move

อัลไซเมอร์ …ไม่ใช่แค่ทำร้ายความทรงจำ แต่ยังทำลายความสามารถในการใช้ชีวิต

%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e2%80%a6%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b3-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95

องค์การอัลไซเมอร์ระหว่างประเทศ (Alzheimer’s Disease International ; ADI)  ได้ประกาศให้วันที่ 21 กันยายนของทุกปีเป็น “วันอัลไซเมอร์โลก”  เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนเห็นความสำคัญและเข้าใจโรคนี้กันมากขึ้น  เนื่องจากจำนวนของผู้ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ทั่วโลกสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

 

เรามาทำความรู้จักโรคอัลไซเมอร์กันเถอะ

 

 

“สมอง” เปรียบดั่งศูนย์บัญชาการสูงสุดของร่างกาย  ทุกๆ ส่วนของสมองจะทำงานสัมพันธ์กันเป็นเครือข่ายเพื่อให้ร่างกายสามารถตอบสนอง  รู้  คิด ตัดสินใจ และจดจำ ได้ ฯลฯ  หากสมองส่วนใดบกพร่องลงย่อมส่งผลต่อร่างกายด้วย   ทั้งนี้ความบกพร่องของสมองร้ายแรงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ “โรคความจำเสื่อม”  หรือ “ภาวะสมองเสื่อม”

 

หลายๆ คนมักเข้าใจว่า “โรคอัลไซเมอร์คือโรคสมองเสื่อม” หรือ  “โรคสมองเสื่อมคือโรคอัลไซเมอร์” แท้จริงแล้วโรคอัลไซเมอร์เป็นเพียงสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยของ “โรคสมองเสื่อม” ที่พบมากในผู้สูงอายุ

 

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยที่สุดของ “โรคสมองเสื่อม”

จากการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุชาวไทยที่เป็นโรคสมองเสื่อมจำนวน 10 คน จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ 5-6 คน แต่สำหรับผู้สูงอายุต่างชาติในจำนวน 10 คนนั้น จะเป็นโรคอัลไซเมอร์มากถึง 8 คน

 

 

อัลไซเมอร์เกิดจากอะไร

มีพยาธิกำเนิดจากหลายสาเหตุ  ที่สำคัญเราพบว่า สารแอมีลอยด์ (amyloid) และโปรตีนที่เรียกว่า เทา (tau) ซึ่งมีหน้าที่คล้ายๆ กับนั่งร้านของเซลล์มีความผิดปกติ หรือล่มสลาย เซลล์สมองจึงฝ่อลง  ส่วนสารแอมีลอยด์จะอยู่นอกเซลล์  เมื่ออยู่นอกเซลล์ก็กลายเป็นสิ่งแปลกปลอม  จากนั้นเนื้อสมองก็จะเกิดการอักเสบและบวมในเนื้อสมองตามมา   เมื่อมีการอักเสบก็จะมีเซลล์เกลีย (glia) มาทำลายเพื่อให้สารแอมีลอยด์ออกไป จากนั้นจะมีเม็ดเลือดขาวเข้ามาทดแทน เกิดปฏิกิริยาและเกิดสารหลั่งในสมองที่บ่งว่ามีการอักเสบ (inflammation) มาก เช่น สารกลุ่มอินเทอร์ลิวคิน (interleukins)

สารแอมีลอยด์มีทั้งระยะที่ละลายได้กับระยะที่ตกผลึกซึ่งเป็นตัวต้นกำเนิดที่ทำให้เกิดการอักเสบ  เกิดการทำลายเซลล์สมอง ในขณะเดียวกันสารแอมีลอยด์ก็เป็นตัวชี้วัดทางชีวภาพ (biomarker) ด้วย   ถ้าเรามีตัวชี้วัดทางชีวภาพที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคก็จะช่วยในการวินิจฉัยโรคได้โดยที่ไม่ต้องรอให้ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อน  นั่นคือการตรวจน้ำไขสันหลัง การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์  MRI  ตรวจทดสอบแบบประสาทจิตวิทยา เป็นต้น

 

อาการ

ปัญหาเด่นของคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ก็คือ “การสูญเสียความจำใหม่ๆ” เพราะสมองส่วนกลีบขมับด้านใกล้กลาง (medial temporal lobe)  ซึ่งเกี่ยวข้องกับ “ความจำใหม่ๆ” ที่จะต้องจดจำนั้น  มีพยาธิสภาพฝ่อลงจึงทำให้สูญเสียความจำระยะสั้นหรือความจำใหม่ๆไป

นอกจากเรื่องของความจำแล้ว  สิ่งที่เป็นลักษณะเด่นของ “โรคอัลไซเมอร์”  อีกอย่างคือ การรับรู้มิติสัมพันธ์และการใช้ภาษาบกพร่องหรือผิดเพี้ยนไป  เช่น ผู้ป่วยมักเรียกสิ่งของ หรือวัตถุไม่ถูกต้อง  หากเกิดการรับรู้มิติสัมพันธ์บกพร่องหรือผิดเพี้ยนระดับรุนแรง  ผู้ป่วยจะเดินหลงทางได้

 

ระดับของโรคอัลไซเมอร์

                ระดับแรก  จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของอารมณ์ นั่นคือเฉยชา นิ่งเฉย ถัดไปก็จะซึมเศร้า แต่อาการซึมเศร้าของผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะอยากอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่อยากทำอะไร  มากกว่าการบอกว่า เสียใจ เบื่อหน่าย ท้อแท้  

                ระดับกลาง  ผู้ป่วยจะเริ่มคิดผิดหลงผิด  เห็นภาพหลอน  เห็นคนรู้จักเก่าๆ รวมไปถึงผู้ที่ถึงแก่กรรมไปแล้วกลับมาเยี่ยม  ส่วนใหญ่คนที่เห็นนั้นมักมีความผูกพันกัน  บางรายอาจคิดว่าสามีหรือภรรยาของตนมีชู้  บางรายอาจคิดว่ามีคนมาขโมยของของเขาไป   บางรายอาจคิดว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านของตนแน่ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าบ้านของตนอยู่ตรงไหน  

 

           

อัลไซเมอร์ในวัยหนุ่มสาว หรือวัยกลางคน

 

                นอกจากผู้สูงอายุแล้ว เรายังพบว่าวัยหนุ่มสาว หรือวัยกลางคนยังป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย เรียกว่า สมองเสื่อมก่อนวัย (early onset dementia) โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยอัลไซเมอร์กลุ่มนี้ราว 10 %

ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีประวัติว่ามีญาติพี่น้องเป็นอัลไซเมอร์ตั้งแต่วัยกลางคน  ผู้ป่วยกลุ่มนี้นอกจากจะมีอาการอัลไซเมอร์แล้ว ยังมักมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น  ชัก ร่างกายอ่อนแรงครึ่งซีก ขาสองข้างอ่อนแรง  ซึ่งไม่เหมือนกับอาการในผู้สูงวัยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์   นอกจากนี้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังมีการดำเนินโรคเร็วกว่าในผู้สูงวัย เช่น จากระยะเริ่มวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุจนถึงมีอาการเดินหลง  คิดผิดหลงผิดจะใช้เวลาถึง 7 ปี แต่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในกลุ่มวัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคนจะใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นก็เดินหลงแล้ว  ผู้ป่วยอัลไซเมอร์กลุ่มนี้จึงมักจะเสียชีวิตเร็ว

               

การรักษา

ปัจจุบันข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยังไม่ยอมรับว่า ยารักษาอัลไซเมอร์เพียงอย่างเดียวจะทำให้ผู้ป่วยมีอายุยืนขึ้นได้เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่กินยา แต่พบว่าผู้ป่วยที่ไม่กินยามักจะมีอาการเอะอะ ก้าวร้าว คิดผิดหลงผิดมากกว่าผู้ที่กินยา ในที่สุดก็อาจจะมีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่นเข้ามาจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตไปก่อน

สิ่งที่แนะนำให้รักษาในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยคือ ให้ผู้ป่วยมีกิจกรรมนันทนาการ ฝึกสมองบ่อยๆ ในหลายๆ ทักษะ เช่น เตือนความจำ เตือนเรื่องเวลา  สถานที่ เตือนเรื่องการช่วยเหลือตนเอง แม้กระทั่งให้เล่นเกมที่ต้องใช้ความคิดต่างๆ  เพื่อให้สมองมีความคิดสร้างสรรค์    ดูแลให้มีการออกกำลังกาย 120 นาทีต่อสัปดาห์   ดูแลรักษาปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคเบาหวาน  ไขมันในเลือดสูง  ความดันโลหิตสูง  รักษาให้เป็นปกติของวัย ต้องไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา หันมากินอาหารเพื่อสุขภาพ    วิธีการเหล่านี้นอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายและสมองแล้ว ยังสามารถชะลอจุดเริ่มต้นของการเป็น “สมองเสื่อม” และ “โรคอัลไซเมอร์” ได้

 

“รู้ทันสมองเสื่อม” ตั้งแต่วันนี้เพื่อการดูแลและป้องกันที่ถูกต้อง ก่อนที่ความจำของเรา หรือคนที่เรารักจะเสื่อมสลายไปจากสมอง เหลือเพียงแค่ตัวหนังสือ ภาพถ่าย หรือคลิปวีดีโอ ให้จดจำเท่านั้น

 

 

ข้อมูลจาก

เขียนโดย รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงวรพรรณ  เสนาณรงค์

สำนักพิมพ์อมรินทร์เฮลท์

comments

0 Comments
Share

บก.Horizon

อดีตคนทำนิตยสารธรรมะราย 15 วัน ที่ผันตัวเองมาทำหนังสือในฐานะบรรณาธิการ Amarin Health แบบจริงจัง ยิ่งทำยิ่งได้รู้ว่า “สุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวมากแค่ไหน” ถ้าไม่อยากป่วย ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากไปพบแพทย์บ่อยๆ และอยากสุขภาพดี เริ่มใส่ใจสุขภาพวันนี้ก็ยังทันนะเธอ ... โห รู้งี้ออกจากวัดมานานแล้ว