maThink

แก่เพราะกินข้าว เก๋าเพราะเก่งจริง

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87

วันอาทิตย์สีอะไร


ถ้าคนมันมีดี จะเอาเรื่องอายุหรือข้อจำกัดอะไรไปยัดไปใส่ให้มากมายด้วยเล่า ไม่มีเด็กไม่มีผู้ใหญ่ ใสซื่อตรงไปตรงมาก็ดีแล้วมิใช่หรือ ยิ่งรู้ว่าเราเด็ก ประสบการณ์อาจไม่มาก แทนที่จะนั่งงัดนั่งแงะด้วยวาทกรรมองุ่นเปรี้ยว เอาเวลาไปพัฒนาศักยภาพความสามารถให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่าน่าจะเป็นประโยชน์กว่า

 

พูดได้ว่า ไม่มีใครที่ชื่นชอบฟุตบอลต่างประเทศจะไม่รู้จัก จานลุยจิ บุฟฟ่อน

Arc Award (1)

เขาเป็นสุดยอดผู้รักษาประตูมืออันดับต้นๆ ของโลก จริงๆ จะว่าอันดับหนึ่งก็ได้ เพียงแต่เฮียแกอยู่บนเส้นทางสายนักฟุตบอลอาชีพมามากกว่าสองทศวรรษ เลยทำให้ตำแหน่งอันดับหนึ่งของบุฟฟ่อนถูกท้าทายจากมือกาวรุ่นพี่และรุ่นน้องอยู่เสมอๆ (ทุกวันนี้ไม่น่าเหลือรุ่นพี่แล้วนะ) เฉพาะในทีมยูเวนตุสและทีมชาติอิตาลี เฮียแกก็ยึดหัวหาดมือหนึ่งมาตลอดโดยไร้คู่แข่ง ชื่อเสียงเรื่องความเหนียวหนึบของมือกาวรายนี้เลื่องลือยึดพื้นที่สื่อยาวนานจนยากหาใครโค่นลงได้

ที่เหลือเชื่อก็คือ จิจี้ (ชื่อเล่นของเจ้าตัว) เพิ่งอายุผ่านหลัก 39 ปีไปเมื่อวันที่ 28 มกราคม ปีนี้เอง ทั้งนี้เขายังตั้งใจเอาไว้ว่า จะยืนเฝ้าเสาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซียในปี 2018 ซึ่งจะเป็นปีที่อายุของเขาผ่านพ้นเลข 40 เต็มอีกด้วย!

วงเล็บแย้มไว้เล็กน้อยว่า ถึงวันนั้น หากยังสนุกที่ได้ทำอยู่ ไม่แน่ว่าเขาอาจไม่ยอมเลิกก็ได้ (ฮา)

มีเหตุการณ์ที่สะดุดใจผมมากเกี่ยวกับผู้รักษาประตูคนนี้อยู่สองครั้งและจำได้ไม่ลืมก็คือ ครั้งแรกตอนที่ยูเวนตุส ถูกปรับตกชั้นไปเล่นในเซเรีย บี (ลีกรองของฟุตบอลอิตาลี) จากความผิดฐานจ้างวานล้มบอล ซึ่งทำให้สตาร์หลายคนของทีมหนีเอาตัวรอดไปอยู่ทีมอื่นกันหมด ทว่า บุฟฟ่อนทำสิ่งที่เหลือเชื่อยิ่งกว่าคือการอยู่กับทีมต่อไป ทั้งๆ ที่ความสามารถระดับเขา มีทีมชั้นนำของโลกมากมายพร้อมอุ้มตัวไปอยู่ด้วยชนิดที่หัวกระไดไม่แห้งอย่างแน่นอน แต่เขาเลือกแสดงสปิริตด้วยการรับใช้ทีมต่อไป ผลตอบแทนของการกระทำครั้งนั้นก็คือ ไม่นานนักหลังจากตกชั้น ยูเวนตุสที่มีเขายืนเฝ้าเสาให้ก็สามารถกลับมาผงาดบนเวทีเซเรีย อาได้อีกครั้งโดยไม่เฉียดกรายลงไปยังลีกล่างอีกเลย ทั้งยังคว้าแชมป์มากมายจนกลับมาเป็นเต้ยใหญ่ได้อย่างเต็มภาคภูมิบนแผ่นดินอิตาลี และแน่นอน นับแต่นั้น ชื่อของ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ก็ถูกบรรจุเข้าสู่ทำเนียบตำนานของพลพรรคม้าลายโดยไร้ข้อโต้แย้ง

อีกเหตุการณ์ที่ผมประทับใจเกี่ยวกับผู้รักษาประตูคนนี้ก็คือ ตอนที่เขาถูกตั้งคำถามอย่างมากเกี่ยวกับประตูที่เสียและการตกรอบแรกของทีมชาติอิตาลีในศึกฟุตบอลโลกปี 2014 ที่ประเทศบราซิล หลายคนมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้รักษาประตูอย่างเขาแก่เกินแกงไปแล้ว น่าจะเปิดโอกาสให้ผู้รักษาประตูรุ่นใหม่เข้ามายืนแทน บุฟฟ่อนยักไหล่แล้วตอกกลับเสียงเหล่านี้ไปว่า “ผมไม่สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์ อายุไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้เล่นตำแหน่งนี้ ถ้าเด็กพวกนั้นเก่งพอก็มาเอาตำแหน่งของผมไป”

โคตรได้ใจ!

ผมจัดเรื่องของบุฟฟ่อนไว้ในความทรงจำชุดเดียวกันกับเรื่องของ ป้าไก่ – อัญชุลีอร บัวเเก้ว จากเวทีประกวดร้องเพลง The Voice ซีซั่น 4 เรียกได้ว่าแค่เพียงไม่กี่เพลงที่ได้ฟังจากรายการ ป้าไก่ก็คว้าใจคนไทยไปนอนกอดเรียบร้อย แต่อย่างที่หลายคนทราบกันดี ป้าไก่ไม่ได้เพิ่งมาเก่งร้องเพลงพ่นไฟไม่กี่วันตอนประกวดเดอะ วอยซ์เสียเมื่อไหร่ เธอพกดีกรีแชมป์การประกวดร้องเพลงสยามกลการในปี 1999 ติดตัวมาด้วย โดยที่ก่อนหน้านั้นแทบไม่มีใครรู้หรือจำเธอได้สักเท่าไหร่ว่า เธอคือคนเดียวกันกับแชมป์สยามกลการในวันก่อน จนวันที่ชื่อของป้าไก่ถูกพูดถึงมากเข้าจากเพลงที่เธอร้อง เสียงที่เธอเปล่งออกมานั้นสะกดใจคนไทยทั่วทั้งประเทศนั่นแหละ จึงเป็นที่มาของกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ค่อนขอดค่อนแคะเธออยู่บ้างว่า “เก่งขนาดนี้ มาลงประกวดเพื่อสกัดดาวรุ่งทำไม”

จำได้ (จากที่ตามข่าว) ว่าป้าไก่ไม่ได้ตอบโต้เสียงวิจารณ์บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่จากที่ตามอ่านก็เห็นได้ถึงคนที่เข้าใจสิ่งที่เธอทำเยอะกว่าเสียงวิจารณ์เหล่านั้นระดับที่เทียบกันไม่ได้ กระแสเริ่มเทกลับไปด้วยใจความที่ว่า ก็ทำไมจะประกวดไม่ได้เล่า ในเมื่อกติกาก็ไม่ได้ห้ามไว้ การที่คนรุ่นนี้กลับมาแข่งและลงเวทีเดียวกัน กติกาเดียวกันกับคนรุ่นใหม่ต่างหากที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เป็นการเพิ่มสีสันให้การแข่งขัน ตัวป้าไก่เองก็ได้เห็นว่าน้องๆ รุ่นหลังมีพัฒนาการอย่างไร น้องๆ ก็ได้เห็นว่ารุ่นใหญ่เขาเต็มที่จริงจังมากมายขนาดไหน ทำให้ผู้เข้าแข่งขันได้รู้ถึงศักยภาพที่แท้จริงของตนเองและเอาไปปรับใช้กับวิถีแนวทางได้ ที่สำคัญคือกำไรของคนดูอย่างเราๆ นี่แหละ ที่ได้เห็นการซัดกันด้วยผลงานโดยไม่มีขีดจำกัดเรื่องรุ่นหรือคุณวุฒิ วัยวุฒิใดๆ วัดกันที่ความสามารถล้วนๆ ก็ถ้าคนมันมีดี จะเอาเรื่องอายุหรือข้อจำกัดอะไรไปยัดไปใส่ให้มากมายด้วยเล่า ว่ากันบนพื้นฐานถูกต้องตามกติกาก็ดีแล้ว ไม่มีเด็กไม่มีผู้ใหญ่ ใสซื่อตรงไปตรงมาก็ดีแล้วมิใช่หรือ

กลับกัน ยิ่งรู้ว่าเราเด็ก ประสบการณ์อาจไม่มาก แทนที่จะนั่งงัดนั่งแงะด้วยวาทกรรมองุ่นเปรี้ยว เอาเวลาไปพัฒนาศักยภาพความสามารถให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่าน่าจะเป็นประโยชน์กว่า

 

บุฟฟ่อนกับป้าไก่ไม่ได้กล่าวไว้

————————-

ตั้งแต่ปีที่แล้ว ตัวผู้เขียนเองได้โอกาสเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเวทีการประกวดต้นฉบับงานเขียนที่ชื่อว่า ARC Award เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเขียน นักอยากเขียน รวมถึงคนทั่วไปที่ไม่เคยแม้แต่เคยคิดจะเขียน แต่มีของ มีเรื่องราว อยากบอกเล่าผ่านตัวหนังสือ ส่งต้นฉบับเข้ามาประกวดประชันกันโดยไร้ข้อจำกัดเรื่องรูปแบบและอายุใดๆ เริ่มต้นประชาสัมพันธ์จริงจังมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมาแล้ว ได้รับการตอบรับดีพอสมควร มีต้นฉบับน่าสนใจเข้ามาร้อยกว่าชิ้นแล้วจนถึงปัจจุบัน ปิดรับต้นฉบับสิ้นเดือนนี้ (มีนาคม 2560)

 

ตั้งแต่ที่มีคนรู้ว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานด้วยก็มีโทรศัพท์ ตลอดจนแชตหลังไมค์มาถามส่วนตัวบ่อยๆ เกี่ยวกับรายละเอียดการประกวด ผมก็ตอบไปตามที่ทราบ แนบท้ายไปว่าโปรดวางข้อจำกัดต่างๆ ไว้เถอะ แล้วเขียนมันออกมาให้เต็มที่ ส่วนจะไปไกลแค่ไหนก็ขอให้เป็นเรื่องของคนอ่านแล้วกัน (ลืมบอกไปว่าเวทีนี้เปิดโอกาสให้คนอ่านจากทางบ้านเข้ามามีส่วนในการเลือกหนังสือดีที่อยากให้สังคมได้อ่านด้วยตัวเองด้วยนะ)

 

ในบรรดาคำถามทั้งหมด มีหนึ่งคำถามที่ค่อนข้างกระทบใจผมมากก็คือ “ดูเหมือนเป็นเวทีของวัยรุ่นยังไงไม่รู้ นักเขียนอาชีพหรือแม้แต่คนอายุมากๆ ไม่น่าจะเหมาะ”

ได้ยินอย่างนี้ก็เลยนึกถึงเรื่องของผู้รักษาประตูรุ่นใหญ่ชาวอิตาลีกับนักร้องรุ่นใหญ่ชาวไทยสองคนนั้น เรื่องของเขาและเธอบอกกับผมว่า ความสามารถไม่อาจขีดกั้นด้วยข้อจำกัดใดๆ ยกเว้นหากจะมีก็คงเป็นเรื่องของกติกาที่แต่ละเวที แต่ละพื้นที่มีขึ้นด้วยจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง แต่หากไม่มีกติกากำหนดไว้แล้ว ก็ไม่มีอะไรเหตุผลอื่นใดให้ไม่ลงสนามอีกต่อไป ไม่ว่าคุณวุฒิ วัยวุฒิ รายละเอียดทางร่างกาย ใบรับรองผลการศึกษา ฯลฯ ในสนามที่เปิดกว้าง ถ้าเรามีของและมีความอยาก ไม่มีเหตุผลให้ไม่กระโดดลงไป

เวที ARC Award ก็เช่นกัน ในเมื่อกติกาไม่ได้จำกัดเรื่องของอายุและประสบการณ์ ทำไมมืออาชีพหรือคนที่มีวัยวุฒิสูงจึงจะกระโดดลงมาไม่ได้ จริงอยู่ว่าด้วยรูปแบบการประชาสัมพันธ์ที่เน้นไปทางรวดเร็วว่องไวเข้ากับวิธีการสื่อสารปัจจุบันมากหน่อย อาจทำให้ดูกระโดกกระเดกขัดหูขัดตาคนบางกลุ่มไปบ้าง แต่นั่นก็ไม่อาจเหมาว่าเป็นข้อจำกัดไม่ใช่หรือ

 

คุณคิดว่าหากคนอย่างบุฟฟ่อนสนใจเรื่องการเขียน เขาจะมองเรื่องนี้อย่างไร และหากป้าไก่สนใจเรื่องการเขียน เธอจะกระโดดลงมาร่วมสนุกกับเวทีแบบนี้ไหม

ประกวดต้นฉบับ

ส่วนตัวผมว่าไม่พลาด

จึงไม่อยากให้คุณพลาด

มีของ โปรดเอาออกมาให้โลกได้เห็น

อายุและข้อจำกัดต่างๆ วางไว้ที่บ้านเถอะครับ

 

ป.ล. 1 รุ่นใหม่มือใหม่อย่าฝ่อกันนะครับ จะใหม่จะเก่าไม่ได้เป็นตัวบอกอะไรเลย ทุกอย่างวัดกันที่หน้างานล้วนๆ

ป.ล. 2 ท่านที่สนใจ ลองเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับ ARC Award ได้ที่

facebook.com/AmarinReadersChoiceAward/


เครดิตภาพ

Youtube Channel :  The Voice Thailand

http://arysports.tv

Sky Sports

Zee News

comments

0 Comments
Share

อาทิตย์ ธรรมชาติ

บรรณาธิการหนุ่มแห่งแพรวสำนักพิมพ์ สนใจหนังสือ คน ชีวิต และการบิดขี้เกียจ มีศาสดาเป็น ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ใฝ่ฝันอยากไปดูอาร์เซน่อลเตะสักครั้งที่อังกฤษ ครุ่นคิดและเพ้อเจ้อเป็นงานอดิเรก