move

เทคนิคจัดสรรเวลา สำหรับคนที่ชอบพูดว่า “เวลาไม่พอ”

%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e2%80%9c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e2%80%9d

คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ทำไมรู้สึกว่าเวลาของฉันน้อยกว่าคนอื่น

สาเหตุที่เวลาไม่พอในแต่ละวันมีอยู่มากมาย เมื่อลองมองดูดีๆ แล้ว เราใช้เวลากับสิ่งไม่มีประโยชน์ไปเสียเยอะ จนไม่ได้ทำสิ่งที่จำเป็นกับตัวเองเลย

ถ้าอยากได้เวลาเพิ่มอีกสักนิด จนไม่ต้องพูดคำว่า ไม่มีเวลา” ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูค่ะ

1.แบ่งประเภทเวลาที่เราใช้ในแต่ละวัน

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อต้องการจัดสรรเวลาให้คุ้มค่าที่สุดคือ “รู้ว่าเราใช้เวลาทำอะไรบ้าง” โดยเริ่มจากจำแนกประเภทของเวลา ซึ่งอาจแบ่งเป็น 4 ประเภทดังนี้

  1. เวลาเพื่อการดำรงชีวิต
  2. เวลาเพื่อการลงทุน
  3. เวลาที่ใช้อย่างสิ้นเปลือง
  4. เวลาเพื่อสิ่งไม่มีประโยชน์
  • เวลาเพื่อการดำรงชีวิต (เร่งด่วนและสำคัญ)

หรือเรียกง่ายๆ ว่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการดำรงชีพนั่นเอง เช่น กินข้าว เข้าห้องน้ำ และงานที่ต้องทำในแต่ละวันเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงชีพ แต่ต้องคัดงานที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น คุยงานกับลูกค้า  ส่งอีเมลเรื่องงาน การทำงบและงานโครงการ รวมไปถึงเวลาพักเพื่อทำสมาธิ เช่น การเดินสูดอากาศเพื่อให้กลับมาทำงานต่อได้อย่างไม่สะดุด

  • เวลาเพื่อการลงทุน (ไม่เร่งด่วน แต่สำคัญ)

หัวข้อนี้อาจจะดูเคร่งขรึมไปนิด แต่จริงๆ แล้วไม่ได้หมายถึงการเล่นหุ้น หรือทำธุรกิจแต่อย่างได้ แต่หมายถึงการลงทุนไปกับการพัฒนาตัวเอง เช่น การอ่านหนังสือเพื่อไปสอบวัดระดับหรือหาความรู้เพิ่มเติม การเล่นกีฬาเพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ฯลฯ

  • เวลาที่ใช้อย่างสิ้นเปลือง (เร่งด่วน แต่ไม่สำคัญ)

เช่น การประชุมงานที่ตนเองไม่สนใจ ไม่ค่อยเกี่ยวข้องอย่างยืดยาวไม่จบไม่สิ้น การเดินทางที่ใช้เวลานาน นั่งรถเมล์ไปเรื่อยๆ ติดบ้างไม่ติดบ้าง กว่าจะถึงที่หมายก็กินเวลาไปนาน หรือการดูละครประจำวันที่ดูไปเรื่อยๆ อย่างเกียจคร้าน เป็นต้น

  • เวลาเพื่อสิ่งไม่มีประโยชน์ (ไม่เร่งด่วน ไม่สำคัญ)

คือเวลาที่เสียไป โดยไม่ใช่สิ่งสำคัญ ถ้าไม่ทำก็ไม่เป็นไร เช่น การเล่นอินเทอร์เน็ตเรื่อยเปื่อย การนอนยาวนานในวันหยุด การเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ การโทรฯคุยกับเพื่อนเรื่อยเปื่อยไร้สาระ เป็นต้น

เมื่อจำแนกเวลาได้แล้วก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการจัดสรรเวลาข้อถัดไปได้เลย

2.ลดสิ่งที่ทำ

ถ้ามัวแต่ทำทุกอย่างที่เคยทำจนหมด เราก็จะไม่มีเวลาทำสิ่งที่จำเป็นเลย การลดสิ่งที่ทำก็คำนึงจากสิ่งที่อยู่ในลิสต์เวลาทั้ง 4 ประเภท โดยสิ่งที่ควรลดเป็นอย่างแรกคือ เวลาเพื่อสิ่งที่ไม่มีประโยชน์” และไม่เกิดผลดีกับตัวเอง อาจไม่ต้องลดทั้งหมดในรวดเดียว แต่ค่อยๆ ลดเป็นอย่างๆ ไป เช่น เมื่อก่อนใช้เวลาดูซีรีส์ในวันหยุด 4 ชั่วโมง ก็ลดเหลือ 2 ชั่วโมง เคยโทรฯ คุยกับเพื่อน 1 ชั่วโมง ก็ลดลงเหลือครึ่งชั่วโมง ค่อยๆ ปรับลดลงไปเรื่อยๆ เราก็จะมีเวลาทำสิ่งที่ควรทำมากขึ้น

3.ลงทุนกับร่างกายของตนเอง

เมื่อมีเวลาเพิ่มขึ้นจากการลดเวลาในการทำบางอย่าง สิ่งแรกที่ควรใช้เวลาด้วยมากที่สุดคือ ร่างกาย” ของตนเอง เพราะร่างกายจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต (เลยต้องบำรุงมากกว่าอย่างอื่น)

การวางแผนออกกำลังกายยังเป็นสิ่งที่คนส่วนมากล้มเหลวอยู่บ่อยๆ ตั้งเป้าหมายว่าจะออกกำลังกายวันละครึ่งชั่วโมง บางครั้งก็ลืม ขี้เกียจ เหนื่อย จนล้มเลิกในที่สุด สิ่งที่อยากแนะนำคือควรสมัครสมาชิกออกกำลังกายเอาไว้เลย เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่สมัครสมาชิกไว้แล้วคุณจะรู้สึก เสียดายเงิน” จนต้องใช้ให้คุ้มกับที่จ่ายไป

หรือพูดได้ว่า การสมัครสมาชิกออกกำลังกายคือการซื้อเวลาเพื่อสุขภาพที่ดีนั่นเอง

4.เลิกสิ่งเสพติด

ข้อนี้จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่คร่ำครวญว่าไม่มีเวลา เวลาไม่พอ แต่ชอบเอาเวลาไปดูโทรทัศน์ เล่นอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเป็นกิจวัตรที่ทำจนเคยชิน แต่ถ้าอยากเลิกสิ่งเหล่านี้จริงๆ ควรทำตามวิธีต่อไปนี้

  • เลิกดูโทรทัศน์พร่ำเพรื่อ

ให้ลองเอารีโมตไปซ่อนเสีย เช่น ซ่อนไว้ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าในห้องของคนอื่นและล็อคกุญแจ ถ้าเจ้าของห้องยังไม่กลับบ้าน คุณก็ดูโทรทัศน์ไม่ได้

  • เลิกเล่นอินเทอร์เน็ตเรื่อยเปื่อย

ให้ลองปรับนิสัยเป็นว่า ถ้าเช็กอีเมลและเข้าดูเว็บไซต์ที่จำเป็นในการหาข้อมูลเสร็จแล้วให้ปิดอินเทอร์เน็ตทันที ไม่ควรเล่นเว็บไซต์ต่อไปเรื่อยๆ

  • เลิกคุยโทรศัพท์นาน

ก่อนจะโทรฯหาเพื่อนให้ลิสต์หัวข้อที่ต้องการคุยเสียก่อน แล้วคุยธุระให้เสร็จในเวลา 15 นาทีเพื่อจะได้ไม่วกออกนอกเรื่องจนกินเวลานานอย่างเคย


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ จัดสรรเวลาดีมีรายได้เพิ่ม 10 เท่า

สำนักพิมพ์ Amarin How-to

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ