move

แค่ปรับปรุงบ้าน ชีวิตทุกด้านก็ดีขึ้น!

%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99

เมื่อเกิดความผิดพลาด คนส่วนใหญ่มักหันกลับมามองตัวเองว่าเพราะอะไรถึงเกิดปัญหามากกว่ามองสภาพแวดล้อมรอบตัว โดยที่ไม่เคยรู้ว่า สภาพแวดล้อม” ก็ส่งผลให้ประสบความสำเร็จหรือเกิดปัญหาได้มากเกินคาด

การปรับสภาพแวดล้อมนั้นก็ไม่ยากจนเกินไป โดยเริ่มปรับจาก บ้าน” ที่เราอาศัยอยู่ทุกวันให้ดีขึ้นกว่าเดิม และไม่ติดอยู่ในกับดักสภาพแวดล้อมที่ทำให้ชีวิตไม่ราบรื่นจาก 4 ข้อนี้กันเลย

 

1.สร้างห้องที่เสียงดังเพื่อฝึกควบคุมตัวเอง

มีคนจำนวนมากคิดว่าที่ที่เงียบที่สุดจะทำงานได้ดีที่สุด จึงมักสร้างห้องทำงานที่เก็บเสียง เสียงข้างนอกดังแค่ไหนก็ไม่สามารถทะลุเข้ามาในห้องทำงานของตัวเองได้ และสิ่งนี้ถูกปลูกฝังให้กับเด็กวัยเรียน เรียนคนเดียวได้อะไรตั้งเยอะ” อยากให้ตั้งใจอ่านหนังสือในห้องที่เงียบสงบ”

เมื่อเข้าสู่วัยทำงานแล้ว เราไม่ได้พบเจอความเงียบมากนักหรอก อย่างน้อยก็ต้องมีเสียงเพื่อนร่วมงานคุยกัน เสียงเครื่องมือสื่อสาร ยังไม่รวมเสียงอื่นๆ ที่จะแทรกเข้ามาตอนทำงานเป็นระยะๆ

คนที่เคยชินกับการทำงานหรืออ่านหนังสือในที่เงียบมาตลอด จะไม่มีสมาธิเมื่ออยู่ในที่ที่เสียงดัง แค่ปรับปรุงบ้านให้ห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือมีเสียงดังเล็ดลอดเข้ามาได้บ้าง ก็สามารถเปลี่ยนเราให้กลายเป็นคนที่มีสมาธิในที่ทำงานมากขึ้นได้!

 

2.แยกโต๊ะทำงานกับโต๊ะอาหาร ครอบครัวก็จะกลมเกลียวขึ้น

บางบ้านชอบใช้โต๊ะทำงานกับโต๊ะอาหารเป็นโต๊ะเดียวกัน กินข้าวไปทำงานไปด้วยจนติดเป็นนิสัย แต่ต้องลองมองคนรอบข้างด้วยว่าเขารู้สึกยังไงที่เราทำแบบนี้

ตัวอย่างเช่น มีครอบครัวหนึ่งที่เคยทะเลาะกันใหญ่โตเพราะนั่งเหม่อระหว่างคุยกัน เขาจึงตัดสินใจแยกโต๊ะทำงาน ออกจากโต๊ะอาหาร และให้ความสำคัญกับครอบครัวมากขึ้น เวลาที่กำลังกินข้าวเขาจะไม่คิดถึงเรื่องงาน ตัดเรื่องงานออกจากความคิดออกไปโดยสิ้นเชิง และสนุกกับช่วงเวลาของครอบครัวมากขึ้น ส่วนถ้ามีงานเร่งด่วนจริงๆ เขาจะบอกกับครอบครัวและกลับไปทำงานที่โต๊ะของตัวเอง

บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่การเปลี่ยนวิธีใช้บ้านแค่นี้ก็ทำให้สมาชิกในครอบครัวรับรู้ว่าเขาให้ความสำคัญและทำให้สนิทสนมกันมากขึ้น เวลาทำงานอยู่ที่บ้านเขาก็ได้กำลังใจจากคนในครอบครัวด้วย

 

3.ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม

ความสวยงามของสภาพแวดล้อมโดยรอบมีอิทธิพลต่อความสามารถของมนุษย์อย่างมหาศาล ผลการทดลองในอเมริกาเกี่ยวกับการมีสมาธิและการรับมือกับเหตุการณ์คับขันพบว่า กลุ่มคนที่อยู่ในห้องที่มองเห็นดอกไม้ใบหญ้า จะทำคะแนนได้ดีกว่ากลุ่มที่อยู่ในห้องที่มองเห็นแค่ตึกคอนกรีตไร้ชีวิตชีวา

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่กล่าวว่าคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สีเขียวหรือมีถนนหนทางสวยงามจะมีระดับความสุขทางใจมากกว่าคนทั่วไป เราจึงควรปรับสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านให้ร่มรื่นยิ่งขึ้น ด้วยการปลูกต้นไม้ ดอกไม้เยอะๆ ให้สายตาได้มองเห็นความร่มรื่น จิตใจและร่างกายจะได้สดชื่น หากอยู่บ้านที่มีพื้นที่จำกัดใช้วิธีปลูกต้นไม้เล็กๆ ใส่กระถางแล้วตั้งอยู่ริมระเบียงแทนก็ยังได้

 

4.ใช้ฮวงจุ้ยเป็นข้อมูลในการจัดบ้าน

ฮวงจุ้ยคือสิ่งที่บรรพบุรุษของเราทดลองและรวบรวมขึ้นเป็นหลักการไว้นั่นเอง ถ้าไม่อยากรู้สึกว่าถูกควบคุมและกังวลเรื่องกฏระเบียบห้ามนู่นห้ามนี่ของฮวงจุ้ย ก็ควรมองฮวงจุ้ยให้เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ ถ้าทำแบบนี้แล้วดวงจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว” ก็พอค่ะ

แผนผังนี้จะแสดงวิธีการใช้ตำแหน่งต่างๆ ตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อช่วยให้เราแสดงศักยภาพในตัวออกมาได้มากขึ้น โดยเริ่มจากนึกภาพตำแหน่งของแต่ละทิศให้ออก โดยยึดจากแปลนบ้านเป็นหลัก

ว่ากันว่าทิศที่ทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดคือทิศใต้ ส่วนทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้เป็นทิศที่ทำให้งานเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารสามารถเดินหน้าไปได้

ส่วนงานที่ต้องใช้ความพยายามและความสามารถควรจะทำในทิศตะวันตกเฉียงใต้ดีที่สุด เมื่อมีแขกมาเยี่ยมบ้านอย่างจัดปาร์ตี้ให้บรรยากาศครึกครื้นควรจัดในทิศตะวันตก และหากอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว ทิศที่เหมาะที่สุดคือทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับปรุงบ้านของคุณดู ชีวิตของคุณอาจจะดีขึ้นทุกด้านทันตาเห็น!


 

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ แค่ปรับปรุงบ้านชีวิตทุกด้านก็สำเร็จ

สำนักพิมพ์ Amarin How-to

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ