move

เป็นโรคซึมเศร้าแล้วไปไหน

%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99

เราคงคุ้นเคยประโยคนี้ดี ในคนจำนวน 5 คน จะมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 1 คน” นั่นหมายความว่าทุกที่ที่เราไป หรืออาจจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน หรือเราก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นโรคซึมเศร้าด้วยกันทั้งนั้น แล้วจะทำยังไงเมื่อต้องเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเยียวยาความทุกข์ให้กับตัวเองหรือพวกเขาเหล่านั้น

เรามีคำแนะนำดีๆ จากอดีตผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามาฝาก เพื่อให้รับมือและเยียวยาโรคซึมเศร้าได้อย่างถูกวิธี

 1.เลี้ยงสัตว์ที่สามารถกอดได้

มีงานศึกษาพบว่า กอดบำบัด” เป็นสิ่งที่จำเป็นและส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจมนุษย์อย่างมาก การกอดทำให้รู้สึกดี หายกลัว หายเหงา หายเครียด และยังช่วยเยียวยาปัญหาบางอย่างได้ เช่น กอดบ่อยๆ ทำให้แก่ช้าลง ช่วยบำบัดอาการนอนไม่หลับ และรู้สึกสบายใจ คลายกังวล

หากอยู่คนเดียว หรือเขินที่จะกอดเพื่อน กอดคนในครอบครัว ให้เลี้ยงสัตว์ที่สามารถกอดได้ เช่น สุนัข แมว สัตว์เหล่านี้มีความรู้สึกคล้ายคลึงกับมนุษย์ โกรธ เสียใจ ดีใจ มีปฏิกิริยาโต้ตอบ จึงสามารถทดแทนอ้อมกอดของมนุษย์ได้ ใครที่เลี้ยงสัตว์ไว้ก็อย่าลืมที่จะกอดเขาบ่อยๆ นะ

 

2.ปฏิบัติธรรมเพื่อยอมรับความทุกข์

มีความเข้าใจผิดหลายอย่างเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมว่าเพียงแค่ไปที่วัด ไปสวดมนต์ นั่งสมาธิแล้วจะหลุดพ้นจากความทุกข์ โยนความทุกข์ทิ้งไป แล้วเราจะหายเป็นทุกข์

แต่ความจริงแล้วการปฏิบัติธรรมที่ช่วยบำบัดทุกข์จริงๆ คือ “การยอมรับ” และต้องเข้าใจถึงแก่นแท้ว่า ความทุกข์เป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ทุกคน เมื่อยอมรับได้ว่าความทุกข์มีจริงแล้วเราจะสามารถย้อนกลับไปมองเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตแล้วตอบตัวเองได้ว่า ทำไมเราถึงเป็นทุกข์ และความทุกข์นั้นเกิดจากอะไร

 

3.จิตอาสาบำบัดทุกข์

เราเคยได้ยินประโยคที่ว่า ยิ่งให้ยิ่งได้” แต่สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแล้วคงเป็นคำว่า ยิ่งให้ยิ่งหาย” การให้ที่ว่าอาจจะเป็นการแบ่งปันสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่นการบริจาคเงินให้มูลนิธิต่างๆ บริจาคเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว ฯลฯ

แต่วิธีที่ดีที่สุดคือลงมือทำด้วยตัวเอง เช่นการไปสมัครเป็นจิตอาสา มีตัวอย่างเคสที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไปอาสาสอนวิชาศิลปะให้เด็กต่างจังหวัด ทุกครั้งที่ไป เขาจะซื้อหนังสือสำหรับเด็ก อุปกรณ์ศิลปะ และขนมเพื่อไปให้ลูกศิษย์ ครั้งหนึ่งมีลูกศิษย์มาบอกว่า ครูมาสอนผมที่นี่ ตลอดไปเลยได้ไหม” ประโยคเดียวของเด็กน้อยทำให้เขารู้สึกถึงความมีคุณค่า ได้รับความสำคัญ และสัมผัสถึงการมีตัวตนของตัวเอง ถือเป็นการเยียวยาโรคซึมเศร้าที่ดีมากโดยไม่ต้องใช้ยาอะไรเลย

 

4.ได้รับความเอาใจใส่จากครอบครัวและคนใกล้ชิด

จิตแพทย์เล่าว่า ผู้ป่วยจิตเวชโดยเฉพาะจิตเภทในประเทศแถบตะวันออกอย่างในเอเชีย มีสภาวะของโรคดีกว่าทางตะวันตกเพราะระบบสังคมครอบครัวส่วนใหญ่มีความเข้มแข็งเหนียวแน่นมากกว่า ผู้ป่วยมักได้อยู่กับครอบครัว มีการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจึงรู้สึกอบอุ่นมั่นคง

ครอบครัวและคนใกล้ชิดจึงสำคัญอย่างมากกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า หมั่นชวนคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ ให้เขาได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ สนับสนุนกิจกรรมที่เขาอยากจะทำ ให้คำปรึกษาเวลาที่เขาต้องการ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการเยียวยาผู้ป่วยซึมเศร้าแล้ว

 

5.บำบัดด้วยการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ

พกสมุดกับปากกาติดตัวอยู่เสมอ แล้วเขียนเล่าเรื่องราวที่อยากเล่าเป็นตัวหนังสือ อาจจะเป็นสิ่งที่อยากทำในชีวิตนี้ เขียนบ่นเพื่อนร่วมงาน มุกตลกๆ ที่เจอในหนัง ลิสต์รายการของที่อยากได้ ฯลฯ

การเขียนจะช่วยกระตุ้นให้สมองจดจำรายละเอียดเล็กน้อยได้มากขึ้น และเป็นการระบายอารมณ์อย่างหนึ่ง บางสิ่งก็ไม่สามารถเล่าออกไปให้ใครฟังได้ แต่เก็บไว้ก็รู้สึกอึดอัด อยากระบายเมื่อไหร่ให้หยิบสมุดเล่มนี้ออกมา บางอย่างที่ถูกเขียนไว้อาจจะช่วยให้ได้ทบทวนและค้นหาตัวเอง ยิ่งถ้าบันทึกอาการซึมเศร้า หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยา การไปหาหมอครั้งต่อไปจะสะดวกสบายขึ้น และไม่ลืมเรื่องที่อยากจะเล่าด้วย

 

6.การไปพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องแปลก

ผู้ป่วยจิตเวชบางคนมักกลัวการไปพบจิตแพทย์ กลัวสายตาคนรอบข้าง กลัวเพื่อนหาว่าไม่ปกติ จริงๆ แล้วการพบแพทย์เป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอันดับต้นๆ จะได้รักษาได้ถูกต้องตามอาการ กินยาตามกำหนด และห้ามหยุดยาเองก่อนแพทย์สั่งเด็ดขาด หากมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นจากการกินยา เช่น นอนทั้งวัน ท้องผูก ให้จดบันทึกอาการเหล่านั้นไว้ แล้วนำไปแจ้งจิตแพทย์ในครั้งต่อไป


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง

 

 

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ