maSpecial

วันนี้ฉันไปเจอผีมา ตอน “ผีเหรียญ”

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e2%80%9c%e0%b8%9c%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e2%80%9d

เป็นเรื่องคาใจทุกครั้งที่เห็นคนไปตามหาผี หรือหาวิธีต่างๆ เพื่อจะได้ให้เห็นผี ก็นึกถึงย้อนไปถึงที่สมัยเด็กๆ เรานี่ก็เคยท้าผีเหมือนกันแฮะ

เรื่องมันเกิดช่วงป.4 -5
อาจเพราะอยากรู้ว่าผีจะมาลงเหรียญมั้ย ผีจะมายังไง ผีจะมีจริงมั้ย เหรียญจะเคลื่อนได้ยังไง เพื่อนคนไหนแกล้งดันหรือเปล่า

แรกๆ เราก็เป็นแค่คนสังเกตดูห่างๆ พอพวกเพื่อนๆ ร้องเสียงฮือฮาเวลาเหรียญขยับว่า เฮ้ยใครดัน แล้วอีกคนก็บอกว่า “กูเปล่าๆ” แล้วทุกคนก็ถามคำถามนั่นนี่ แถมพอเห็นว่าเหรียญก็เลื่อนไปมาได้จริง ก็มีความอยากรู้อยากเห็น เลยขอเล่นมั่ง
พอได้เล่น เราก็ทดสอบหลายอย่างเลย ว่ามันจริงมั้ย เช่น ลองแช่งเพื่อนว่าใครดันเหรียญขอให้บิดาตาย หรือบางทีเราก็ลองให้เพื่อนที่ไม่ได้เล่นถามคำถามกับวิญญาณที่เชิญมา ซึ่งคำถามนั้นจะมีเฉพาะเจ้าตัวที่รู้ เพื่อนคนอื่นที่เล่นอยู่จะไม่รู้
เฮ้ย ปรากฏว่าหลายๆ ที เหรียญที่มีผีก็ตอบถูก

คราวนี้เพื่อนๆ ที่เล่นก็เริ่มกลัว เล่นด้วยความรู้สึกหวาดๆ

ในขณะที่เราคึกมากกกก สนุกมากก เล่นไม่เลิกเลย

 

ถ้าเคยเล่นผีเหรียญ จะพอนึกออกตอนแรกๆ เรายังไม่ได้เป็นคนเชิญวิญญาณเข้าออก นึกออกปะ มันจะมีคนที่คอยตั้งจิตบอกว่า ขอเชิญวิญญาณ…. มาที่เหรียญนี้ด้วย หรือเชิญออกไปด้วย
พอเราสนุก คราวนี้ก็สั่งให้เพื่อนมาเล่น พักตอนไหนก็เล่น คือว่างเมื่อไหร่ไม่เคยพลาด เริ่มพูดเชิญผีญาติเพื่อน อะไรไม่รู้มั่วซั่ว ผลคือเพื่อนกลัวมาก ก็จะเหลือหน่วยกล้าตายไม่กี่คน
มีวันนึงตอนเย็นๆ จำได้ลางๆ ว่ามีญาติผู้ใหญ่ของเพื่อนในห้องเพิ่งเสีย ก็เชิญแกมาเล่นมาลงเหรียญ มาจริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่เหมือนแก (เหรียญ) ตอบคำถามนั่นนี่ได้ ไอ้พวกเด็กๆ อย่างเราก็สนุกกันมาก เล่นๆไป ไม่รู้จะถามอะไร ก็เบื่อ พอเชิญให้ออกจากเหรียญ ก็อยากเล่นกันอีกรอบนึง แต่เราก็ไม่รู้จะเชิญใครให้มันพีคๆ หน่อย พอมีเพื่อนคนนึงถามขึ้นมาว่าเชิญใครดีวะ นี่ค่า เราเลยจ้าพูดอย่างคะนองเลย

“เอาผีตายโหงตายห่าแถวเนี้ย ยังไงก็ได้มาเลย”

 

เอาเว้ย มาเว้ย แล้วเหรียญที่ตอนแรกเอานิ้วจิ้มกันไว้เฉยๆ ก็กระชาก ขยับแรงมาก นิ้วที่จิ้มอยู่แทบหลุด

พอเป็นอย่างนี้เราก็คึกมาก รู้สึกเหมือนว่า แบบนี้สิวะที่รอคอย มันต้องสนุกๆ ยังงี้ เลยถามว่าตายยังไง
เหรียญมันก็วิ่งไปวิ่งมา สรุปได้ว่า “รถชน”


แล้วจากนั้นเหรียญมันก็วิ่งวนไปวนมาวุ่นวายมาก แล้วทำยังไงก็ไม่ยอมไปอยู่จุดพัก หมุนอยู่อย่างนั้นจนเพื่อนที่เล่นด้วยกลัว หน้าตาตื่น เพื่อนบางคนจะร้องไห้ แล้วถึงจุดที่เพื่อนทนไม่ไหว เพื่อนบอกว่า “แก เค้าเฮี้ยน เชิญออกเถอะ”
แต่เราไม่เชิญออก ดันไปถามเค้าอีกว่า “มาทำไม”
เอ้าทีนี้เหรียญก็วนไปมา เป็นคำว่า

“มึง”

ใช่ ก็ถูกของเค้า เราเรียกเอง

คราวนี้เป็นเราที่เหวอเอง เหวอสุด เลยเชิญออก แต่เค้าไปช่องไม่ออก เชิญกี่ครั้งก็ไม่ออก
เลยบอกเพื่อนว่า “ดึงนิ้วออกมั้ย” เพื่อนบอกว่า “อย่านะ เค้าว่ากันว่าผีจะเข้าตัว”
ทีนี้ก็ไม่รู้จะทำไงเว้ย เลยตกลงกันว่า จะเอานิ้วพวกเรานี่แหละ ลากไปจุดออก แล้วยกนิ้วออกพร้อมกัน
ตอนที่ดันเหรียญไปคือใช้แรงมหาศาล แล้วก็ยกนิ้วออก จบ ทุกคนกลัวและแยกย้ายกลับบ้าน

ทุกคนจบแล้ว

แต่เรื่องของเราเพิ่งเริ่ม

 

เรากลับบ้านแบบไม่กลัวอะไร ก็มันจบแล้วไง และเราคิดแค่ว่าเป็นเรื่องสนุก
แต่คืนนั้นตอนจะนอน พอเราหลับตาปุ๊บ ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน เสียงดังมาก เราตกใจรีบลืมตามาดู

แต่อาการมันเป็นแบบนี้ คือพอลืมตาเราจะไม่ได้ยินเสียงอะไร เราก็หลับตาอีก พอหลับตาก็ได้ยินเสียงอีก คราวนี้ได้ยินหลายเสียงด้วย เป็นเสียงร้องทรมาน ร้องเหมือนหาคนช่วย
เราก็นอนหลับตาสลับลืมตาแบบกลัวๆ อยู่นาน จนทนไม่ไหว ง่วงหลับไป

ตอนเช้าตื่นไปโรงเรียนตามปกติในสภาพโทรม

คืนวันต่อมา เป็นเหมือนเดิมเลย คราวนี้ เราเริ่มกลัวมากขึ้น เพราะถ้าหลับตานานแล้วยังนอนไม่หลับ นั่นหมายความว่าเราจะได้ยินเสียงร้องประสานเสียงแบบยาวๆ  เลยต้องลืมตาสลับ จนทนไม่ไหว เหนื่อย หลับไปเอง

 

คืนที่สาม เอาอีก ยังมาอีก คราวนี้เสียงดังขึ้น เราเริ่มถามตัวเองว่า “กูบ้าหรือเปล่า” แล้วก็ตอบตัวเองว่า “ไม่น่านะ เพราะยังคุยกับตัวเองรู้เรื่อง”
แต่เริ่มจะบ้าจริงๆ ที่คราวนี้แม้แต่ตอนลืมตาก็ได้ยินเสียง

เอามืออุดหู เอากระดาษยัดรูหูก็ได้ยิน

เราเริ่มร้องไห้ ทนไม่ไหวแล้ว มันเกินกว่าที่เด็กอายุ 9 -10 ขวบจะทานทน

เสียงอะไรไม่รู้

ตอนนั้นยังไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครที่บ้านรู้
จำได้ว่าพอเช้าวันต่อมาไปถึงโรงเรียน เราเริ่มคิดว่าเสียงแปลกๆ นี้ มันน่าจะมาจากอะไร คิดไปคิดว่าก็รู้ว่าเรื่องแปลกๆ เรื่องเดียวที่ทำคือ เล่นผีเหรียญ ก็ถามเพื่อนทีเล่นทีจริงว่า “เออ เล่นมานี่พวกมึงเจอไรแปลกๆ มั้ย เจอผีมั้ย”
ไม่มีเพื่อคนไหนเจออะไร
คราวนี้กลายเป็นว่าคิดว่าตัวเองบ้า

 

พอกลับบ้าน จะกลัวตอนกลางคืนมาก เข้าไปนอนเบียดแม่แล้วบอกแม่ว่า “หนูไม่อยากหลับ หนูได้ยินเสียงแปลกๆมาสามคืนแล้ว ดังมาก” แต่แม่บอกไม่ได้ยิน เราเลยร้องไห้ บอกแม่ว่า “จะเป็นไปได้ไง เสียงดังขนาดนั้นหนูจะได้ยินคนเดียวได้ยังไง คนร้องโหยหวนเยอะแยะ” แม่ยังยืนยันว่าไม่ได้ยิน เรายิ่งร้องไห้ใหญ่
พอได้เวลานอนก็มาอีกแล้ว เสียงกรีดร้องตามเคย คราวนี้นอนร้องไห้จนหลับ
แม่ไปเล่าให้พ่อฟัง ก็ไม่รู้จะแก้ปัญหากันยังไง เออ พอสี่คืน เริ่มชิน แบบว่า อะ มึงจะร้องก็ร้องกันไป กูก็กลัว แต่ชิน ชินแต่ก็นอนอุดหูและนอนกอดแม่ร้องไห้

ผ่านมาหลายวัน พ่อแม่คาดคั้นว่าไปทำอะไรมา พอบอกว่าเล่นผีเหรียญ เราโดนดุนิดนึง คือดุไรไม่ค่อยได้ยินหรอก เพราะตอนกลางคืนเราได้ยินแต่เสียงกรีดร้อง แล้วแม่บอกแค่ว่า “จะพาไปบ้านยายนะ” เราก็ “อือๆ”
ที่บ้านยาย แม่เล่าให้ยายฟัง ยายเราเนี่ยถือได้ว่าเป็นอุบาสิกา เข้าวัดนุ่งห่มขาวทุกวันพระ ใส่บาตรไม่เคยขาด พอยายรู้ ยายก็บอกว่า ” มาช่วยยายทำขนมนะลูก”
อะเราก็ไปช่วย คิดไปด้วยว่าแล้วเกี่ยวอะไรกับเสียงที่ได้ยิน พอยายทำเสร็จเราก็จะกิน แต่ยายบอกว่า “ไม่ได้ให้กินกันเอง จะทำใส่บาตรพระ ใส่แล้วเดี๋ยวจะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงอีก” เราก็อือๆ ดีใจ รอเช้าอีกวัน
นั่นคือครั้งแรกในชีวิตที่ใส่บาตร
เออ แต่มาบ้านยาย ไม่ได้ยินเสียงว่ะ
พอตอนเช้า ก็มีพระมาที่หน้าบ้าน เรางัวเงียลงมาใส่บาตร ไม่รู้อะไรหรอก พูดตามยาย ยายสวดนั่นนี่ย้าวยาว แถมยังเล่าให้พระฟังด้วย พระท่านก็พูดอะไรสักอย่าง แล้วก็สวดมนต์ย้าวยาว แล้วพระบอกว่า “จะไม่มีอะไรมากวนแล้วนะ อย่าเล่นอีกนะหนู เค้าแค่มาขอส่วนบุญ” เรารีบรับคำ “ค่ะๆ หนูกลัวแล้ว หนูจะตายแล้ว หนูไม่เอาแล้ว หนูไม่ได้บ้าใช่มั้ยคะ”
พระท่านบอกว่า “เปล่า หนูก็แค่ได้ยิน”

 

เย็นนั้นแม่พากลับบ้าน พอตกกลางคืนเราก็ไม่ได้ยินเสียง วันต่อๆ มาก็ไม่ได้ยินเสียงอีกเลย
ดีใจมาก เป็นสุขมากที่รู้ว่าไม่ได้บ้า
จากนั้นก็ไม่เล่นผีเหรียญอีกเลย…

 

comments

0 Comments
Share

ฝนฝน

เด็กๆ เรียนสายวิทย์ จับพลัดจับผลูไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ชีวิตผกผันกลับมาเรียนปรัชญา ต่อป.โทพุทธศาสนา ไลฟสไตล์ผสมผสานทางโลกทางธรรม สนใจปฏิบัติธรรม แฟชั่น แต่งหน้า ท่องเที่ยว คลั่งการออกกำลังกาย กำลังบาลานซ์สุขภาพกายและใจ มอบกายถวายชีวิตให้พระพุทธศาสนา