของบ้าน การปลูกต้นหมากรากไม้ในบ้าน

 

ถึงหนังสือเล่มนี้แม้จะถูกเขียนในบริบทของความเป็นญี่ปุ่น แต่มันก็มีความเป็นสากลโดยแก่น เพราะวันนี้เราต่างก็อยู่ในสังคมเมือง บ้านเป็นหลังก็กลายเป็นทาวเฮ้าส์บ้าง คอนโดบ้าง มันจึงง่ายในการหยิบเอาข้อมูลในหนังสือมาปรับใช้กับชีวิตจริงว่า ทำอย่างไรเราจึงจะหนีจากกับดักของสภาพแวดล้อมได้  แต่อย่างหนึ่งที่หนังสือเล่มนี้มีเหนือกว่าหนังสือเล่มอื่นๆในแนวเดียวกันก็คือ การที่บอกว่า บ้านไม่ใด้หมายถึงที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคนอื่นๆที่อยู่ในบ้านด้วย

 

“เมื่อคิดถึงเรื่องบ้าน จงให้ความสำคัญกับ ครอบครัว เหนืออื่นใด”  นี่คือหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้ เหมือนกับที่ รงค์ วงษ์สวรรค์ บอกเอาไว้ว่า บ้าน ไม่ใช่ภาชนะใส่ร่างกายเท่านั้น แต่มันยังใส่ไว้ซึ่งจิตใจของเราเอาไว้ด้วย

 

บ้านที่ทำให้เรามีความสุข คือบ้านที่มีชีวิต และบ้านที่มีชีวิต คือบ้านที่มีคนที่เรารักและรักเรารอยู่

นี่ดูจะเป็นอย่างเดียวที่ผมยังทำไม่สำเร็จ

comments

0 Comments
Share

maSCOOPS