move

กฤตานนท์กับเรื่องที่ห้ามเล่าหลังพระอาทิตย์ตกดิน

%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99
  • คำว่า ธี่หยด เป็นเสียงเหมือนคนเดินตามหาหรือร้องเรียกอะไรสักอย่าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นภาษาอะไร รู้แต่ว่าเสียงมันชวนให้ขนลุกมาก
  • ถ้าได้อ่านในหนังสือจะรู้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ตลกสำหรับใครเลย มันสยอง มันหลอน เป็นไปได้ก็เลี่ยงจะไม่พูดถึงกันดีกว่าไม่ว่าจะในเวลาอะไรก็ตาม
  • ตกดึกก็มีเสียงเหมือนคนรื้อของในบ้านผมสะดุ้งตื่น ภาพที่เห็นเป็นคนแก่ๆ ใส่ชุดขาวๆ เห็นชัดๆ คาตาเลย นั่นเป็นครั้งเดียวที่ผมเห็น อาจด้วยความที่ยังเล็กเลยทำให้แยกเพศไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายหรือผู้หญิง

อยากให้คุณลองจินตนาการถึงเจ้าของเรื่องลึกลับ กระทู้ผีฟีเวอร์…ลองมาฟังเรื่องลึกลับของผมบ้างอันโด่งดังจนเป็นที่กล่าวขานถึงความน่ากลัวในเว็บไซต์พันทิปดอทคอมออกมาอย่างด่วนที่สุด ภาพแรกในหัวใครหลายคนคงเป็นภาพพิธีกรรายการเกี่ยวกับผีชื่อดังบางท่าน ไม่ก็อาจเป็นผู้นำลัทธิวิญญาณที่ดูเข้มขลังน่าศรัทธาในความทรงจำ หรือคงเป็นบุคคลอายุมากสูงประสบการณ์ผู้ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน ฯลฯ

ผิดจากความจริงถนัด

แท้จริงแล้วเจ้าของกระทู้ผู้ผันตัวมาเป็นนักเขียนที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งผู้นี้เป็นชายหนุ่มที่มีหน้าที่การงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายโฆษณาบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง

เราเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องเล่าเป็นของตัวเอง และหลายคนมีเรื่องลึกลับสยองขวัญไว้เล่ากันในวงเพื่อน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะนำเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือได้น่าสนใจจนตามไปเขย่าขวัญใครและใครได้จนเป็นที่พูดถึงและจับตามอง

ให้เผอิญว่า กฤตานนท์ เป็นหนึ่งในคนที่ทำสิ่งนั้นสำเร็จและทำได้ดีจนเราต้องจับเจ้าตัวมานั่งคุย

—————————

>เรื่องที่คุณเล่ามีสัดส่วนเรื่องจริงกับเรื่องแต่งอยู่ที่เท่าไหร่

          ถ้าในกระทู้ที่ปรากฏในเว็บเขียนขึ้นมาจากเรื่องจริงราว 80-90% ตามที่คุณแม่ผมเล่าให้ฟังนะ อย่างที่บอกไว้ในคำนำหนังสือว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่คุณแม่และครอบครัวประสบมาด้วยตนเองแล้วเอามาถ่ายทอดให้ผมซึ่งเป็นลูกฟัง แต่ที่ปรากฏในหนังสือแบ่งสัดส่วนเรื่องจริงกับที่แต่งเพิ่มเข้าเพื่ออรรถรสออกเป็น 50 : 50 อย่างที่รู้ว่าการจะพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือให้คนอ่านนั้นต้องการความสมบูรณ์ของเส้นเรื่อง ฉาก ตัวละคร จุดหักเห จุดจบ จะให้เล่าเป๊ะเหมือนในกระทู้คงไม่ได้ มันคงไม่สมบูรณ์และอ่านสนุกไม่เท่า

>ทำไมแม่ถึงบอกว่าไม่สามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้หลังพระอาทิตย์ตกดิน

ทุกครั้งที่พวกผม (หมายถึงกลุ่มพี่น้อง) พูดถึงเรื่องนี้ยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดินหรือหลังจากนั้นแม่จะปรามตลอด แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นยังคงเป็นเหมือนแผลที่ค้างอยู่ในใจของท่านและคนที่เกี่ยวข้อง อีกอย่างมันน่ากลัวมากในระดับที่พูดไปขนลุกไป ถ้าได้อ่านในหนังสือจะรู้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ตลกสำหรับใครเลย มันสยอง มันหลอน เป็นไปได้ก็เลี่ยงจะไม่พูดถึงกันดีกว่าไม่ว่าจะในเวลาอะไรก็ตาม

 

>ทุกวันนี้คุณยังไปบ้านที่เกิดเหตุหรือแถบๆ ใกล้เคียงบ้างไหม

          แทบไม่ได้ไปเลยครับ ตัวผมและพี่น้องเกิด เติบโต และอาศัยอยู่ในตัวเมือง สถานที่เกิดเหตุอยู่ลึกเข้าไปในตำบลเล็กห่างไกลความเจริญ อีกไม่ถึง 100 กิโลเมตรก็ถึงชายแดนประเทศเมียนมาร์แล้ว

 

>จุดเด่นสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับการกล่าวขวัญถึงเรื่องความน่ากลัวชวนขนหัวลุกกว่าเรื่องแนวเดียวกันที่เคยอ่านคือฉาก ตัวคุณซึ่งแทบจะไม่เคยสัมผัสสถานที่จริงด้วยตัวเอง ทำไมถึงสามารถถ่ายทอดสิ่งนี้ออกมาได้ดีจนเป็นจุดเด่นของเรื่องได้

ผมไปเห็นด้วยตัวเองบวกการจดจำรายละเอียดจากเรื่องที่ถูกเล่ามานับครั้งไม่ถ้วนด้วยครับ แม้ทุกคนจะไม่ค่อยอยากพูดถึงมันมากนักแต่อย่างที่บอกว่ามันเป็นเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจมาโดยตลอด มีโอกาสเมื่อไหร่เขาก็จะพูดถึงขึ้นมาเพื่อเป็นกึ่งการเตือนและอุทาหรณ์ให้คนรุ่นหลังฟังเสมอ ประกอบกับตัวผมเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก เลยทำให้ติดการเล่าและบรรยายมาด้วย สองสิ่งผสมกันมั้งครับ จึงทำให้ฉากในเรื่องโดดเด่นตามที่หลายคนเขาพูดกัน หรือถ้าจะมีอีกเหตุผลหนึ่งก็คงเป็นเพราะส่วนตัวแล้วผมชื่นชอบบรรยากาศของหมู่บ้านชนบทห่างไกลความเจริญที่แทบทุกคนในหมู่บ้านรู้จักกันหมดด้วย เลยทำให้จดจำรายละเอียดได้ดี มันเป็นหมู่บ้านที่ทุกบ้านอยู่ห่างๆ กันก็จริง แต่มีความแน่นแฟ้นมากทุกหลังมีพื้นที่เรือกสวนไร่นาของตัวเอง ทำงานกันตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้นจนตะวันตกในอีกฟาก ก่อนที่จะเข้านอนกันตั้งแต่ยังไม่หนึ่งทุ่ม มันเป็นบรรยากาศที่คนรุ่นใหม่อย่างผมสนใจอย่างมาก

>คิดยังไงถึงเอาเรื่องนี้เล่าลงพันทิป

ผมไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นจริงเป็นจังอะไรเลยครับก็แค่คนชอบอ่านเรื่องราวของคนอื่นที่เขามาแบ่งปันประสบการณ์สยองขวัญในนั้นเท่านั้นเอง จำได้ว่าช่วงหนึ่งมีกระทู้แนวนี้ลงพันทิปเยอะมากเข้าไปอ่านก็สนุกดี ระหว่างที่รอเจ้าของเรื่องต่างๆ มาเล่าต่อผมก็เลยคิดว่าผมก็มีเหมือนกันนี่ คิดได้ดังนั้นก็เลยเข้าไปพิมพ์ แล้วบังเอิญว่ามีคนสนใจ เขาร่วมกันคะยั้นคะยอให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ ตอนแรกก็ไม่สะดวกหรอกครับ แต่ทนเสียงรบเร้าไม่ไหวก็เลยมาสร้างกระทู้ใหม่เลย

 

>เล่าเรื่องของคุณแม่ แล้วส่วนตัวเคยประสบกับตัวเองบ้างไหม

เคยครั้งหนึ่งครับ เอาไปตั้งกระทู้ที่เดิมมาแล้วเรียบร้อย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นคนละที่กับเรื่องของคุณแม่แต่อยู่ละแวกใกล้ๆ กัน ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมยังเล็ก ที่บ้านคุณพ่อมีอาชีพทำไร่อ้อย ถึงฤดูเก็บเกี่ยวท่านก็จะเกณฑ์คนงานจากต่างจังหวัดมาช่วยเก็บ

วันหนึ่งผมกับน้องชายต้องเข้าไปอยู่ในไร่ด้วย เราก็เล่นสนุกตามประสาไปเรื่อยๆ จนค่ำ จำได้ว่าที่นั่นมีต้นมะม่วงอายุมากอยู่ต้นหนึ่ง คนงานเคยเล่าให้ฟังว่าเขาเคยเห็นแสงไฟขาวๆ ลอยไปมาอยู่แถวมะม่วงต้นนั้นเราพี่น้องพยายามถามพี่เขาว่ามันคืออะไร ได้เข้าไปพิสูจน์ดูไหมว่าแสงนั้นเป็นตัวอะไรกันแน่ เขายอมรับตามตรงว่าไม่กล้าพิสูจน์ เราหมดสนุกแค่นั้นแล้วลืมเรื่องนี้ไป จนคืนหนึ่งก็เจอเข้ากับตัวเอง เจอจะๆ แบบไม่แอบไม่ซ่อนอะไรเลยครับ ผมจำได้ว่านั่งคุยกับพี่ๆ เขาธรรมดาๆ นี่แหละ คุยไปคุยมาก็เจอเลย เป็นดวงไฟขาวๆ ลอยระไปมาอยู่ตามยอดไม้ สูงบ้าง ต่ำบ้าง ตอนนั้นไม่กลัวมากนะครับ อาจเป็นเพราะนั่งกันอยู่หลายคน ทำเป็นมองผ่านไปโดยไม่สนใจไม่ทักอะไร

ผ่านวันนั้นไปไม่นานก็หมดหน้าเก็บเกี่ยว พี่ๆ คนงานแยกย้ายกลับกันไปหมดจนเหลือแต่ผมกับน้องและญาติอีกคนอยู่ด้วยกันสามคน อย่างที่พอเดาได้เลยครับ คราวนี้เจอจังๆ ชัดๆ กว่าเดิมอีก เป็นดวงไฟขาวเหมือนเดิมลอยไปมาก่อนจะกลายสภาพจากดวงไฟเรื่อแสงกลายเป็นผ้าขาวผืนบางค่อยๆ ลอยมาตกลงตรงหน้า เราพูดไม่ออก ไม่ทักอะไรได้แต่นิ่งเงียบ คิดว่าจะจบลงตรงนั้น เปล่าเลย คืนต่อมาญาติคนนี้มีธุระต้องกลับไปในเมืองส่วนคุณพ่อกับคุณลุงก็ยังไม่กลับบ้านเพราะไปส่งคนงาน อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองจะไม่สบายจึงเข้าไปนอนในมุ้งตกดึกก็มีเสียงเหมือนคนรื้อของในบ้านผมสะดุ้งตื่น ภาพที่เห็นเป็นคนแก่ๆ ใส่ชุดขาวๆ เห็นชัดๆ คาตาเลย นั่นเป็นครั้งเดียวที่ผมเห็น อาจด้วยความที่ยังเล็กเลยทำให้แยกเพศไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายหรือผู้หญิง

 

>คือว่าเรื่องของเรากับเรื่องที่แม่เล่ามีความเชื่อมโยงกันไหม

ไม่น่าเกี่ยวกันเลยครับ อย่างที่บอกว่าเกิดคนละที่ ตอนแรกผมนึกว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่เห็นร่างนั้น แต่ไม่ใช่ เพราะวันดีคืนดีน้องผมมาเล่าให้ฟังว่าเขาเคยเจอคนใส่ชุดสีขาวๆ แก่ๆ มายืนข้างเตียง ผมฟังก็ขนลุกเพราะผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย เป็นไปไม่ได้ที่สิ่งที่ผมเจอจะหลุดรอดไปเข้าหูน้องแล้วมาอำกัน

 

>ธี่หยดแปลว่าอะไร

ด้วยความสัตย์จริงเลยคือไม่ทราบครับ ทราบแต่มันเป็นเสียงที่ออกเสียงประมาณนี้ คุณแม่ก็งง ท่านบอกว่าเป็นเสียงเหมือนคนเดินตามหาหรือร้องเรียกอะไรสักอย่าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นภาษาอะไร รู้แต่ว่าเสียงมันชวนให้ขนลุกมาก

 

>ในเมื่อนี่คือทั้งหมดของเรื่องราวลึกลับสยองขวัญที่คุณมี นั่นหมายความว่าเราคงไม่มีโอกาสได้อ่านงานแนวนี้ของคุณอีกแล้ว?

          ขึ้นอยู่กับโอกาสและจังหวะครับ

 

>บางคนบอกว่าอ่านงานของคุณแล้วแอบนึกถึงเรื่องสยองขวัญของบรมครูอย่าง เหม เวชกร คุณรู้สึกอย่างไร

โอ้โห ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ แต่หากให้พูดตามตรงคือผมไม่บังอาจเอางานของตัวเองไปเทียบกับงานครูเหมอย่างแน่นอน งานของท่านผมก็เคยอ่านมา รู้สึกเลยว่าเรายังห่างไกลอยู่มากนัก แต่ในเมื่อเป็นเสียงสะท้อนบางส่วนจากคนอ่านก็ขอน้อมรับไว้ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ

 

>เขียนเล่าได้ขนาดนี้ เคยเจอกับตัวเองด้วยซ้ำ แสดงว่าคุณเป็นคนเชื่อเรื่องเหล่านี้อย่างเต็มหัวใจ?

ผมเชื่อว่าโลกนี้มีสิ่งที่เรายังไม่รู้ มีหลายสิ่งมากมายที่เรายังพิสูจน์ไม่ได้ เราจะบอกว่าเรื่องที่เราไม่รู้นั้นไม่มีจริงได้อย่างไร แต่หากจะให้ชี้เฉพาะเจาะจงลงไปว่าเป็นผี เป็นวิญญาณน่ากลัวแน่นอนไหมนั้นผมไม่อาจฟันธง แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่าสิ่งที่เรามองไม่เห็นนั้นมีจริง และเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ไม่เชื่ออยู่ลบหลู่ บางเรื่องไม่ต้องพิสูจน์ก็ได้

>แล้วถ้าเราชวนคุณไปพิสูจน์ด้วยกันคุณจะไปไหม

 

…. (ยิ้ม)

 

comments

0 Comments
Share

อาทิตย์ ธรรมชาติ

บรรณาธิการหนุ่มแห่งแพรวสำนักพิมพ์ สนใจหนังสือ คน ชีวิต และการบิดขี้เกียจ มีศาสดาเป็น ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ใฝ่ฝันอยากไปดูอาร์เซน่อลเตะสักครั้งที่อังกฤษ ครุ่นคิดและเพ้อเจ้อเป็นงานอดิเรก