move

บาร์จเฉยๆ ในวันที่ไม่อยู่เฉย

%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a2

 

เมื่อไม่นานมานี้ นักเขียนหนุ่มในโลกออนไลน์ “บาร์จเฉยๆ” เพิ่งมีผลงานเล่มใหม่ออกมาให้แฟน ๆ ได้สอยไปอ่านเพื่อปลุกปั่นกำลังใจให้ลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้งในชื่อ “การเจอเรื่องแย่ๆ ไม่ได้แปลว่าชีวิตจะไม่มีความสุข” (แค่ชื่อหนังสือก็เรียกกำลังใจได้แล้ว)

ว่าถึงเรื่องความฮ็อตก็ไม่พ่ายเพจอื่นๆ เลย การันตีจากผู้ติดตามในเฟซบุ๊กกว่าเก้าแสนคน และในทวิตเตอร์เฉียดสี่แสนคน อะไรทำให้คนติดตามและอยากอ่านข้อความที่เขาเขียนเยอะขนาดนี้ มาทำความรู้จัก “บาร์จเฉยๆ” ในวันที่ไม่อยู่เฉยกันบ้างดีกว่าค่ะ

  • แนะนำตัวกับคนอ่าน maSCOOPS หน่อย

สวัสดีครับ ชื่อบาร์จนะครับ ปณัตกร ใจหมั่น อายุ  26 ปี
งานประจำเป็น Creative Content Online ในที่บริษัทค่ายเพลงครับ

งานอดิเรก เป็นนักเขียน นามปากกา “บาร์จเฉยๆ”

 

  • ทำไมต้องบาร์จเฉยๆ แล้วบาร์จไม่เฉยทำอะไร

เรื่องมันเกิดขึ้นตอนสมัยที่ผมนั้นเรียนมัธยมครับ ช่วงนั้นเพื่อนๆ จะตั้งฉายากันในห้อง

เพราะไม่อยากเป็นบาร์จอ้วน บาร์จดำ บาร์จสูงครับ เพราะเห็นเพื่อนชอบเล่นกันแบบนั้น

เราก็เลยบอกว่า “เรานี่แหละบาร์จเฉยๆ ก็พอละไม่ต้องเรียกอะไรตามหลังต่อ”

 

  • หนังสือเล่มนี้ (การเจอเรื่องแย่ๆ ไม่ได้แปลว่าชีวิตจะไม่มีความสุข) ต่างจากเล่มที่แล้วยังไง (สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยความคิดถึง)

เล่มก่อนหน้านี้เป็นเล่มที่รวมเนื้อหาของความคิดถึงซึ่งเรียกได้ว่า มีความดราม่าอยู่มากเลยครับ ทำให้ผู้อ่านหลายคนต่างน้ำตาตกกันไปตามๆ กัน

แต่เล่มล่าสุดที่ผมเขียนขึ้นมานั้น ตามชื่อหนังสือที่บอกกันว่า “การเจอเรื่องแย่ๆไม่ได้แปลว่าชีวิตจะไม่มีความสุข” อาจดูเหมือนจะเป็นความดราม่าปะปนอยู่ แต่จริงๆ เล่มนี้เป็นหนังสือแห่งกำลังใจเล็กๆ ที่ผมฝากมันลงไปให้ผู้อ่านทุกคน โดยถูกเล่าผ่านเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่ผมเคยเจอกับตัวและคนรอบๆข้างและทุกเรื่องราวนั้น ผมแอบใส่กำลังใจลงไปในทุกๆ หน้า เมื่อผู้อ่านได้อ่านจบ ผมเชื่อได้เลยครับว่า เขาจะมีความสุขและยิ้มสู้พร้อมที่จะเจอกับอนาคตข้างหน้าอย่างแน่นอน

 

  • เรื่องแย่ที่สุดของบาร์จเฉยๆ คือเรื่องอะไร แล้วผ่านมันมาได้อย่างไร

เรื่องแย่ๆ ของผมมันมีหลายเรื่องครับ หลายปัญหาที่ผมคิดว่า สักวันอาจจะแก้ได้แน่นอน (หัวเราะ) แต่ถ้าถามว่าอะไรแย่ที่สุดในตอนนี้ก็คงเป็นเรื่องการคิดต้นฉบับเขียนต่อๆ ไปไม่ออกนี่แหละ แย่ที่สุด และสิ่งที่ทำให้ผมผ่านการคิดต้นฉบับไม่ออกก็คือการเข้าไปดูหนังสักเรื่อง หรือทำอะไรที่ทำให้เราเลิกคิดถึงมันไปสักพัก พอเรากลับมานั่งเขียนใหม่ ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ว่าหัวผมแล่นเขียนอกมาได้ดีเลยทีเดียว

 

  • มีวิธีสร้างกำลังใจให้ตัวเองมั้ย

สำหรับการสร้างกำลังใจของผมคงเป็นการมองหาสิ่งที่ตัวเองรักและคิดว่ามีอิสระกับมันมากที่สุด คงหนีไม่พันการดูหนัง หรือการอ่านหนังสือ และเวลาผมรู้สึกไม่สบายใจ การสร้างกำลังใจขึ้นอีกครั้งของผมคือการได้คุยกับคนที่อยากคุยด้วยมากที่สุดครับ

  • ในมุมมองของบาร์จเฉยๆ การยุติความสัมพันธ์แบบไหนเจ็บปวดกว่ากันระหว่าง “หมดรัก” กับ “นอกใจ”

สำหรับผมการหมดรักคือการที่คนๆ หนึ่งไม่รักอีกฝ่าย แล้วขอยุติความสัมพันธ์แบบนี้มันอาจจะเจ็บครับ แต่คงใช้เวลาไม่นานในการยอมรับความจริง

ต่างกับการนอกใจ เพราะการนอกใจคือการทรยศต่อความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายที่มีให้ หนำซ้ำยังเป็นการทำร้ายคนที่รักเรามากที่สุด ปริมาณความเจ็บตรงนี้ผมว่ามันเจ็บกว่ามากหมดรักเป็นหลายเท่าครับ

  • สิ่งที่เขียนขึ้นในเพจหรือทวิตเตอร์ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน

ส่วนมากมาจากคนรอบข้างครับ และส่วนหนึ่งก็มาจากตัวเองด้วย

 

  • มีคนมาปรึกษาเรื่องความรักเยอะไหม และเคสไหนที่ทำให้เราอึ้งที่สุด

ก็พอมีอยู่บ้างครับในเพจและทวิตเตอร์ แต่ส่วนมากจะในเพจนะ เรื่องที่ทำให้ผมอึ้งที่สุดก็น่าจะเป็นของผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาขอคำปรึกษาครับ สิ่งที่ทำให้ผมอึ้งคือ แฟนของผู้หญิงคนนี้เพิ่งรู้ตัวเองว่าเป็นเพศที่สาม และมีลูกด้วยกันแล้วสองคน

ผมให้คำแนะนำไปว่าควรปล่อยเขาไปให้เป็นอิสระ เคสแบบนี้เราไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกหรือพฤติกรรมของเขาได้ มีแต่ต้องเข้าใจกันให้มากที่สุด เราอาจจะต้องมองข้ามความสัมพันธ์ของคู่รักไป แต่ให้โฟกัสที่ลูกทั้งสองคนแทน ว่าต่อจากนี้ไปเราจะดูแลเขาอย่างไรเพื่อให้ครอบครัวยังเป็นครอบครัวอยู่

 

  • ถ้าไม่ได้เขียนหนังสือแนวความเรียง จะเขียนหนังสือแนวไหน

อยากลองเขียนนิยายครับ ไม่ก็หนังสือ how to “ทำอย่างไรให้อ้วนแต่มีความสุข” (หัวเราะ)

 

  • หนังสือเล่มโปรดคือเรื่องอะไร ทำไมถึงชอบ

จริงๆ ผมไม่มีหนังสือเล่มโปรดครับ แต่ถ้าเป็นหนังสือที่อ่านบ่อยๆ และอ่านไม่เบื่อ คือ “ขายหัวเราะ”  การ์ตูนเบาสมองช่วยให้ผมคลายเครียดได้หลายครั้ง และหนึ่งในนักเขียนการ์ตูนที่ผมรู้จักและนับถือ คือ “พี่น้อยหน่า” จึงไม่แปลกอะไรที่ผมจะติดตามอ่านมาเรื่อยๆ บอกได้เลยที่บ้านผมมีหนังสือขายหัวเราะรวมๆแล้วเป็นร้อยๆ เล่มได้ครับ แต่เพื่อนชอบหยิบไปอ่านแล้วไม่คืน (หัวเราะ)

 

  • แนะนำหนังสือที่น่าอ่านที่สุด ณ ตอนนี้ให้แฟนๆ หน่อย

“ไปใช้ชีวิตซะ” ของ อาจาย์ป๊อบ หรือ ดร.ป๊อบ ครับ ไม่บอกอะไรมากแค่อยากจะบอกว่า ถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว “คุณจะใช้ชีวิตเป็นมากขึ้น”

 

  • มีบางคนบอกว่า คำคม ไม่ใช่หนังสือ ใครๆ ก็เขียนได้ เรารับมือกับคนที่ anti เรายังไง

มันเป็นเรื่องจริงครับ ที่เมื่อมีคนชื่นชอบก็มีต้องมีคนที่ไม่ชอบ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็เคยโดนมากับตัวเองหลายครั้ง และอยากจะบอกตรงนี้อีกครั้ง “ถ้าคุณบอกว่าคำคมหรือการเขียนหนังสือใครๆ ก็เขียนได้”

ซึ่งจริงครับใครๆ ก็เขียนได้ แต่การที่จะมีคนตามอ่านและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมันไม่ได้ง่ายเอาเสียเลย รู้ไหมกว่านักเขียนคนหนึ่งจะเขียนหนังสืออกมาสักเล่ม พวกเขาผ่านอะไรกันมาบ้าง เส้นทางของนักเขียนมันไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบและความสบายอย่างที่ใครๆ เข้าใจครับ ทุกอย่างล้วนมีความยากและอุปสรรคด้วยกันทั้งนั้น

 

  • ขอคำคมให้กับเว็บ maSCOOPS สักหนึ่งคำคม

“การล้มไม่ได้แปลว่าชีวิตจะล้มเหลว แต่มันสอนให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง อย่างไรให้ดีกว่าเดิม”

  • ฝากร้านหน่อยจ้า

ติดตามผลงานของผมได้ที่

Fanpage : บาร์จเฉยๆ

IG : Basniixz

และ Twitter : @basniixz นะครับ

และฝากผลงานเล่มล่าสุดไว้ด้วยครับ “การเจอเรื่องแย่ๆไม่ได้แปลว่าชีวิตจะไม่มีความสุข”

 

  • สุดท้ายแล้ว ให้กำลังใจคนที่กำลังเจอเรื่องแย่ๆ หน่อย

วันนี้เราอาจรู้สึกแย่กับเจอที่สิ่งแต่เชื่อเถอะ “วันแย่ๆ ไม่ได้มีทุกวัน ยิ้มรับกับมันซะแล้วใช้ชีวิตต่อไปให้มีความสุข” ( :

 

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ