maLife

เหนื่อยหน่อยนะ วัยรุ่น…

%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99

เป็นวัยรุ่นมันก็เหนื่อยแบบนี้ ทั้งแบกรับความคาดหวังที่พ่อแม่ฝากไว้ ทั้งอยากจะลองเดินตามความฝันที่แท้จริงของตัวเองดูบ้าง ระหว่างทางที่กำลังหัดเดินแบบลองผิดลองถูก ก็พบเจออุปสรรคทั้งเล็กและใหญ่มาทำให้ท้อถอย จนเกือบจะล้มเลิกความฝันนั้น

ความเจ็บช้ำสะบักสะบอมในเส้นทางที่ต้องเลือกเดินเอง ผิดทางบ้าง ถูกทางบ้าง สะดุดก้อนหินล้มเจ็บตัวกันบ้าง เจ็บบ่อยๆ เข้าก็เกิดอาการโยเย งอแง ไม่อยากไปต่อ หรือจริงๆ แล้ว…

 บางทีวัยรุ่นก็แค่ต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างเท่านั้นเอง

 

หาให้เจอว่าชอบอะไร แล้วเดินหน้าทำมันต่อไป

เวลาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก บางคนชอบกินอาหาร เลยหาสูตรใหม่ๆ มาลองทำเองดูที่บ้าน ปรากฏว่าอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว เมื่อโตขึ้นเขาจึงเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง และลงมือทำอาหารให้คนอื่นๆ กินด้วยรอยยิ้มและความสุข  ความสุขนั้นก็จะถูกส่งต่อไปยังลูกค้าแบบไม่รู้ตัว

ตัวเราเองก็เช่นกัน หาให้เจอว่าชอบอะไร มีความสุขกับสิ่งไหน แล้วเดินหน้าทำมันต่อไป บางสิ่งที่เราชอบอาจจะทำรายได้ให้เราไม่มากนัก แต่ก็ยังมีความสุขที่ได้ทำมิใช่หรือ…

 

อย่าเริ่มต้นในวันที่สาย

อยากเป็นนักเขียน เป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่เวลาจะเริ่มต้นเขียนอะไรสักอย่างมักจะเกิดข้ออ้างขึ้นมาเสมอ ไว้ค่อยเขียนแล้วกัน เขียนไปก็ไม่มีคนอ่าน” “ข้อมูลที่มียังไม่มากพอ เขียนไปแล้วกลัวจะตัน” และอีกมากมายที่เราหามาอ้างเพื่อกลบเกลื่อน ความกลัว” และ ความขี้เกียจ”

ในขณะที่นักเขียนที่มีผลงานตีพิมพ์ เขาเริ่มเขียนมาตั้งแต่ที่เขารู้ว่าตัวเองชอบอะไร และอยากเป็นอะไร อ่านหนังสือให้เยอะ และเขียนอยู่เรื่อยๆ มีคนอ่านบ้าง ไม่มีคนอ่านบ้าง แต่เขาก็ยังคงเขียนต่อไปเรื่อยๆ จนได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในที่สุด

แล้วเราล่ะ มัวทำอะไรอยู่… ปล่อยให้คนอื่นเขาแซงหน้าไปไกลโดยที่ไม่คิดแม้แต่จะสตาร์ทรถตามไป

อย่าเริ่มต้นในวันที่สาย อยากทำอะไร อยากเป็นอะไร ก็เริ่มมันซะตั้งแต่วันนี้!

 

มีเวลาเท่าไหร่ไม่สำคัญ สำคัญว่าเราใช้มันคุ้มค่าแค่ไหน

เวลาน่ะมีสำหรับทุกคนวันละ 24 ชั่วโมงเท่าๆ กันแต่ถ้าเราใช้มันอย่างเป็นประโยชน์ เราก็จะได้เปรียบ เหมือนกับตอนทำงาน ไม่สำคัญเลยว่าจะใช้เวลาในการทำงานนานเท่าไหร่ บางคนอาจจะใช้เวลาทำงานชิ้นนึงหนึ่งชั่วโมง อีกคนใช้เวลาแปดชั่วโมง แต่ผลลัพธ์ของการทำงานหนึ่งชั่วโมงนั้นอาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วยซ้ำ

สิ่งที่บริษัทส่วนมากสนใจคือประสิทธิภาพของงาน ดังนั้นควรจะจัดสรรเวลาให้เป็น งานชิ้นนี้ควรใช้เวลาทำนานเท่าไหร่ ใช้เวลานานแล้วผลที่ได้รับมันคุ้มค่าไหม สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่บริษัทต้องการจากคุณ

 

ทำได้” หรือ “ทำไม่ได้” อยู่ที่ตัวเราเอง

ในสมองเรามีพลังที่ยิ่งใหญ่อยู่ สิ่งนั้นเป็นความสามารถของสมองที่จะทำให้เรื่องราวเป็นจริงตามที่ตัวเองเลือกถ้าเลือก ทำได้” สมองก็จะตามหาวิธีที่จะทำให้ทำมันออกมาได้ แล้วจะช่วยให้งานสำเร็จด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าจนทำได้

แต่ถ้าเลือกที่จะ ทำไม่ได้” สมองก็จะตามหาเหตุผลที่ทำให้ทำไม่ได้ แล้วความคิดที่คิดว่าตัวเองทำไม่ได้ก็จะทำให้เกิดความกลัวเพิ่มขึ้นอีก

ลองถ่ายทอดข้อความเชิงบวกกับสมองดูสิ ถ้าคุณเลือกว่า “ทำได้” มันก็จะ “ทำได้!”

เราพูดแบบไหน ชีวิตก็จะเป็นไปแบบนั้น

มีคำพูดที่บอกว่า มันไม่ใช่เพราะเราพูดว่ามีความสุขเพราะว่าเรามีความสุข แต่คือการพูดว่ามีความสุขนั่นแหละที่ทำให้ความสุขเกิดขึ้นจริง!”

ลองพูดถึงสิ่งที่ดีในด้านบวกด้วยความมั่นใจอันเปี่ยมล้นดูสิ เช่น ฉันชอบวาดรูปมากๆ ลองเต็มที่กับมันสักตั้ง ฉันจะต้องทำได้ดีมากแน่ๆ!”

หมั่นเติมพลังบวกให้กับตัวเองบ่อยๆ นี่ไม่ใช่การเยินยอตัวเอง แต่เป็นการให้กำลังใจตัวเองได้ที่สุด!

มิตรภาพ” หรือ “ศักดิ์ศรี”

บางทีเราก็ต้องรู้จักรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ เช่น ตอนที่เราไม่อยากเผยท่าทีอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าฝ่ายตรงข้ามในการแข่งขัน หรือตอนที่เราไม่อยากให้คนที่ไม่สนิทเห็นจุดบกพร่องของเรา ถ้าเป็นแบบนี้ก็จำเป็นต่อการรักษาไว้ เพื่อไม่ให้ใครเห็นความอ่อนแอ

ถ้าอยู่ต่อหน้าเพื่อน เราไม่ควรยึดติดกับศักดิ์ศรีมาก เพราะจริงๆ แล้ว มิตรภาพคือสิ่งที่สำคัญกว่า ว่ากันว่าถ้าศักดิ์ศรีทะเลาะกับมิตรภาพขึ้นมาเมื่อไหร่ แล้วเราเลือกอยู่ข้างศักดิ์ศรี มิตรภาพที่มีนั้นจะค่อยๆ จางหายไป แต่ถ้าเลือกอยู่ข้างมิตรภาพ ศักดิ์ศรีก็จะห้อยตามมาเอง

 

ชีวิตเป็นเรื่องยากที่จะรู้ได้

บางทีเราก็ไม่คาดคิดหรอกว่าชีวิตจะเกิดอะไรขึ้น บางทีเราอาจจะไปนั่งร้านพิซซ่าชื่อดังเพราะอยากกิน แต่เอาเข้าจริงกลับสั่งสปาเกตตีมาแทน แม้แต่เย็นนี้ยังไม่รู้ว่าจะกินอะไร แถมยังเปลี่ยนใจได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที

จึงไม่แปลกที่เราจะยังไม่รู้ปลายทางชีวิตของตัวเอง ไม่รู้ว่ามันจะออกมาทิศทางไหน แต่ถ้าหาสิ่งที่ชอบเจอแล้ว ลองตั้งใจกับมันดู เราก็จะมีความสุขกับสิ่งที่ทำ แล้วถ้าเรามีชีวิตที่มีความสุข ปลายทางชีวิตก็น่าจะงดงามดี จริงมั้ย ?

 

 


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ เชื่อสิ เธอต้องทำได้”

สำนักพิมพ์ Springbooks

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ