maThink

ทำไมเราถึงคิดได้แต่ทำไม่ได้

%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89

                หนังสือเรื่องThe Productivity Habit: The Simple Approach to Become More Effective โดย Ben Elijah บอกว่า ความคิดที่เกิดขึ้นในสมองของเรา เปรียบเหมือนฝนที่ตกลงมาจากฟ้า ในแต่ละวันสมองของเราคิดเรื่องใหม่ได้ทุกเวลา ความคิดเหล่านั้นจะเกิดขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีและเราสามารถลืมได้ทันทีเมื่อสมองเปลี่ยนไปคิดเรื่องใหม่

ปัญหาของคนเราจึงไม่ใช่การคิดไม่เป็นแต่เป็นการจัดการกับความคิดเหล่านั้นไม่ได้เพราะแต่ละวันเราทุกคนคิดอะไรออกมากมายแต่กลับปล่อยให้มันหายไปเหมือนน้ำฝนที่ไหลทิ้ง

ความคิดมักจะเกิดขึ้นตอนที่เราไม่พร้อมจะลงรายละเอียดกับมันเท่าไหร่ที่สำคัญคือเรามักจะลืมไปแล้วว่าเคยคิดอะไรได้เพราะสมองมีพื้นที่ในการจัดเก็บความจำที่จำกัดดังนั้น ถ้าเราไม่ช่วยสมองจัดการความคิด วันหนึ่งๆเราจะเสียความคิดดีไปมากมาย

            ถ้าเราต้องอาศัยระบบการจัดการน้ำเพื่อให้น้ำเกิดประโยชน์สูงสุด ความคิดทั้งหมดในหัวของเราก็ต้องการระบบการจัดการเหมือนกันเพราะความคิดที่มีประโยชน์คือความคิดที่ถูกนำไปปฏิบัติเท่านั้น

หนังสือได้แนะนำเทคนิคการจัดระบบความคิดให้เป็นระบบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดไว้ตามนี้

เก็บบันทึกไว้ให้ได้มากที่สุด

หลักการเดียวกับการหาภาชนะเก็บน้ำฝนคือ ยิ่งคุณมีภาชนะปากกว้างและใหญ่ คุณก็ยิ่งกักเก็บน้ำฝนได้มากเท่านั้น ส่วนการกักเก็บความคิดนั้นทำได้

  • โดยการจด จด และจด เท่านั้น วิธีการจดบันทึกให้ได้ผลมีดังนี้
  • พกสมุดโน้ตติดตัว เพื่อที่คุณจะได้หยิบขึ้นมาจดได้ทันทีที่คิดอะไรออกสมาร์ทโฟนก็ช่วยได้แต่การเขียนด้วยมือนั้นเวิร์กกว่า
  • จดด้วยลายมืออย่างไรก็ได้ ไม่ต้องห่วงสวย หรืออายลายมือยึกยือของตัวเอง เพราะคุณจดไว้อ่านคนเดียว
  • นึกอะไรได้ให้จดไว้ทั้งหมด ไม่ต้องคิดว่ารายละเอียดนี้ต้องจดไหม อันนี้ไม่จดดีกว่า จำไว้ว่าคุณกำลังรองน้ำฝนไว้ใช้ยามหน้าแล้ง
  • พยายามเก็บรายละเอียดของการคิดให้ได้มากที่สุด เช่นคิดเรื่องนี้ได้ตอนนั่งอยู่ร้านกาแฟ เมื่อวันจันทร์ตอนบ่ายสามโมง รายละเอียดเหล่านี้อาจจะไม่เกี่ยวกับสิ่งที่คิด แต่จะช่วยให้คุณนึกรายละเอียดของความคิดนั้นได้ดีขึ้นเมื่อคุณกลับมาเรียบเรียงมันภายหลัง
  • ใส่เครื่องหมายเตือนตัวเองไว้หน่อยว่าเรื่องนี้ควรจะจัดว่าด่วน/ไม่ด่วน หรือเป็นเรื่องสำคัญ/ไม่สำคัญเพื่อบังคับตัวเองให้รีบจัดการมันเสีย

เมื่อคุณจดแล้วก็เท่ากับว่าคุณได้ลบเรื่องนั้นออกจากสมองแล้ว และนั่นหมายความว่า คุณได้ลดภาระให้สมองไปอีกหนึ่งเรื่อง

เรียบเรียงให้เป็นหมวดหมู่

ใช้เวลาว่างในแต่ละวันจัดระเบียบความคิดต่างๆที่จะจดไว้การจัดระเบียบนี้จะให้คำตอบคุณได้เลยว่า ความคิดเรื่องใดควรลบทิ้ง เก็บไว้ก่อน หรือเอาไปทำต่อ และควรทำอย่างไร

 

มอบหมายงาน

เมื่อรู้ว่าต้องทำอะไรต่อแล้วก็ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าเรื่องใดทำได้เอง เรื่องใดต้องมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง จากนั้นลิสต์รายการที่อยากให้คนอื่นช่วยทำไว้เลย เพราะจะได้ไม่ต้องมานั่งคิดใหม่อีกครั้ง

โฟกัส

เมื่อถึงขั้นนี้ ความคิดมากมายจะถูกกลั่นกรองจนเหลือเพียงสิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญ นั่นคือ งานที่ต้องทำและคุณสามารถทำได้เอง เพราะงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณ คุณได้ลบออกไปจากสมองหรือได้มอบหมายไปให้คนอื่นช่วยจัดการแล้ว คุณจึงมีเวลากับงานตรงหน้ามากขึ้น

 

อย่าลืมว่า ความคิดที่มีประโยชน์คือความคิดที่นำไปปฏิบัติจริงเท่านั้นถ้าอยากเห็นไอเดียของคุณเป็นจริงขึ้นมาควรเริ่มจัดการกับระบบความคิดตั้งแต่วันนี้

 

คิดได้ร้อยอย่าง ทำไม่ได้สักอย่าง ผลลัพธ์คือศูนย์

          คิดได้อย่างเดียว ทำออกมาได้อย่างเดียว ผลลัพธ์คือหนึ่ง และหนึ่งมากกว่าศูนย์เสมอ

 


เรียบเรียงบทความจากหนังสือ ทำธุรกิจ คิดเยอะจึงเหนื่อยน้อย

เขียนโดย ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์

สนพ. Amarin How-To

comments

0 Comments
Share

maSCOOPS