move

เบาหวาน โรคยอดฮิตติดอันดับเพชฌฆาตเงียบ

%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%8c%e0%b8%86%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a

เบาหวานถือเป็นโรคเรื้อรังอันตรายที่คุกคามคนไทยมากที่สุด พบมากในผู้สูงอายุและมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี

โรคเบาหวานเกิดจากการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินของร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้การทำหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดการสะสมของน้ำตาลในหลอดเลือดแดง ทำให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมลง จนเกิดโรคแทรกซ้อนได้

ซึ่งโรคเบาหวานเกิดจากหลายปัจจัย เช่น อาหาร พฤติกรรมการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย หรือกรรมพันธุ์ เป็นต้น โดยผู้ป่วยส่วนมากไม่ค่อยรู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรคนี้ ทำให้ละเลยการดูแลสุขภาพ

 

เบาหวานแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

1.เบาหวานประเภทที่ 1

พบค่อนข้างน้อย ประมาณร้อยละ 5 ของผู้ป่วยเบาหวาน มักพบในเด็กและวัยรุ่น สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากภูมิต้านทานทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน จึงต้องได้รับอินซูลินด้วยการฉีดหรือใช้เครื่องปั๊มอินซูลิน

 

2.เบาหวานประเภทที่ 2

พบมากถึงร้อยละ 95 ของผู้ป่วยเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เกิดจากการที่ตับอ่อนยังสามารถสร้างอินซูลินได้ แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ผู้ป่วยต้องควบคุมอาหาร กินยา หรือฉีดอินซูลิน

 

3.เบาหวานที่เกิดระหว่างการตั้งครรภ์

4.เบาหวานจากสาเหตุอื่นๆ

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน (ชนิดที่ 2)

1.อายุ 40 ปีขึ้นไป

2.ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน

3.น้ำหนักเกิน ค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 25

4.มีภาวะความดันโลหิตสูง มีระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือดสูง

5.ไม่ออกกำลังกาย

6.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่

อาการของโรคเบาหวาน

1.ปัสสาวะมากและบ่อย หิวน้ำบ่อย และอยากอาหารเพิ่มขึ้น

2.สายตาพร่ามัว

3.เป็นแผลเรื้อรังหายช้า

4.มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง ปาก และกระเพาะปัสสาวะบ่อยครั้ง

5.ปวดและชาตามมือและเท้า

 

วิธีป้องกันโรคเบาหวาน

1.ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค

2.ควบคุมโภชนาการให้สมดุลทั้งอาหารและการออกกำลังกาย

3.ตรวจเช็กระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ

4.ยาหรือสมุนไพรบางชนิด อาจมีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาและสมุนไพรทุกครั้ง


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ สุขภาพดีไม่มีลิมิต

สำนักพิมพ์ Amarin Health

 

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ