maSpecial

หมกไข่มดแดง อาหารชั้นสูงของภาคอีสาน

%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99

ข้าวหนม


ไข่มดแดงเป็นอาหารที่ใช่ว่ามีเงินก็จะไปหาซื้อได้ตามใจฉันนะ มันเป็นอาหารที่มีเฉพาะฤดูกาล ถ้าไปเก็บช่วงเดือนธันวาคม ไข่จะยังเล็กอยู่กินไม่มัน เรียกว่า ‘ไข่ผาก’ ต้องราวๆ ช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายนจึงจะได้ไข่เม็ดใหญ่สะใจ

 

ในช่วงที่เรียนชั้นปีที่ ๔ ในคณะสัตวแพทยศาสตร์ เพื่อนๆ หลายคนเริ่มหาที่ฝึกงานในสาขาที่ตนเองสนใจ ฉันเองก็เช่นกัน จะต่างจากเพื่อนๆ ก็ตรงที่ยังไม่แน่ใจว่าตนเองนั้นจะลงเอยกับสัตว์ชนิดใดดี จึงยังอยู่ในช่วงค้นหาตัวตน คราวนี้อยากลอง งานช้าง ดูบ้างว่าแล้วก็ทำหนังสือติดต่อไปที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ขอฝึกงานในส่วนของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย

 

ก่อนถึงวันรายงานตัวก็ขึ้นรถทัวร์สายขอนแก่น-เชียงใหม่ไปลงหน้าหน่วยงาน เดินไปตามถนนลาดยางมะตอยแคบๆ ที่ตัดผ่านป่าร่มครึ้มไปยังสำนักงานงานของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้าง โรงช้างต้นสถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โรงพยาบาลช้าง โครงการสัตวแพทย์สัญจรหน่วยช่วยชีวิตช้าง ศูนย์บริบาลช้างบ้านปางหละ และจัดทำคู่มือดูแลช้าง

 

ภายใต้การดูแลของ ‘คุณหมอสิทธิเดช มหาสาวังกุล’ หรือ ‘พี่หมอต๋อง’ ของน้องๆ นักศึกษาฝึกงาน และเจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกวันฉันจะเริ่มงานที่ส่วนของโรงพยาบาลช้าง ดูแลทำแผลต่างๆทั้งแผลรุ่งริ่งจากจากเหยียบกับระเบิด แผลฝีทั้งที่ผิวหนังและโพรงงา ซึ่งเกิดจากการตัดงาชิดโคนเกินไป แผลจากแดดเผา เห็นหนังหนาตัวใหญ่อย่างนี้อย่าคิดว่าเขาจะทนทานทุกลมฟ้าอากาศนะ ถูกแดดเผาง่ายๆ ถึงขั้นเกิดเป็นแผลพุพองเป็นเนื้อตายเชียวละ น่าสงสารเป็นที่สุด

 

ยังมีงานของสัตวแพทย์สัญจรที่ออกไปตรวจโรคและให้การรักษาภายนอกศูนย์อนุรักษ์ฯ และจังหวัดใกล้เคียงด้วย บางวันก็ออกไปกับหน่วยช่วยชีวิตช้างในกรณีมีผู้แจ้งเหตุเข้ามาว่ามีช้างตกมันซึ่งอันตรายทั้งกับประชาชนทั่วไปและตัวช้างเอง

 

ในวันนี้ฉันจะได้ออกปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่อีกครั้งเนื่องจากพี่หมอมีคิวไปปฏิบัติงานที่ศูนย์บริบาลช้างบ้านปางหละ ปางช้างแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านปางหละ อำเภองาว จังหวัดลำปางนี่เอง เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่ให้การดูแลช้างชรา ช้างพิการ รวมถึงช้างอันตราย มากกว่า ๓๒ เชือกเชียวละ

 

ในสมัยนั้น แถวหมู่บ้านปางหละยังเงียบสงบตามวิถีชาวบ้านอยู่มาก จึงไม่มีร้านอาหารตามสั่งที่จะมาบริการนักท่องเที่ยวหรือคนผ่านทาง  เพื่อแสดงความขอบคุณที่พี่หมอช่วยสอนวิชาและปวดหัวกับฉันมาหลายวัน ตอนเย็นหลังเลิกงานฉันจึงประกาศกับพี่หมอว่า

 

“เดี๋ยววันนี้จะทำอาหารชั้นสูงของอีสานให้กิน”

          “เอาๆ จัดมา”

 

แม้พี่หมอไฟเขียว แต่ก็ท่าทางงงงวยทำนองว่า ‘เมนูอะไรของมัน แต่เอาเถอะ เดี๋ยวก็จะได้รู้ได้เห็นว่าอาหารชั้นสูงของแผ่นดินที่ราบสูงน่ะมันเป็นยังไง…

 

จากเมนูที่คิดไว้ในใจ ฉันไปขอปันส่วนประกอบต่างๆ จากบ้านของคนงานชาวปากาเกอเญอ ได้แก่ ไข่ไก่ หอมแดง ต้นหอม ใบแมงลัก ตะไคร้ และ เครื่องปรุงมีแค่เกลือ ส่วนพระเอกของเมนูนี้ฉันต้องไปตามล่าเอาเอง แต่ฉันเล็งตำแหน่งของมันไว้อยู่แล้ว เมื่ออุปกรณ์คือไม้ยาวๆ ถังใส่น้ำและผ้าพร้อมสรรพก็จัดการได้

 

ฉันกำลังจะสอยรังมดแดง! ใช่แล้ว! ฟังไม่ผิดหรอกเมนูวันนี้คือ หมกไข่มดแดง’ พอได้มาแล้วก็รีบหย่อนรังมดแดงลงในกระป๋องน้ำอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องการการจู่โจมจากกองทัพแสบจิ๋ว ไข่มดสีขาวขุ่นร่วงกราวลงสู่ก้นกระป๋อง ฉันใช้เศษผ้ากวนๆ บริเวณผิวน้ำที่ปากกระป๋องเพื่อแยกตัวมดแดงออกไป

 

ล้างไข่มดแดงให้สะอาดแล้วพักไว้ หันไปหั่นตะไคร้ พริกและหอมแดง โขลกให้เข้ากัน

ตอกไข่ไก่ใส่ชาม ใส่ตะไคร้ พริกและหอมแดงที่โขลกละเอียด ต้นหอมหั่นหยาบๆ ตีให้เข้ากัน

ใส่ไข่มดแดงปรุงรสด้วยเกลือ (แต่ถ้าใครจะปรุงรสด้วยน้ำปลา ซอสหอยนางรม เพื่อความกลมกล่อมก็ไม่ว่ากัน) ไข่ไก่จะเป็นตัวช่วยประสานไม่ให้ไข่มดแดงกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง

เดชะบุญที่ก่อเตาไฟสำเร็จ จึงไม่เสียหน้า หันหาใบตองปรากฏว่าลืมเตรียมไว้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่ปางช้างแห่งนี้เขามีการปลูกพืชอาหารให้พวกช้างอยู่แล้ว แน่นอนว่าต้องมีต้นกล้วย ก็ไปแอบฉีกมานิดหน่อย เพียงพอสำหรับไข่มดแดง ๒ ห่อ กลัดไม้เรียบร้อยแล้วก็ปิ้งไฟอ่อนๆ

 

ไข่มดแดงเป็นอาหารที่ใช่ว่ามีเงินก็จะไปหาซื้อได้ตามใจฉันนะ มันเป็นอาหารที่มีเฉพาะฤดูกาล ถ้าไปเก็บช่วงเดือนธันวาคม ไข่จะยังเล็กอยู่กินไม่มัน เรียกว่า ‘ไข่ผาก’ ต้องราวๆ ช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายนจึงจะได้ไข่เม็ดใหญ่สะใจ

ไม่นานกลิ่นหอมอ่อนๆ ก็โชยมาจากห่อใบตอง งานนี้ต้องข้าวเหนียวเท่านั้นมันถึงจะเข้ากัน

 

ตกลงอาหารชั้นสูงคือสอยมาจากยอดไม้ พี่หมอทำท่าเหมือนอยากแจกมะเหงก

 

ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยหรือเพราะหิวกันแน่แต่… อืม… อาจจะมีความอร่อยปนๆ มาด้วยสัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ทำให้อาหารป่าตามสูตรอีสานเหนือเกลี้ยงตั๊บเหลือแต่ใบตอง

 

 

comments

0 Comments
Share

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

สำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยม นายอินอะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประเภทสารคดีเชิงศิลปวัฒนธรรม แต่อยากเขียนสารคดีเกี่ยวกับอาหารและแหล่งที่มาบ้าง