maSpecial

แกงจืดสับปะรดหมูสามชั้น แกงโบราณสำหรับหน้าร้อน

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99

ข้าวหนม


การทำอาหารเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ศิลปะไม่มีถูกไม่มีผิด หัวหน้าครอบครัวเขาว่าของเขาอย่างนี้ เวลาสอนทำกับข้าวแม่จึงมักบอกแค่ส่วนประกอบและวิธีปรุง ส่วนเรื่องปริมาณสัดส่วนของเครื่องปรุงนั้น ไม่ตายตัว ตามแต่ที่คนกินจะพอใจ

เช้าวันนี้ฉันกระชากตัวเองขึ้นมาจากที่นอนอ่อนนุ่มเพราะกลิ่นไม่ ไม่ใช่กลิ่นเหม็นแต่อย่างใด เป็นกลิ่นหอมด้วยซ้ำเป็นกลิ่นแกงที่ฉันไม่คุ้นเคย

 

“ปีนี้ทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว” แม่ผู้เป็นผบทบ. (ผู้บัญชาการที่บ้าน) สูงสุดส่งเสียงแถลงการณ์มาจากในครัวเช้าโดยมีช้อนและส้อมเป็นพยาน

“แกงอะไรน่ะแม่”

“แกงสับปะรดหมูสามชั้น…เป็นแกงโบราณ” แม่เชิดหน้านิดๆ ท่าทางภูมิใจ

“โบราณแค่ไหน”

“ไม่รู้”

“อ้าว! แล้วใครสอนแม่”

“เอ๊า! ก็ยายน่ะสิ”

“แล้วยายไปเรียนมาจากไหน”

“ก็ต้องพ่อแม่ของยาย…ทวดเอ็งน่ะสิโว้ย”

 

ดูเหมือนว่ารายการกระตุ้นสมองยามเช้าจะได้ผลดีแต่ก่อนที่จะมีจานบินร่อนมา ฉันจึงรีบเผ่นแผลวไปจัดเตรียมโต๊ะ เพื่อความสงบสุขของครอบครัวและจะได้กินข้าวกันเสียที

 

“ว่าแต่แน่ใจนะว่ายายเป็นคนสอน ไม่ใช่ตา”คราวนี้แม่ทำท่าลังเลแม้ระยะเวลาที่เนิ่นนาน ทำให้อดีตคุณครูวัยเกษียณเริ่มหลงลืม แต่เรื่องกับข้าวกับปลาแม่ครัวหัวป่าก์อย่างแม่ไม่มีทางลืม เอาเป็นว่า…

 

วัตถุดิบประกอบด้วย

  • รากผักชี

  • กระเทียม

  • พริกไทยขาว

  • น้ำตาลปี๊บ

  • เกลือป่น

  • น้ำสต็อกหมู

  • สับปะรด…จะเปรี้ยวจะหวานคุณนายท่านไม่เกี่ยงสายพันธุ์

  • และสุดท้าย…หมูสามชั้น…แต่ถึงจะแก่ แต่แม่ก็ยังห่วงรูปร่างจึงขอเปลี่ยนเป็นกระดูกหมูแทน

 

เริ่มต้นปรุงกันได้

หลายๆ สูตรอาจเริ่มด้วยวิธีการแบบแกงจืดทั่วไป คือ พอน้ำเดือดก็ใส่หมูสามชั้นเคี่ยวไปเรื่อยๆ คอยหมั่นช้อนฟอง แล้วจึงใส่สับปะรด ปรุงรส ตักใส่ถ้วยได้

 

แต่สำหรับคุณนายแม่แล้ว ท่านจะใช้วิธีโขลกรากผักชีพริกไทยขาว แล้วเอาไปผัดให้หอม ใส่กระดูกหมู ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ เติมน้ำสต็อกหยิบเกลือป่นตามสักหยิบมือเพื่อดึงรสแหลมของสับปะรดและเสริมความกลมกล่อม เคี่ยวต่ออีกสักหน่อยตามระดับความนุ่มที่คนกินชอบ

 

การทำอาหารเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ศิลปะไม่มีถูกไม่มีผิด หัวหน้าครอบครัวเขาว่าของเขาอย่างนี้ เวลาสอนทำกับข้าวแม่จึงมักบอกแค่ส่วนประกอบและวิธีปรุง ส่วนเรื่องปริมาณสัดส่วนของเครื่องปรุงนั้น ไม่ตายตัว ตามแต่ที่คนกินจะพอใจ ขอแต่อย่าเค็มจัดหรือหวานจัด ซึ่งจะนำทั้งโรคหลอดเลือดหัวใจ ไตและเบาหวานก็พอ

 

“อา…เชงเชง” เสียงซดน้ำแกงซ๊วบซ๊าบทำให้แม่บ้านวัย ๖๐ ปลาย ยิ้มราวกับว่าได้ชัยในเกมอะไรสักอย่าง

ในวันอากาศร้อนของเดือนเมษายน น้ำแกงรสเปรี้ยวอมหวานช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าจนเผลออุทานตามแบบฉบับสาวหมวยลูกครึ่งตาสองชั้นหลบในไม่ได้ แถมกระดูกหมูอ่อนยังเคี้ยวกรุบๆ กรับๆ ดีจริงๆ  เผลอแป๊บเดียวในถ้วยแกงนั้นก็ไม่เหลือแม้ซากอารยธรรม

 

เดือนเมษายนมีวันหยุดหลายวัน ใครจะลองทำกินเองเงียบๆ คนเดียว หรืออวดรสมือให้ครอบครัวได้รับรู้ก็จัดไปให้เต็มที่ คุณครูวัยเกษียณจะยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยละ

 

comments

0 Comments
Share

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

สำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยม นายอินอะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประเภทสารคดีเชิงศิลปวัฒนธรรม แต่อยากเขียนสารคดีเกี่ยวกับอาหารและแหล่งที่มาบ้าง