move

ต้านโรคสมองเสื่อมด้วยการ “ขยับนิ้วโป้ง!”

%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e2%80%9c%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%87%e2%80%9d

 

เห็นดาราที่คุ้นหน้าอยู่ในทีวี แล้วจู่ๆ ก็นึกชื่อดาราคนนั้นไม่ออกซะอย่างนั้น ได้แต่พูดกับตัวเองว่า “ฉันรู้จักคนนี้น่า ชื่ออะไรนะ ติดอยู่ที่ปากนิดเดียว” หรือเมื่อถูกถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ก็เล่าได้แค่บางส่วน อีกส่วนหนึ่งลืมไปแล้ว จำไม่ได้…

นายแพทย์โยะชิยะ ฮะเซะงะวะ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคสมองเสื่อมจากประเทศญี่ปุ่นได้ค้นคว้าวิจัยเรื่องการเคลื่อนไหวของสมองเพื่อหาคำตอบเรื่องโรคสมองเสื่อม และเริ่มสนใจอวัยวะเล็กๆ ส่วนหนึ่งของร่างกาย นั่นคือ นิ้วโป้ง”

มีคำกล่าวมาจากโบราณว่า คนที่เคลื่อนไหวปลายนิ้วอยู่เสมอ จะไม่เป็นโรคหลงลืมง่าย” เช่น นักเปียโน ช่างฝีมือ เพราะใช้ปลายนิ้วทำงานเป็นประจำ ประจวบกับได้ค้นพบทฤษฎีการแพทย์ที่สอดคล้องคำกล่าวนี้พอดี และเราจะสังเกตได้ว่า ในบรรดานิ้วมือทั้งห้านิ้ว นิ้วโป้งมีบทบาทสำคัญเป็นพิเศษ

ถ้ายังนึกไม่ออกว่าเจ้านิ้วโป้งมีความสำคัญยังไง ให้ลองจินตนาการว่าเรากำลังผูกเชือกรองเท้า บิดฝาขวดน้ำ ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ติดกระดุมเสื้อแบบไม่ใช้นิ้วโป้งดูสิ…

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อเราเคลื่อนไหวนิ้วโป้ง สมองจะได้รับแรงกระตุ้นในบริเวณกว้าง จึงส่งผลให้สมองทำงานได้อย่างกระชุ่มกระชวย และยังช่วยในเรื่องอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันโรคสมองเสื่อม ยืดอายุให้ยืนยาว สุขภาพดี มีความจำที่ดีขึ้น นอนหลับสบาย และแก้อาการขี้หนาว

เรามีท่าบริหารนิ้วโป้งแบบง่ายๆ สามารถทำได้ทุกวันเพราะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มาให้ทุกคนลองฝึกตามกันด้วย

  • ท่างอนิ้วโป้ง

ข้อสำคัญคือต้องจับความรู้สึกขณะงอข้อต่อนิ้ว เพราะความรู้สึกนี้จะกระตุ้นส่วนรับความรู้สึกในสมอง ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

ทำ 2 ข้างพร้อมกัน  10 ครั้ง

  • ท่ากางและพับนิ้วโป้ง

ชูฝ่ามือทั้งสองขึ้น พับนิ้วโป้งเข้ามาให้ปลายนิ้วแตะโคนนิ้วก้อย จากนั้นกางออก ทำซ้ำไปมา ถ้าแตะไม่ถึงโคนนิ้วก้อยก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องฝืน พับนิ้วโป้งเข้าไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ก็พอ

ทำ  2 ข้างพร้อมกัน  10 ครั้ง

ข้อสำคัญคือ ต้องจับความรู้สึกของแรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นบริเวณข้อมือ การจับแรงกระตุ้นในจุดนี้ได้จะส่งผลให้ส่วนรับความรู้สึกในสมองมีชีวิตชีวา

 

  • ท่าจรดนิ้วโป้งเป็นจังหวะ

จรดนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ตรงส่วนที่เป็นลายนิ้วมือตามลำดับ จากนั้นย้อนกลับโดยไล่จากนิ้วก้อย นิ้วนาง นิ้วกลาง นิ้วชี้ ทำเป็นจังหวะพร้อมกันทั้งสองข้าง

ทำ 2 ข้างพร้อมกัน 5 รอบ

ส่วนปฏิบัติงานและส่วนรับความรู้สึกจะได้รับแรงกระตุ้น ซึ่งเกิดจากที่เลือดในสมองไหลเวียนดีขึ้น


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ สมองไบรท์แค่ขยับนิ้วโป้ง 

 

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ