move

ชีวิตดีขึ้นง่ายๆ แค่ทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นไปซะ!

%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86-%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%8b%e0%b8%b0

รู้ไหมว่า สิ่งที่ขัดขวางความสุขในชีวิตส่วนหนึ่งมาจากข้าวของที่กองพะเนินอยู่เต็มบ้านนั่นละ ตัดใจทิ้งไม่ลงสักชิ้น และคิดว่าวันหนึ่งคงได้นำมาใช้… แต่เปล่าเลย นั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างร้ายแรง ของที่รอวันใช้ไม่มีหรอก มีแต่ของที่รอวันทิ้งมากกว่า เพราะถ้าจะใช้จริงๆ เราใช้ตั้งแต่ตอนซื้อมาแรกๆ แล้วจริงไหม

เห็นความวุ่นวาย รก ไม่เป็นระเบียบของข้าวของรอบกายแล้วก็อยากจะแปลงร่างเป็นหนุ่มสาวชาวมินิมัลลิสต์ ผู้มีข้าวของแบบเรียบๆ น้อยชิ้น ใช้พื้นที่ที่มีอยู่จำกัดเนรมิตความสุข ความพอดีให้กับชีวิต

 

และนี่เป็นวิธีตัดใจทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็นออกไปให้หมด เพื่อชีวิตที่มีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม!

 

1. คิดว่าการทิ้ง ไม่ใช่ “การสูญเสีย” แต่เป็น “การได้รับ”

ถ้าพูดถึงการทิ้ง คนเรามักจะคิดว่าเป็นการสูญเสีย ขาดทุน เรามาเปลี่ยนมุมมองใหม่ด้วยการบอกตัวเองว่า “ยิ่งทิ้งมากเท่าไหร่ ฉันยิ่งได้รับมากขึ้นเท่านั้น” เช่น ถ้าเราทิ้งเสื้อผ้า(ที่ไม่ได้ใส่)ในตู้ที่อัดแน่นออกไปให้หมด เราก็จะได้พื้นที่ตู้เสื้อผ้ากลับคืนมา ถ้าเราทิ้งกองซีดีที่อยู่มุมห้องออกไปทั้งกอง เราก็จะได้พื้นที่ตรงส่วนนั้นกลับคืนมาด้วย!

เพราะฉะนั้น เมื่อเราจะทิ้งข้าวของ จงคำนึงถึงสิ่งที่จะได้รับ ให้มากกว่าสิ่งที่เสียไปจะดีกว่า

 

2. ข้าวของที่มีอยู่หลายชิ้นให้ทิ้งไป

ทำไมเราถึงมีกรรไกร 2-3 เล่มอยู่ในบ้าน หรือปากกาลูกลื่นแบบเดียวกัน 5-6 ด้าม เขียนติดบ้างไม่ติดบ้างแถมไม่ค่อยได้ใช้ ที่มีของชนิดเดียวกันอยู่เยอะ อาจเป็นเพราะเราวางของไม่เป็นที่ กระจัดกระจัดกระจายไปทั่วบ้านจนจำไม่ได้ว่ามีของสิ่งนี้อยู่กินชิ้น เริ่มเก็บทิ้งโดยการคัดปากกาที่ใช้งานไม่ได้ หรือไม่ค่อยได้ใช้ทิ้งไปก่อน หรือเลือกทิ้งจากด้ามที่เราไม่ชอบทีละด้ามๆ จนเหลือแค่สิ่งที่จำเป็นกับชีวิตเท่านั้น!

 

3. ทิ้งคำว่า “สักวันหนึ่งจะต้องได้ใช้”

ตอนที่เราซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามา มักจะได้ของแถมติดมาด้วย ทั้งคู่มือ สายพ่วง สายเคเบิ้ลต่างๆ และไม่กล้าทิ้ง เพราะถ้าเกิดปัญหาอาจจะได้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้น…

 

แต่จริงๆ แล้วเราได้ใช้มันจริงหรือเปล่า พอเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียเรากลับลงมือซ่อมเอง แงะๆ แคะๆ ไม่ก็ส่งร้านซ่อม เผลอโยนทิ้งไปเลยด้วยซ้ำ อย่าใช้คำว่า “สักวันหนึ่งจะต้องได้ใช้” มาทำให้การทิ้งของไขว้เขว เพราะสิ่งที่ไม่สำคัญในวันนี้ ในอนาคตก็คงไม่สำคัญอีกเช่นเดียวกัน

 

4. ซื้อ 1 ชิ้นต้องทิ้ง 1 อย่าง

กฏง่ายๆ ที่ควรตั้งขึ้นมาถ้าไม่อยากให้ของเยอะล้นบ้านอีก เช่น ถ้าซื้อเสื้อเพิ่ม 1 ตัว ก็ต้องทิ้งเสื้อตัวเก่า 1 ตัวเช่นกัน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เสื้อผ้ากลับมาล้นตู้ กฏนี้อาจจะใช้เฉพาะสิ่งที่มีอยู่มากกว่า 1 ชิ้นในบ้าน เช่น ปากกา เสื้อผ้า มีดหั่นผัก ฯลฯ ลองทำตามกฏนี้ดู รับรองเลยว่าข้าวของจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

 

5. เมื่อคิดจะทิ้งของ ก็ห้ามเป็นคน “ครีเอทีฟ”

เมื่อตัดสินใจจะทิ้งอะไรอย่างหนึ่ง ความครีเอทีฟในตัวก็พุ่งพล่านซะอย่างนั้น “กล่องคุกกี้นี่น่าจะเอาไปทำกล่องใส่เครื่องเขียนเนอะ” “ถุงผ้าเก่าๆ นี่เอาไปใส่ถุงพลาสติกได้อีกนี่นา” หยุด! ความคิดเหล่านั้นซะ เพราะหากมัวแต่คิดจะเอาไปทำนู่นทำนี่ เราก็คงไม่มีวันตัดใจทิ้งข้าวของในบ้านได้

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำพูดปลอบใจของคนที่เสียดาย ไม่อยากทิ้งของนั่นเอง


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป

สำนักพิมพ์ Steps

comments

0 Comments
Share

ชลิตา ขำเสียงหวาน

เป็นชาวนนทบุเรี่ยน กินเป็นอาชีพหลัก เลี้ยงสัตว์เป็นงานอดิเรก ชอบเล่าเรื่องเป็นตัวหนังสือ สนใจในอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิ