Featured Scoops, maSpecial

ขนมครกไข่

%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88

ข้าวหนม


            ใครเคยเล่นหม้อข้าวหม้อแกงบ้าง? ขอเสียงหน่อย…

            ทางอีสานเขาเรียกว่า เล่นเฮือน (เรือน) น้อย เป็นการละเล่นที่ฮอตฮิตมากในหมู่เด็กผู้หญิงช่วงปฐมวัยบางวันพวกเด็กผู้ชายถึงกับทิ้งลูกฟุตบอลแล้วมานั่งตำดอกไม้ใบไม้สารพัดสีเล่นกับพวกเราก็มียิ่งช่วงปิดเทอมด้วยแล้วล่ะก็เล่นกันได้ทุกวี่วันไม่มีเบื่อจนกระทั่งวันหนึ่งแม่หอบหิ้วข้าวของท่าทางหนักกลับมาจากตลาด

 

            ลองมาเล่นอะไรที่กินได้จริงๆดีไหม? แม่ถาม

 

ว่าแล้วก็ก่อเตาถ่านขึ้นหยิบเอากระทะขนมครกขึ้นมา ใช้ใบเตยที่มัดรวมกันเป็นช่อจุ่มน้ำมันหมูทาลงไปบนกระทะอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับต่อยไข่นกกระทาใบเล็กจ้อยหยอดลงไปในหลุมกลายเป็นไข่ดาวใบเล็กๆ น่าเอ็นดูระหว่างรอให้สุกก็หันไปต่อยไข่ไก่ใส่ชามบ้างส่งส้อมให้ฉันช่วยตีผสมกับน้ำปลาจนเข้ากันดีแล้วหยอดลงในหลุมอีกด้านโรยต้นหอมซอยลงไปแล้วปิดฝา

 

            ไม่นานควันสายเล็กๆ จึงค่อยๆ ม้วนตัวอ้อยอิ่งพร้อมกลิ่นหอมที่โชยออกมา แม่หยิบผ้ามาจับฝาปิดกันร้อน บางหลุมเดือดปุดๆ ใกล้สุก บางหลุมสุกแล้วแม่ก็ใช้ช้อนสังกะสีแคะขึ้นมาให้ดูเป็นตัวอย่างให้ฉันทำตาม

 

            แต่มือใหม่หัดแคะยังได้ผิวไข่ไม่เรียบสวยเหมือนที่แม่ทำ มันยังดูเว้าแหว่ง และรุ่งริ่งในบางที แต่ก็อร่อยชะมัด!

            ฉันเห่อเล่นขนมครกไข่อยู่หลายวันเชียว จนในวันหนึ่งแม่คงเริ่มรำคาญใจที่ไข่หายออกไปจากตู้เย็นทุกวัน แถมคราวละหลายฟองจนต้องคอยไปซื้อมาใหม่บ่อยๆ จึงบอกว่า

 

            “ลองทำขายดูบ้าง จะได้ต่อทุนไว้ไปซื้อไข่มาเล่นอีก”  แม่แนะ เผื่อจะทุ่นค่าไข่ที่หายไป แล้วยังหวังผลเรื่องวิชาคำนวณของลูกที่อ่อนปวกเปียกเหลือเกิน ได้ฝึกบวกลบทอนเงินก็อาจจะคิดเลขได้คล่องขึ้น

         

            จากนั้นกิจการขนมครกไข่ของฉันก็เริ่มขึ้น โชคดีที่โรงเรียนมีวิชาที่สอนให้เด็กๆ หัดทำกับข้าว ซึ่งโรงเรียนประจำตำบลนั้นไม่มีเตาแก๊สให้ใช้กัน นักเรียนแต่ละกลุ่มต้องก่อไฟโดยใช้เตาอั้งโล่ ทำให้ฉันพอจะก่อเตาถ่านได้เองไม่ต้องเดือดร้อนแม่มากนัก

 

            ปฏิบัติการณ์ของฉันจะเริ่มวันละ ๒ เวลา คือ ช่วงสายประมาณ ๑๐ โมงเช้า และ ช่วงบ่ายแก่ๆ ราวๆ บ่าย ๓ โมง กะว่าตัวเองนั่นแหละเริ่มหิวนิดๆ ก็เริ่มลงมือ

 

            “ขนมครกไข่แม่เอ๊ย…” ฉันเรียกลูกค้าเสียงแจ๋วตามที่แม่สอน

 

            และลูกค้าคนแรกที่ถูกบังคับให้ประเดิม คือ พ่อ ก่อนจะขยับขยายไปเป็นคนอื่นๆ ในครอบครัว อย่างป้าและคนงานในบ้าน แล้วจึงเริ่มกล้าหาญไปละแวกใกล้เคียง

 

            “จะเป็นคอเรสเตอรอลตายก็คราวนี้” พ่อบ่นอุบอิบเพราะกินติดต่อกันมาหลายวัน

 

            โชคดีก่อนที่คอเลสเตอรอลของพ่อจะขึ้นสูงโรงเรียนก็เปิดเทอมพอดี แม่ค้าตัวเปี๊ยกจึงต้องปิดกิจการชั่วคราว สรุปว่าการค้าครั้งนี้รวบรวมเงินได้ประมาณ ๕๐ บาท ปนกันมั่วไปหมดทั้งต้นทุนทั้งกำไร เพราะพอขายได้ก็เอาไปซื้อขนมอื่นๆ กินระหว่างวันก็มี

 

            ถึงแม่จะส่ายหน้าดิกๆ เห็นแววว่าเจ้าลูกคนนี้คงทำการค้าไม่รุ่งแน่ๆ แต่ฉันก็ตั้งใจไว้ตั้งแต่นั้นว่าในอนาคตข้างหน้าถ้ามีลูก ไม่ว่าจะลูกชายหรือลูกสาวก็จะพาเล่นขายขนมครกไข่แบบนี้แหละ….แต่กว่าจะถึงวันนั้น…เสาร์อาทิตย์นี้จะเล่นอะไรดี

comments

0 Comments
Share

นัทธ์หทัย วนาเฉลิม

สำเร็จการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยม นายอินอะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประเภทสารคดีเชิงศิลปวัฒนธรรม แต่อยากเขียนสารคดีเกี่ยวกับอาหารและแหล่งที่มาบ้าง