move

มินิมัลลิสต์ประสบความสำเร็จได้จริงหรือ?

%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad

มินิมัลลิสต์ไม่ใช่เพียงคนที่มีข้าวของน้อยชิ้น แต่งตัวเท่ๆ คุมโทนขาวดำ แต่มินิมัลลิสต์เป็นคนที่รู้จัก “ลด” เพื่อจะได้พบและโฟกัสสิ่งสำคัญในชีวิต ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีชื่อเสียงโด่งดังเหล่านี้จะเลือกเส้นทางของมินิมัลลิสต์ไปดูกันดีกว่าว่ามีใครบ้าง

STEVE JOBS

ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple

ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ iPhone มีผู้ใช้ทั่วโลกจำนวนมากอย่างในปัจจุบัน เพราะการใช้งานที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และการออกแบบที่ดู simple ไม่รกวุ่นวายตั้งแต่ดีไซน์ การจัดวางไอคอน แม้กระทั่ง font ที่ใช้ก็เรียบง่ายกลมกลืนกันทั้งหมด และนั่นก็ถือเป็นแนวคิดสำคัญของความมินิมัลหรือการ “ลด” สิ่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งสตีฟ จอบส์ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple นั้นเรียกว่าเป็นมินิมัลลิสต์ในระดับ DNA เลยทีเดียวนอกจากจะเห็นได้ชัดจากการแต่งกายของเขาและการออกแบบIphoneแล้ว การทำงานของจอบส์ก็ใช้การ “ลด” ด้วยเช่นกัน เขาเลือกที่จะลดทั้งกระบวนการทำงานและผู้ร่วมประชุม หากมีผู้ร่วมประชุมที่ไม่มีหน้าที่อะไรกับงานนั้น เขาจะเชิญออกจากห้องประชุมอย่างตรงไปตรงมาเสมอ เพราะเขาคิดว่าในการทำงานชิ้นหนึ่งหากมีคนเข้าร่วมมากขึ้นเพียงใด ทั้งความน่าสนใจของไอเดียนั้นและความเร็วในการทำงานก็ยิ่งลดลงมากเท่านั้น… ฉะนั้นหากใครหรือไอเดียไหนที่ไม่จำเป็น เขาก็เลือกที่จะตัดทิ้งให้หมด

 

MOTHER TERESA

แม่พระของผู้ยากไร้ทั่วโลก

แม่ชีเทเรซา นักบุญที่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ตลอดชีวิตของท่าน ก็ถือว่าเป็นคนที่ “ลด” ทุกอย่างของตัวเอง เพียงเพื่อ “ให้” ผู้ยากไร้ได้มีชีวิตต่อไปท่านช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั่วโลกโดยไม่แบ่งเชื้อชาติและวรรณะ หลักฐานที่บอกว่าท่านเป็นมินิมัลลิสต์อย่างเห็นได้ชัดคือ เมื่อเสียชีวิตท่านมีสมบัติเพียงชุดส่าหรีเก่าๆ เสื้อคลุม ถุงกระดาษเก่าๆ และรองเท้าแตะขาดๆ ซึ่งเป็นสมบัติตลอดชีวิตของท่านด้วย ท่าน “ลด” สมบัติ หรือแม้กระทั่งเงินทั้งหมดจากรางวัลโนเบลและรางวัลต่างๆที่ผู้มีจิตศรัทธามอบให้ เพื่อมุ่งทำประโยชน์แก่ผู้ยากไร้  เป็นการลดข้าวของเพื่อเพิ่มความเมตตาและต่อชีวิตให้ผู้อื่น แม้กระทั่งพระสันตะปาปายังกล่าวในการประกาศแต่งตั้งให้แม่ชีเทเรซาเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2559 ว่า การให้ของแม่ชีเทเรซาเป็นการทำให้ประเทศมหาอำนาจต่างรู้ความผิดว่าตัวเองก่ออาชญากรรมความยากจนให้กับคนทั่วโลก

 

GANDHI

ผู้นำและนักต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวอินเดียและชาวฮินดู

มหาตมะ คานธี เกิดในครอบครัวแพทย์และได้รับการศึกษาในประเทศอังกฤษ มีสมบัติและเงินทองเพียงพอที่จะซื้อข้าวของเพื่อให้ตัวเองสะดวกสบายได้ แต่ท่านก็เลือกที่จะ “ทิ้ง” ความสุขสบายของตัวเองเพื่อต่อสู้ร่วมกับชาวอินเดีย ปลดปล่อยความเป็นทาสด้วยสันติวิธีอย่างที่ทั่วโลกได้เห็นและยกย่องให้ท่านเป็นวีรบุรุษอย่างทุกวันนี้ นอกจากการทิ้งความสะดวกสบายแล้ว ท่านยังพร่ำสอนเรื่อง “การไม่ครอบครอง” อยู่เสมอ และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นด้วยการไม่มีข้าวของอยู่ในบ้านเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ท่าน “ลด” สิ่งไม่จำเป็น เพื่อจะได้มีเวลาและเรี่ยวแรงในการต่อสู้เพื่อมวลมหาประชาชนนั่นเอง

 

DIOGENES

นักปรัชญาชาวกรีกโบราณ

ไดโอจีนีสเป็นนักปรัชญาผู้ได้ชื่อว่ามีข้าวของน้อยที่สุด เขามีเพียงผ้าคลุมร่าง 1 ผืน ชาม 1 ใบ และนอนในถังไม้ มีเรื่องเล่าว่าวันหนึ่งเขาเห็นเด็กใช้มือรองน้ำดื่ม เขาจึงหักชามที่มีเพียง 1 ใบของตัวเองให้เด็กใช้ดื่มน้ำ ผู้คนต่างเรียกขานว่าเขาเป็น Diogenes the dog หรือนักปรัชญาผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนสุนัข คำกล่าวที่ขึ้นชื่อลือชาของเขาคือ “I am Diogenes the Dog. I nuzzle the kind, bark at the greedy and bite scoundrels. หรือ “ข้าคือสุนัขไดโอจีนีส ผู้พึ่งพาความเมตตา เห่าความโลภ และกัดคนชั่วร้าย”เขาเป็นนักปรัชญาในสำนัก Cynic ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดให้ตัวเองมีความต้องการน้อยที่สุด (นี่มันบรรพบุรุษของมินิมัลลิสต์เลยนี่นา)ถึงแม้คำสอนของเขาจะดูหลุดโลกไปสักหน่อย หรือคนในสมัยนั้นอาจจะรำคาญความขี้แซะ กระแนะกระแหนของเขา แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นที่รู้จักมาจนถึงทุกวันนี้ และคำปรัชญาของเขาก็ยังมีคนยกขึ้นมาพูดบ่อยๆ จะถือว่าสมความมุ่งหมายของเขาก็ไม่ผิด

 

MESSI

นักบอลซุปเปอร์สตาร์

มินิมัลลิสต์ไม่ใช่เพียงการมีข้าวของน้อยชิ้นเท่านั้น คนรู้ว่าควรลดสิ่งใดเพื่อไปถึงเป้าหมายก็จัดว่าเป็นมินิมัลลิสต์ด้วยเช่นกัน เหมือนลีโอเนล เมสซี่นักฟุตบอลฝีเท้าดีอย่างหาตัวจับยาก จนทำให้เขาโด่งดังและเป็นไอดอลของเด็กๆทั่วโลก เขาก็ใช้หลักมินิมัลกับการเล่นฟุตบอลด้วย จะเห็นได้ว่าเขาใช้ระยะทางการวิ่งโดยเฉลี่ยในแต่ละการแข่งขันน้อยกว่านักฟุตบอลคนอื่นๆมาก และหากใครเป็นแฟนบอลของเขาก็มักจะสังเกตเห็นว่าเขาเดินอยู่บ่อยๆ และไม่ได้วิ่งเพื่อป้องกันลูกของฝ่ายตรงข้ามเท่าไหร่ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเขามองเห็นจุดสำคัญที่จะพลิกเกมได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และรุกไปยิงประตูฝ่ายตรงข้ามด้วยความรวดเร็ว เป็นการ “ลด” การวิ่ง เพื่อออมแรงไว้ใช้ในการยิงประตูนั่นเอง

 

ลอง “ลด” สิ่งไม่จำเป็น เพื่อตามหาสิ่งสำคัญในชีวิตของเรา ไม่แน่นะเราอาจจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้ก็ได้

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป

สำนักพิมพ์ Steps

comments

0 Comments
Share

ดิวอี้ พิมพ์ชนก

หญิงสาวช่างเมาท์ ผู้ชื่นชอบงานบ้านและท่องเที่ยว หลงใหลการเฝ้ามองความเป็นไปของจักรวาล รักสัตว์เลี้ยงมาก แต่รักการอ่านหนังสือมากกว่า