move

เปิด 5 พฤติกรรมลูกรักที่พ่อแม่ควรเลิกกังวลได้แล้ว โดยหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-5-%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c

 

เด็กทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งบุคลิกภาพและอุปนิสัยใจคอ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องคลานตามกันมาหรือแม้กระทั่งฝาแฝดไข่ใบเดียวกัน

แต่ถึงอย่างนั้นคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวก็ยังคงกังวลว่าลูกๆ ของตัวเองอาจจะไม่ปกติหรือแตกต่างจากเด็กบ้านอื่นๆ เนื่องมาจากมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากเด็กวัยเดียวกัน หรือมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กคนอื่นๆ

คุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ นายแพทย์ระดับเชี่ยวชาญ สาขาจิตเวช ได้รวบรวมปัญหาข้องใจเกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่างของลูกน้อยที่พ่อแม่มักกังวลและเป็นห่วง แต่คุณหมอตอบได้เลยว่า ไม่น่าหนักใจสักนิด  แล้วยังได้ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์แก่คุณพ่อคุณแม่ไว้อีกด้วย

ของเล่นข้าใครอย่าแตะ

ลูกน้อยยังเด็กแต่มีอาการหวงของเล่นมาก ปัญหาที่พ่อแม่มักพบและทำตัวไม่ถูกว่าจะดุหรือจะปล่อยเฉยไป แล้วต้องสอนให้ลูกรู้จักแบ่งปันได้อย่างไร

คุณหมอประเสริฐได้ให้คำแนะนำไว้ดังนี้

 “เด็ก 2 ขวบเวลารักของเล่นก็เหมือนรักแม่ กลัวของเล่นหายก็เหมือนกลัวแม่หาย ในทางกลับกันเด็กก็กลัวแม่หายจึงกลัวของเล่นหาย หรืออาจเกิดจากความรัก รักมาก ต้องการอวดว่ารักมาก หรืออาจหมายถึงไม่มั่นใจว่าเขารักเรา จึงเกิดอาการหึงหวง

“อาการหวงของเกิดจากความรู้สึกของเด็กที่ไม่มั่นใจว่าคุณแม่มีอยู่จริงๆ ผนวกกับความรักแม่สุดหัวใจก็จะหวงแม่มาก และไม่ชอบที่คุณแม่หายไปไหนนานๆ บางขณะเด็กก็จะถ่ายโอนคุณแม่ไปฝากไว้ที่ตุ๊กตาหรือของเล่นชั่วคราว ดังนั้นใครมาเอาของเล่นไปก็เหมือนมาเอาคุณแม่สุดที่รักไปเช่นกัน ก็เลยมีอาการหวงและบางครั้งอาจจะเกิดอาการหึงมากจนไม่อนุญาตให้ใครเล่นด้วย

แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นกระบวนการธรรมชาติ เด็กแต่ละคนพัฒนาเร็วช้าไม่เท่ากัน เด็กบางคนช้าหน่อยกว่าจะมั่นใจว่าคุณแม่ไม่หายไปไหนง่ายๆ หรอก

                 “ดังนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้พัฒนาการเรื่องนี้เร็วขึ้น อาจเร่งกระบวนการได้ด้วยการเล่นกับเขาให้มากขึ้นจนกระทั่งเขามั่นใจว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่หายไปไหนแน่ๆ แล้วของเล่นก็จะไม่หายไปไหนด้วย”

 

เกือบ 2 ขวบแล้วยังฉี่ราด

ปัญหาเครียดของทุกครอบครัวคงหนีไม่พ้น เรื่องฉี่ราด ปวดฉี่แล้วไม่ยอมบอก

“เด็กฉี่ราดถือเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเด็กอายุก่อน 2 ขวบถือเป็นวัยที่ยังควบคุมการขับถ่ายได้ไม่ดีนัก ขอให้คุณพ่อคุณแม่มองให้เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องติ ไม่ต้องบ่น ไม่ต้องว่า เพียงแค่เช็ดให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเรียบร้อย (หมายถึงคนเช็ด) แล้วพาเขาไปที่กระโถนหรือห้องน้ำ ชี้ให้เขาดูว่าที่ตรงนี้ไว้ฉี่นะจ๊ะ พูดชัดๆ อย่าพูดยาว เสร็จแล้วดำเนินชีวิตต่อไปอย่างปกติสุข

“ส่วนปัญหาเรื่องปวดฉี่แล้วไม่ยอมบอก อาจเกิดจากถูกดุเมื่อเคยฉี่ราด หลังจากนั้นก็ไม่ยอมบอกว่าปวดฉี่ ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องเลิกดุแล้วทำเช่นเดียวกันคือ ค่อยๆ สอน ค่อยๆ บอกด้วยท่าทีสงบ เด็กจะค่อยๆ พัฒนาความสามารถในการควบคุมปัสสาวะเหมือนที่เคยทำได้มาแล้ว

หมอประเสริฐได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุของพัฒนาการเด็กซึ่งพบได้เสมอๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร วัยเด็ก 1 -2 ขวบ เขากำลังพัฒนาความสามารถของกล้ามเนื้อส่วนที่ควบคุมการขับถ่ายอยู่ พูดง่ายๆว่า กำลังฝึก วันหนึ่งกำลังฝึกอยู่ดีๆ  อาจจะอั้นไว้เต็มแก่แล้ว แต่พอจะอ้าปากบอกว่าปวดฉี่ ก็ไม่ทัน ดังนั้นแล้วไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ทำตามย่อหน้าด้านบนก็พอ เรียบๆ ง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่ได้ผลจริง”

 

เข้าอนุบาลแล้วยังไม่ยอมเขียนหนังสือ เอาแต่ระบายสีเล่น

มีหลายครอบครัวที่กังวลว่าลูกจะเขียนหนังสือไม่ได้ หรือเขียนได้ช้าไปเพราะลูกมัวแต่ระบายสี

ทั้งๆ ที่จับดินสอสีได้ก็น่าจะจับดินสอเขียนหนังสือได้ แต่ลูกน้อยกลับไม่ยอมลงมือเขียน

แบบนี้คุณหมอประเสริฐจะให้คำแนะนำว่าอย่างไร

ผมคิดว่าการคัดไทยก่อน 7 ขวบเป็นอันตรายต่อสุขภาพ”

“การที่เด็กอายุยังไม่ถึง 7 ขวบยังไม่ยอมจับดินสอเขียนหนังสือ ถือว่าดีแล้วเพราะเขาจะได้เอาเวลาไปจับสีเทียนและสีชอล์ก ระบายสีตามใจชอบ เพื่อให้สมองได้พัฒนาไปตามวัย

“กล้ามเนื้อและนิ้วมือของคนเรามีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยมัด กล้ามเนื้อมากกว่าหนึ่งร้อยมัดนั้นทำงานสอดประสานกลมกลืนทุกท่วงท่าได้ก็ต้องบริหารให้ครบทุกมัด นั่นหมายความว่ามือและนิ้วมือต้องเคลื่อนไหวอย่างอิสระเสรี ซึ่งการขยำดิน ปั้นดินน้ำมัน ระบายสีอย่างสนุกสนาน คือคำตอบ

“ส่วนการบังคับให้คัดไทยสวยๆ ถือเป็นการทำลายกล้ามเนื้อบางมัด เพราะการคัดไทยใช้กล้ามเนื้อเพียงบางมัดและไม่ต้องใช้อีกบางมัด

“การบริหารกล้ามเนื้อนิ้วมือที่แสนจะละเอียดละอ่อนเหล่านี้ก็เพื่อฝึกปรือสิ่งที่เรียกว่า fine movement คือการเคลื่อนไหวอย่างละเอียด แตกต่างจากการเคลื่อนไหวของมือ เท้า แขน ขา ซึ่งเป็นการขยับตัวของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ ที่เรียกว่า gross movement

การบริหารกล้ามเนื้อที่เป็น fine movement ในเด็กๆ นอกจากช่วยให้กล้ามเนื้อเล็กๆของนิ้วมือแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการบริหารสมองไปในตัวอีกด้วย เพราะสมองทำหน้าที่ควบคุมบังคับกล้ามเนื้อนิ้วมือเหล่านี้ ซึ่งระหว่างการพัฒนาของเด็กเล็กนั้น การพัฒนาสมองคือพัฒนานิ้วมือ การพัฒนานิ้วมือคือพัฒนาสมอง เสริมกันและกัน  แต่ถ้ายิ่งไปบังคับให้ลูกเขียนหนังสือ ก็อาจจะทำลายนิ้วมือและสมองไปบางส่วน

 ดังนั้นดีที่สุดคือการใช้นิ้วมือโดยอิสระ นั่นคือการระบายสีถูกต้องแล้วครับ”

 

ลูกขี้อาย

ลูกมักจะหลบหลังพ่อแม่ตลอดหากมีคนมาทัก หรือเวลาถามอะไรก็ตอบเสียงเบาๆ  เรียกได้ว่าเป็นเด็กขี้อาย แต่แบบนี้มันเกินไปไหม

คุณหมอตอบไว้ว่า “ความกล้าไม่ใช่เรื่องปกติ และความกลัวก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะเด็กแต่ละคนเกิดมาไม่เหมือนกัน บางคนกล้า บางคนกลัว บางคนขี้อาย ซึ่งพ่อแม่ควรเฝ้าดูพฤติกรรมเหล่านั้นด้วยความชื่นชมและยอมรับ ค่อยๆ สอน ค่อยๆ ปรับด้วยทัศนคติไป”

 “การสอนเด็กเข้าสังคมขึ้นอยู่กับท่าทีของพ่อแม่ด้วย เช่นถ้าพ่อแม่ไหว้ทุกคนสม่ำเสมอ เวลาบอกให้เด็กไหว้ใครเขาก็จะไหว้ ถ้าเขาไม่ไหว้ก็เป็นหน้าที่ของเราจับมือเขาไหว้เดี๋ยวนั้น หากเขาไม่ทำตามก็อย่าไปดุ หรือไปพูดว่าไม่เก่งเลย เรามีหน้าที่จับมือเขาไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะทราบว่าเรื่องไหว้คนเป็นสิ่งที่ต้องทำ

ส่วนเรื่องเวลามีคนมาทักแล้วอาย หลบหลังพ่อแม่ก็ให้มองว่าเป็นเรื่องน่าเอ็นดู เขาตอบเสียงเบาๆ เราก็ตอบแทนเขา กอดเขาด้วยความภาคภูมิใจแล้วพูดแทนเขาไปเลย ทำแบบนี้บ่อยๆ ต่อไปเขาก็จะรู้เองว่าใครถามอะไรก็ให้ตอบเสียงดังฟังชัด สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือ พยายามบังคับให้พูดเดี๋ยวนั้น หรือคะยั้นคะยอให้ตอบเสียงดัง หรือดุลูกว่าไม่เก่งเลย อะไรทำนองนี้

“กรณีเด็กเล็กยังทำอะไรไม่ถูกใจคุณพ่อคุณแม่ในที่สาธารณะนั้น ขอให้คิดไว้เสมอว่า เราต้องทำให้เด็กมั่นใจว่าเรารักเขาเสมอ และเราจะสอนให้เขาทำสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเขาทำอะไรไม่เป็น เขาก็คาดหวังให้เราทำให้ดู เช่น การไหว้ การตอบคำถาม เป็นต้น

ประเด็นสำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่มักคาดหวังลูกสูงเกินจริง เมื่อเขาทำไม่ได้ คนเป็นพ่อเป็นแม่มักผิดหวังหรืออาย ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ควรผิดหวังและไม่ควรอาย เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผิดอะไร”

 

ลูกล็อครหัสคอมพิวเตอร์เพื่อจะแอบดูเว็บโป๊

เมื่อลูกเข้าสู่วัยว้าวุ่น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทั่วราชอาณาจักรไทยมักคิดเหมือนกันคือ กลัวลูกจะเข้าเว็บโป๊ แล้วพ่อแม่จะมีวิธีป้องกันอย่างไร 

ก่อนอื่นหมอประเสริฐได้พูดถึงเรื่องการที่ลูกล็อครหัสคอมพิวเตอร์ไว้ดังนี้

 ลูกล็อครหัสคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกับบางครั้งลูกล็อคห้องไม่ให้เราเข้าไป เป็นเรื่องธรรมดาและไม่ได้รบกวนผู้อื่น เพราะบางครั้งลูกอาจจะต้องการตกแต่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามสไตล์ของตนเอง หรือต้องการพิถีพิถันป้องกันไวรัสด้วยตนเอง คุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้วิธีหาคอมพิวเตอร์ส่วนตัวให้ลูกสักเครื่อง แต่นำมาตั้งใช้งานกลางบ้านไม่นำไปไว้ห้องส่วนตัวลูก

 แต่ถ้าไม่มีเงินซื้อเครื่องใหม่ ก็ให้บอกลูกไปตรงๆ ว่า เราไม่มีเงินและไม่อนุญาตให้ล็อครหัสเพราะคอมพิวเตอร์เป็นของส่วนรวม เป็นของส่วนกลาง จะต้องเป็นแบ่งปันกันใช้ ไม่ให้ลูกได้ครอบครองไว้คนเดียว นี่คือมารยาทในการใช้ของส่วนรวม

 ส่วนเรื่องดูเว็บโป๊นั้น ให้คิดไว้เสมอว่าหากเราซึ่งเป็นพ่อแม่เกิดสงสัยเรื่องนี้ขึ้นมาเมื่อไรให้รู้ไว้เลยว่า ลูกๆเขาท่องเว็บโป๊จนปรุไปแล้ว และภาพโป๊ทั้งแบบภาพนิ่งและคลิปลูกๆ สามารถหาได้จากเพื่อนๆ ในโรงเรียนอยู่แล้ว  ดังนั้น ไม่ต้องห่วงหรือกังวลไปเรื่องการเข้าเว็บโป๊ ไม่มีอะไรที่เรียกว่าผิดปกติใดๆ แต่สิ่งสำคัญที่ควรห่วงคือ การสอนเรื่องเพศให้ลูกรับรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทัศนคติต่อความรักและการมีเพศสัมพันธ์ ควรหาโอกาสพูดคุยกับลูกบ้าง อาจลองถามเล่นๆว่า วันวาเลนไทน์ลูกจะมอบช็อกโกแลตให้ใคร หรือเขาได้เตรียมถุงยางคุมกำเนิดไว้บ้างไหม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประเด็นไหน ให้ลองคอยหาจังหวะที่ทีวีออกข่าวอื้อฉาว หรือหนังกำลังแพร่วาบหวามบนเตียง นำมาคุยเป็นเรื่องตลก สนุก แล้วลากไปสู่เรื่องความรักและเพศสัมพันธ์ ชี้ให้เห็นว่าความรักกับเพศสัมพันธ์สัมพันธ์กันอย่างไร และเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยทำอย่างไรมากกว่าที่จะกังวลเรื่องการดูเว็บโป๊”


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ 43 ไม้ตาย ลบลายเจ้าตัวยุ่ง

เขียนโดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

สนพ. แพรวเพื่อนเด็ก

 

comments

0 Comments
Share

maSCOOPS