maSpecial

รู้จัก 5 โรคผิดปกติทางจิต ที่ตั้งชื่อตาม ‘ตัวเอก’ วรรณกรรมระดับโลก

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-5-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e2%80%98%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e2%80%99-%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81

ถ้าพูดถึงวรรณกรรมเยาวชนต่างๆ เชื่อว่านักอ่านหลายคนคงมีตัวละครที่ชื่นชอบและพร้อมเอาใจช่วยไปทุกสถานการณ์กันอย่างน้อยคนละตัวสองตัว และคงมีนักอ่านอีกหลายคนที่มีความฝันอยากจะมีชีวิตเหมือนตัวละครโปรด หรืออย่างน้อยถ้ามีตัวละครในดวงใจเหล่านั้นมาเป็นเพื่อนในชีวิตจริงได้ก็คงดี

แต่ถ้าเราบอกว่าเพื่อนในฝัน ของคุณเป็นต้นแบบให้กับอาการของโรคผิดปกติทางจิต คุณยังอยากเป็นแบบเขาอยู่ไหม

นี่คือ 5 โรคผิดปกติทางจิตที่ตั้งชื่อตามตัวละครเอกในวรรณกรรมระดับโลก ถึงแม้บางเรื่องคุณจะไม่เคยอ่านมาก่อน แต่คุณอาจจะอยากสำรวจตัวเองหรือคนรอบข้างว่าพวกเขามีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่ ลองไปดูกันเลย

Credit : สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน

ฮักเกิลเบอร์รี่ ฟินน์ ซินโดรม (HUCKLEBERRY FINN SYNDROME )

ฮักเกิลเบอร์รี่ ฟินน์ ซินโดรม เป็นโรคจิตเวชที่ตั้งชื่อตามลักษณะนิสัยบางอย่างจากตัวละครชื่อดังจากวรรณกรรมเรื่อง ‘การผจญภัยของฮักเกิลเบอร์รี่ ฟินน์’ (The Adventures of Huckleberry Finn)  แต่งโดยมาร์ก ทเวน (Mark Twain) ซึ่งเป็นเรื่องราวของ ฮักเกิลเบอร์รี่ ฟินน์ เด็กชายลูกคนขี้เมาไร้การศึกษาที่ถูกพ่อจับขังไว้ แต่ก็อาศัยความชาญฉลาดหนีออกมาได้พร้อมกับทาสผิวดำชื่อว่า ‘จิม’  และได้ล่องแพลอยไปบนแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นของพวกเขาทั้ง 2

โรคฮักเกิลเบอร์รี่ ฟินน์ ซินโดรม หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Truancy Syndrome มักเกิดขึ้นกับเด็กที่ดูสดใสและเฉลียวฉลาดเกินตัว แต่ถูกผู้ปกครองละเลยความใส่ใจ ซึ่งส่งผลให้เด็กเหล่านั้นกลายเป็นคนหลีกหนีปัญหาและปัดความรับผิดชอบอยู่เสมอ เพื่อเป็นกลไกการป้องกันความรู้สึกของตัวเองจากการถูกปฎิเสธโดยผู้ปกครอง หากไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อาจทำให้ปรับตัวเข้ากับสังคมไม่ได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้แม้จะเป็นคนเก่งก็ตาม และอาจมีความรู้สึกนับถือตัวเองต่ำและมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย

หนอนหนังสือทั้งหลายคงเคยส่งกำลังใจให้พระเอกของเราเอาตัวรอดจากปัญหาต่างๆ แทบตลอดทั้งเล่ม แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคฮักเกิลเบอร์รี่ ฟินน์ ซินโดรม แค่กำลังใจอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะพวกเขาจะต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีด้วย

 

Credit : สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน

ปีเตอร์ แพน ซินโดรม (Peter Pan Syndrome)

แม้จะเป็นโรคปีเตอร์แพน แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถบินได้นะ

ปีเตอร์ แพน ตัวละครเอกจากวรรณกรรมในชื่อเดียวกันซึ่งแต่งโดย เจ.เอ็ม. แบร์รี่ (J. M. Barry) ที่ทำให้หลายคนมีความฝันว่า ‘อยากเป็นเพื่อนกับปีเตอร์ แพน อยากโบยบินไปบนท้องฟ้า ล่องลอยสู่ดินแดนเนเวอร์แลนด์ดูบ้าง’ แต่ถ้าในชีวิตจริงคุณมีเพื่อนแบบปีเตอร์แพนล่ะก็ คุณคงอยากพาเขาไปพบคุณหมอมากกว่า

ปีเตอร์แพน ซินโดรม ตั้งชื่อมาจากตัวละคร ปีเตอร์ แพน เด็กชายในชุดสีเขียวผู้บินได้และรักการผจญภัย มาพร้อมกับคำพูดประจำตัวว่า ‘ฉันไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่’   ผู้ที่มีอาการของปีเตอร์แพนซินโดรมก็เช่นกัน พวกเขาก็ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่  ไม่อยากทำงาน ต้องการเที่ยวเล่นตลอดเวลา มีความคิดเหมือนเด็กๆ ส่งผลให้พวกเขาเก็บตัว ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ และอาจจะใช้ชีวิตในสังคมอย่างยากลำบากหรือบางคนอาจมีอาการติดยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ร่วมด้วย   ซึ่งสาเหตุนั้นมักเกิดขึ้นกับเด็กที่ถูกเลี้ยงดูจากครอบครัวที่ประคบประหงมมากเกินไป ไม่ปล่อยให้ลูกตัดสินใจด้วยตัวเองบ้าง และโรคนี้มักเกิดกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

 

อลิซ อิน วันเดอร์แลนด์ ซินโดรม (Alice in Wonderland Syndrome)

‘อลิซ อิน วันเดอร์แลนด์’ หรือ ‘อลิซผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์’ วรรณกรรมเยาวชนที่มีอายุกว่า 150 ปี แต่งโดย ลูอิส แคร์รอล (Lewis Carroll)  เป็นเรื่องราวของเด็กสาวอลิซที่พลัดตกไปในโพรงกระต่าย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในโลกแฟนตาซีสุดมหัศจรรย์ ที่มีทั้งกระต่ายขาวผู้เร่งรีบเสมอ หนอนผีเสื้อยักษ์ ช่างทำหมวกจอมเพี้ยน แมวเชสเชียร์จอมเจ้าเล่ห์ และหนีเอาตัวรอดจากราชินีโพแดงให้ได้

สำหรับโรคอลิซ อิน วันเดอร์แลนด์ ซินโดรม นี้เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ชื่อของโรคนั้นนำมาจากการผจญภัยตอนหนึ่งที่อลิซหลงเข้าไปในบ้านลึกลับแล้วต้องเลือกระหว่าง ‘Drink Me’ เครื่องดื่มที่ทำให้ตัวเล็กลง หรือทานเค้ก ‘Eat Me’ ที่ทำให้ตัวใหญ่ขึ้น หากใครจำได้เมื่ออลิซเลือกทาน ‘Drink me’ ตัวของเธอก็เริ่มหดเล็กลงจนมองเห็นโต้ะทานข้าวใหญ่โต

อาการของโรคนี้ก็เช่นกัน มันจะทำให้คุณมองเห็นภาพทุกอย่างบิดเบี้ยวไปจากสัดส่วนปกติ อาการนี้ต่างจากสาวๆ ที่ชอบพูดเกินจริงว่าต้นขาฉันใหญ่เท่าซุง หรือหน้าของฉันบานเป็นกระด้ง โดยสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นโรคนี้คือบางคนอาจจะเห็นมือตัวเองใหญ่เท่าจานและมีนิ้วมือยืดยาวเหมือนไส้กรอก หรืออาจจะเห็นเท้าตัวเองเล็กเท่ามดจนคิดว่าไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป

นอกจากร่างกายแล้ว อาจจะมองเห็นสิ่งแวดล้อมรอบตัวผิดแปลกไปด้วย เช่น เห็นประตูบ้านอยู่ไกลจนคิดว่าเดินไปไม่ถึง หรือมองเห็นแมลงสาบใหญ่เท่าลูกสุนัข แม้จะดูเหมือนเรื่องขำขันเหมือนเวลาเข้าบ้านกระจกในสวนสนุก แต่อันที่จริงๆแล้ว โรคนี้ค่อนข้างน่ากลัวและอันตรายมาก เพราะถ้าเกิดคุณมองทางเดินตรงๆ เป็นทางคดเคี้ยวหรือมองเห็นรถยนตร์มีขนาดเท่ามดขึ้นมา จนละเลยความปลอดภัยและโดนรถชน แบบนี้คงสนุกไม่ออกแน่

โรคนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ปวดหัวไมเกรนบ่อยๆ มีภาวะเนื้องอกในสมอง อาการลมชักที่กลีบขมับสมอง หรือแม้กระทั่งการใช้ยาเสพติดก็เป็นสาเหตุที่ทำเกิดโรคนี้ได้ ซึ่งแคร์รอลเองก็เคยเจ็บปวดจากอาการของโรคนี้มาก่อน จึงได้นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งวรรรกรรมเรื่องนี้ และได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจของชื่อโรคผิดปกทางจิตสุดแฟนตาซีนี้ด้วย

เมาคลี ซินโดรม (Mowgli Syndrome)

เมาคลีโชคดีที่ได้หมาป่าดูแล แต่เด็กๆ อีกหลายคนอาจโชคร้ายที่ได้หมาป่าในคราบมนุษย์มาเลี้ยง จนทำให้พวกเขากลายเป็นเมาคลี ซินโดรม

ชื่อของเมาคลี (Mowgli) หรือเมาคลีลูกหมาป่า ที่ทุกคนคุ้นหูและร้องเพลงตามได้  มาจากวรรณกรรมอมตะเรื่อง ‘เดอะ จังเกิ้ล บุ๊ก’ (The Jungle Book)  แต่งโดยรัดยาร์ด คิปลิง (Rudyard  Kipling) เรื่องราวกล่าวถึงการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และสัตว์ป่า  โดยมี เมาคลี เด็กทารกที่พ่อแม่ลืมทิ้งไว้ในป่าลึกของอินเดีย และเติบโตมาโดยการเลี้ยงดูจากครอบครัวหมาป่า เป็นตัวละครหลักในการผจญภัยสุดตื่นเต้นเร้าใจไปพร้อมกับบรรดาสัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่เป็นทั้งเพื่อนและเป็นทั้งศัตรู!

เมาคลี ซินโดรม แม้จะมีต้นแบบมาจากเมาคลีลูกหมาป่า แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้ไม่จำเป็นต้องถูกเลี้ยงมาด้วยหมาป่า แต่ก็ไม่เชิงหรอกเพราะส่วนใหญ่แล้วโรคนี้จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ ที่ถูกพ่อแม่ทำร้ายร่างกายด้วยความรุนแรง หรือถูกปล่อยปละละเลย จนเหมือนกับถูกสัตว์ป่าเลี้ยงมา  ส่งผลให้เด็กเก็บกดทางอารมณ์ มีอาการเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งอาจทำให้มีภาวะทางอารมณ์ไม่ปกติ อาจดุร้ายหรือซึมเศร้า  หรือเด็กอาจจะไม่ได้รับการอมรบสั่งสอนจากพ่อแม่อย่างเหมาะสมจนทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตแบบมนุษย์ปกติทั่วไปได้ เช่น กินข้าวเองไม่ได้ หรืออาจไม่เข้าใจภาษาพูดในการสื่อสารเลย

 

 

 

ราพันเซล ซินโดรม (Rapunzel Syndrome)

ราพันเซล เจ้าหญิงผมยาวจากเทพนิยายเยอรมันเรื่อง ‘ราพันเซล’ เป็นตัวละครจากปลายปากกาพี่น้องตระกูลกริมม์ (The Brothers Grimm)  ที่เรื่องราวในวรรณกรรมนั้นแตกต่างจากบทภาพยนตร์การ์ตูนของวอลท์ ดีสนีย์ (Walt Disney)ที่เราเคยดูมา แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ราพันเซลมีผมยาวสลวย

แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคราพันเซลนั้น ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นจะมีผมยาวสวย แต่มันหมายถึง อาการย้ำคิดย้ำทำ ขี้กังวล  ชอบดึงเส้นผม และเสพติดการนำเส้นผมทั้งของตัวเองและผู้อื่นมากิน!

ราพันเซล ซินโดรม หรือชื่อทางการแพทย์ว่า “Trichobezoar”   พบมากในเพศหญิง กว่า 40% มักจะเกิดขึ้นกับเด็ก อายุต่ำกว่า 10 ขวบ แต่ก็พบบ่อยในวัยผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน  โรคนี้เป็นอาการทางจิตที่ยังหาสาเหตุแน่ชัดไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักตอบเป็นเสียงเดียวกัน คือ ไม่รู้ตัวว่าตัวเองถอนเส้นผมแล้วกินลงไป

อาการของโรคนี้ที่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ คือ ร่างกายผอม อ่อนแอ  เพราะกินแต่เส้นผมซึ่งไม่มีคุณค่าทางสารอาหารใดๆ มักจะอาเจียนและปวดท้องบ่อยๆ อย่างหาสาเหตุไม่ได้ เพราะเส้นผมนั้นไม่สามารถย่อยสลายในกระเพาะอาหารได้ จึงทำให้มันรวมตัวกันเป็นก้อนขนาดใหญ่และอุดตันในช่องท้องหรือทางเดินทางอาหารต่างๆ หากไม่รีบผ่าตัดออกอาจทำให้เสียชีวิตได้

 


Source

litreactor.com  

writerswrite.co.za

mentalfloss.com 

comments

0 Comments
Share

maSCOOPS