maThink

พื้นที่ของคนรุ่นใหม่ในประเทศเก่าๆ

%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%86

วันอาทิตย์สีอะไร


ความเบื่อหน่ายบางสิ่งนำคำถามบางคำถามมาสู่ผมในวันวัยที่ชีวิตล่วงเข้าสู่อายุสามสิบต้นๆ

คำถามที่ว่านั่นก็คือ “ที่ทางของคนรุ่นใหม่ในประเทศเก่าๆ ที่คนเก่าๆ หวงแหน
กอดรัดเป็นสมบัติห้ามแตะต้องเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นอย่างไร” 

มันอาจเป็นหัวข้อแสนคันที่คงไม่ได้ถูกใจใครไปทุกคนยามถูกจั่วขึ้นมา กระนั้นในฐานะคนรุ่นใหม่คนหนึ่ง คงไม่ใช่ความผิดบาปอะไรในการคิดและทบมวนเกี่ยวกับคำถามนี้อย่างจริงจังไม่ใช่หรือ

มันทำให้ผมนึกย้อนไปถึงตอนไปร่วมกิจกรรมเปิดตัวนิตยสาร Way ฉบับที่ 91 New Country for Young Gen – ประเทศใหม่ของคนรุ่นใหม่ เมื่อราวสามสี่เดือนที่แล้ว ส่วนตัวติดตาม Way มาเนิ่นนาน ทราบข่าวการเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบรายเดือนสู่รายสี่เดือนก็ต้องแวะไปอัพเดตดูใจกันเสียหน่อยว่ายังคงอยู่ดีมีสุขเหลือไม่ ในภาวะที่หลายคนบอกว่าเหลือพื้นที่ให้นิตยสารน้อยเหลือเกิน ปิดเล่มแล้วเล่มเล่าเฝ้าแต่ปิด กับสื่อกระดาษที่โฆษณาแทบไม่มี กลุ่มคนอ่านอันจำกัดเฉพาะยิ่งกว่าหนังเจ้ย แต่ประกาศตัวว่าไม่ปิด แค่เปลี่ยนเวลาวางแผงและเพิ่มความเข้มข้นให้คอนเท้นต์มากกว่าเดิม (จากที่เข้มมากๆ อยู่แล้ว) และเอ่อ เปลี่ยนราคาด้วย จากเล่มไม่เกินร้อยสู่เล่มละ 400 ก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร

WAY Dialogue: Young Gen and the Way คือชื่องานที่จัดขึ้น แม้จะทราบดีว่าเวทีนี้เปิดพื้นที่เพื่อเสวนาน่าสนุกเกี่ยวกับ Young Gen มาชวนคนยุคนี้ร่วมกันค้นหาว่า มีช่องทางไหนบ้างที่คนรุ่นใหม่ธรรมดาๆ อย่างเราๆ สามารถเริ่มต้นเปลี่ยนอนาคตอันใกล้ได้ด้วยตัวเราเอง และเปิดตัว Way เล่ม 91 ดังว่า กระนั้นในฐานะแฟนก็คาดหวังถ้อยแถลงก้าวต่อไปจากปากทีม (ถึงแม้คุณอธิคมจะเคยเขียนสเตตัสเปรยไว้แล้วก็เถอะ) แต่ Way ก็ยังคงเป็น Way ไม่เสียเวลาพร่ำเพ้อเรียกร้อง ไม่มีพื้นที่ให้งอแงกราบกรานว่าโปรดอ่านเถอะ มาอ่านเถอะ พวกเขายังคงทำหน้าที่ของตัวเองในการตั้งคำถามและนำเสนอต่อไปทั้งในและนอกเล่ม คงเหมือนที่หนึ่งในวิทยากรบนเวทีอย่างแบงค์-ณัฐชนน มหาอิทธิดล แห่ง Salmon ว่าไว้ ทำคอนเท้นต์ของคุณไป ไม่ว่ารูปแบบอนาคตมันจะเปลี่ยนไปขนาดไหนสิ่งที่ยังอยู่ได้และอยู่แข็งก็ยังคงเป็นคอนเท้นต์ และ Way ทำ

ผมเคยคุยเรื่องนี้กับเพื่อนเมื่อนานมาแล้วว่าต่อให้รูปแบบหีบห่อจะอย่างไรไม่สำคัญเท่าคอนเท้นต์ สำหรับผม “คอนเท้นต์ อิส อะ คิง” เพื่อนเถียงว่างานสื่อที่มันทำอยู่เนื้อหาไม่ได้เข้มข้นพอให้มีคนอ่านเป็นแฟนประจำขนาดนั้น แต่อยู่ได้ด้วยรูปแบบเฉพาะของความเป็นนิตยสารการตลาดและออนไลน์ ผมตั้งคำถามและไม่แน่ใจว่านักการตลาดจริงๆ ยังคงเป็นคนซื้อหนังสือมันหรือเปล่า หรือเป็นเพียงพื้นที่โชว์หน้าตาตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเหล่าผู้บริหารที่จ่ายเงิน ซึ่งถ้าใช่ผมว่าอายุมันคงไม่นาน เรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป คงต้องติดตามกันต่อไป

กลับมาบนเวที หัวข้อในการพูดคุยวันนั้นกระตุ้นต่อมคันของผมมาก คนรุ่นใหม่ในประเทศเก่าๆ เรายังทำอะไรได้อยู่ไหม และหากมี ที่ทางของมันจะเป็นอย่างไร Way เชิญวิทยากรสี่คนจากสี่เรื่องมาพูดคุย นอกจากแบงค์แล้วก็ยังมี โจ้-ฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ยุพิน’ (YouPin) ฟาง-ปณิธาน ตงศิริ ผู้ผลิตคราฟท์เบียร์ Stone Head และจุ๊ย-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ นักวิชาการการศึกษาผู้จบมาจากฟินแลนด์ การสนทนาเป็นไปอย่างสนุก ความเป็นคนรุ่นใหม่ที่ก้มหน้าทำงานของตัวเองจนได้รับการยอมรับทำให้เรื่องที่พวกเขาเล่ามีน้ำหนัก วงเล็บนิดหน่อยว่าไอ้ที่บอกว่าคนรุ่นใหม่ จริงๆ พวกเขาล้วนอายุสามสิบบวก รุ่นใกล้ไล่เลี่ยกับผมนี่แหละ อาจเป็นตามที่ครูจุ๊ยพูดคือเป็นได้ว่าคนไทยโตช้าอยู่สักหน่อย ทำให้กว่าที่จะจับจุดตัวเองและมุ่งทำได้เวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบเข้าหลักสี่

ส่วนตัวประทับใจครูจุ๊ยหลายประโยค ความที่จบมาจากฟินแลนด์เลยเห็นภาพเปรียบชัดกับการศึกษาของเมืองไทย ยิ่งบรรจุตัวเองเข้าสู่ระบบการศึกษาแบบไท้ไทยตามโครงสร้างด้วยแล้วยิ่งสนุก กระนั้นครูจุ๊ยไม่ก่นด่าอะไรเลย เธอเพียงทำหน้าที่ของตัวเอง เติมสิ่งที่กรอบอนุญาตให้ทำลงไปทีละนิด เพียงหวังให้ลูกศิษย์นำเมล็ดพันธุ์ที่หยอดไว้นั้นไปปลูกต่อเอง อาจใช้เวลาหนึ่งเจนหรือสองเจนจึงจะงอกเงยก็ไม่เป็นไร การศึกษาฟินแลนด์ยังใช้เวลากว่า 50 ปี (ตั้งแต่ 1970) ของไทยก็ต้องล้มลุกคลุกคลานเรื่อยไปจนกว่าจะตั้งหลักได้ สำคัญคือผู้มีอำนาจอาจต้องใช้เลนส์แว่นใหม่ในการมองภาพ ในวงเล็บว่าผู้มีอำนาจที่ว่าจะเก่าจะใหม่ก็เถอะ หากใช้เลนส์เดิมก็คงยากสักหน่อย เลนส์แว่นที่ว่ายกตัวอย่างก็คือการมองครูเป็น “แม่พิมพ์” การพิมพ์ก็คือการทำซ้ำ ทำออกมาเหมือนกันหมด ซึ่งมันขัดกับธรรมชาติและความเป็นมนุษย์ มนุษย์คือความหลากหลาย พิมพ์ไม่ได้ ครูจุ๊ยเสนอง่ายๆ ให้มองครูเป็น “แม่ยก” เหมือนแม่ยกลิเกเลย เด็กจะเอาดีทางไหน หาตัวเองเจออย่างไรครูก็จงแปลงตัวเองเป็นแม่ยกสนับสนุนซะ ปรับการมองเรื่องนี้ได้ก่อนเรื่องอื่นก็น่าจะไม่ยาก มีอีกหลายเรื่องที่เธอพูดไว้น่าฟังมาก มีเวลาจะเจาะเฉพาะเรื่องที่เธอพูดยาวๆ

สิ่งที่เหมือนกันของทั้งสี่คนบนเวทีอยู่ตรงความเป็นคนรุ่นใหม่ธรรมดาที่เห็นความขัดหูขัดตาและอยากเปลี่ยน การเกิดขึ้นของ ยุพิน’ (YouPin) ก็มาจากสิ่งนี้ โจ้บอกว่าเขาแค่อยากได้พื้นที่รวบรวมปัญหาในชีวิตประจำวันที่พบเจอแล้วส่งต่อเพื่อซ่อม สร้าง เปลี่ยนแปลง ไปยังมือของผู้มีอำนาจรับผิดชอบ แฟนของเขาซึ่งเป็นคนเกาหลีเป็นผู้จุดประกายให้ เธอเล่าว่าเมื่อเจออะไรผิดแปลกที่บ้านเกิดเธอ เธอสามารถส่งข้อมูลนั้นผ่านมือถือให้ส่วนกลางทราบและแก้ไขได้ทันที เขากลับมายังเมืองไทยและเห็นท่อระบายน้ำหน้าที่ทำงานมีปัญหา โทรแจ้งกทม. ได้รับการแก้ไขบ้างไม่ได้บ้าง คงจะดีถ้ามีพลังชนมากเข้า โยนหน้าที่ในการตรวจสอบและแจ้งให้เป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่พลเมือง ทำให้คนเป็น Active Citizen นั่นคือจุดกำเนิดของยุพิน

จากคนชอบกินคราฟท์เบียร์สู่การอยากมีคราฟท์เบียร์ของตัวเอง ฟางไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงโลก เขาต้องการทำในสิ่งที่เขารักเท่านั้น เผอิญกฏหมายไทยไม่เอื้ออำนวยให้เกิดสิ่งนี้ เขาถกเถียงกับตัวเองอยู่นานว่าการผลิตเบียร์ ดื่มเบียร์สร้างปัญหาให้สังคมอย่างไร ทำไมบ้านเมืองไม่ให้ทำ ในเมื่อเบียร์มีทุกอย่างบ่งบอกอยู่แล้วว่าดื่มได้ในปริมาณเท่าไหร่ ดื่มแล้วเมาแล้วจะเป็นอย่างไร วิจารณาญาณและการเปรียนรู้ของประชาชนไม่สำคัญเลยหรือถึงต้องควบคุม เหล้าเบียร์ที่มีทุกอย่างเตือนกลับโฆษณาไม่ได้ ผลิตสร้างจากคนตัวเล็กยิ่งไม่ได้ ขณะที่ความเชื่อ เครื่องรางของขลัง ป้ายทะเบียนเลขสวยกลับทำได้ทุกอย่าง หรือของแบรนด์เนมเคยมีคำเตือนหรือไม่ว่าหากคุณหลงหรือเมากับมัน มันอาจทำลายชีวิคุณได้เลยนะ และอีกหลายๆ คำถามน่าสนใจชวนคิดต่อ เขาร่อนไปสร้างโรงงานที่กัมพูชา จ่ายภาษีให้กัมพูชาแล้วกลับมาขายที่ไทย ทั้งยังทำยอดขายทั่วโลก ไม่พอ เขายังรวมตัวกับเพื่อนตั้งขบวนการเสรีเบียร์” ขึ้นเพื่อผลักดันให้สามารถผลิตคราฟเบียร์ในสเกลคนธรรมดาไม่ใช่ทุนใหญ่เกิดขึ้นได้และเป็นไปได้ ไม่ใช่ต้องขั้นต่ำสามร้อยแก้วต่อวันเหมือนที่เป็นมา (รายละเอียดตรงนี้ยาว ฟังไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน) เขาทิ้งท้ายว่าจะแก้กฏหมายต้องเริ่มด้วยกระบวนการที่ถูกต้องตามกฏหมาย จะแก้สิ่งใดต้องเริ่มในเกม ส่วนจะสร้างเกมขึ้นมาใหม่ได้ไหมค่อยไปว่ากัน

เรื่องของแบงค์และ Salmon คงไม่ต้องเล่ามากนัก สิ่งที่เขาทำคงเคยผ่านตาหลายคนมาบ้างแล้ว หาอ่านไม่ยาก ขอโคว้ทมาแบ่งปันสั้นๆ ที่น่าสนใจและจดไว้แล้วกัน แบงค์บอกว่าเขาไม่เชื่อว่าคนทำหนังสือเมื่อไม่มีหนังสือแล้วจะอยู่ไม่ได้ เพราะสิ่งที่เราทำคือคอนเท้นต์ ไปอยู่ตรงไหน ดีไวซ์เป็นอย่างไรก็ต้องอาศัยคอนเท้นต์ เขาจึงไม่กลัวสิ่งนี้สักนิด เขาอยากสร้างชุมชนของคนครีเอทิฟ สำคัญคือคนเหล่านี้ต้องมีรายได้เลี้ยงตัวสบายเพราะเขามีความคิด ความคิดเป็นสิ่งที่ขายได้ และยังเล่าถึงการเกิดขึ้นของ The Matter สื่อกวนตีนและโคตรน่าอ่านบนพื้นฐานวิธีคิดว่าแค่อยากทำเพราะอยากอ่านอะไรแบบนี้แต่ไม่มีให้อ่าน ส่วนจะหาเงินจากมันอย่างไรนั้นค่อยว่ากัน ฯลฯ

เวลาผ่านไปสองชั่วโมงโดยที่ Way แทบไม่พูดเรื่องตัวเอง มันแทบไม่ใช่งานเปิดตัวเพราะไม่มีการพูดถึงความดีความงามและคำโฆษณาชวนซื้อใดๆ แต่การสร้างพื้นที่แบ่งปันทางปัญญาได้ตรงกับคอนเซปต์เล่มก็โคตรเพียงพอให้ผมติดตามและสนับสนุนต่อ แม้แบงค์ร้อยสี่ใบในมือจะสั่นเพราะเมื่อมองในกระเป๋าแล้วเหลือน้อยเหลือเกินแต่ก็สั่นและยื่นไปจ่าย เปิดอ่านผ่านตาบ้างแล้วก็ยังเห็นถึงความคุ้มค่าเช่นเดิม แม้ไม่พูดถึงเล่มแต่ผมเองกลับเข้าใจคอนเซปต์ New Country for Young Gen ได้ดีกว่าการบอกเล่าผ่านปากคนทำ นอกจากความรู้หลายอย่าง หนังสือหนึ่งเล่มที่หยิบติดมือกลับมาจากงานแล้วตัวผมเองยังได้ข้อคิดสำคัญติดมือกลับมาด้วย นั่นคือ “เมื่อมีพลังก็จงใช้พลัง” นั่นแหละใจความสำคัญ สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำคำพูดที่ผมเคยพูดไว้กับน้องๆ หลายคนว่าสิ่งที่คนรุ่นเรามีอยู่ตอนนี้อันแตกต่างจากคนรุ่นก่อนๆ คืออาวุธครบมือ ถ้าของคุณมีคุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เรามีพื้นที่มากมายสนามหลากหลายให้เล่น เล่นสนามใหญ่ยังไม่ได้ก็เล่นสนามเล็กก่อน ไม่ก็สร้างสนามขึ้นมาใหม่ในข้อแม้ที่สังคมเดิมที่อยู่มีให้ ถ้ามันเจ๋งมันจะกลายเป็นสนามใหม่ให้คนอื่นตามมาเล่นเองแหละ เลิกฟูมฟายที่มีสิ่งใด นิตยสารเล่มใดตายจากทั้งที่คุณแทบไม่อ่านมันเองด้วยซ้ำ หรือหากบางสิ่งบางอย่างในสังคมมันยากเยียวยาเกินแก้ไขและเกินกำลังก็มีสองทางให้เลือกคือสร้างสิ่งใหม่กับแก้ตามเกม สร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิมเพื่อแทนสิ่งที่มันป่วย หรือหากจะแก้ก็แก้ไปตามกรอบแล้วปล่อยให้มันทำหน้าที่จนกลายเป็นกรอบใหม่ก็เท่านั้น เป็น Young Gen ก็เป็นให้มันสม สร้าง New Country สร้างไปเถอะ เพราะคุณต้องอยู่กับมันอีกนาน

มั้งนะ (ฮา)

จบงานพิธีกรประกาศเชิญผู้บริหารร้านดัง ทีมงาน และวิทยากรขึ้นชักภาพมอบของที่ระลึก ผมยิ้มและแอบคิดไม่ว่าจะรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่าก็หนีไม่พ้นพิธีสมัยนิยม”

น่ารักดี 5555

comments

0 Comments
Share

อาทิตย์ ธรรมชาติ

บรรณาธิการหนุ่มแห่งแพรวสำนักพิมพ์ สนใจหนังสือ คน ชีวิต และการบิดขี้เกียจ มีศาสดาเป็น ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ใฝ่ฝันอยากไปดูอาร์เซน่อลเตะสักครั้งที่อังกฤษ ครุ่นคิดและเพ้อเจ้อเป็นงานอดิเรก